เทคนิคการบริหารพนักงานอย่างใส่ใจ เพื่อคุณภาพงานและสุขภาวะที่ดี
SME KnowledgeSME Update

เทคนิคการบริหารพนักงานอย่างใส่ใจ เพื่อคุณภาพงานและสุขภาวะที่ดี

30 ต.ค. 2569
|
9

การรักษาพนักงานที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์กรในระยะยาวเป็นโจทย์สำคัญของหลายธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ที่พนักงานแต่ละคนมักรับผิดชอบงานหลายหน้าที่ และมีความรู้จากประสบการณ์ที่สั่งสมระหว่างการทำงาน เมื่อมีคนลาออก องค์กรจึงอาจต้องใช้ทั้งเวลาและทรัพยากรในการสรรหา ฝึกอบรม และถ่ายทอดงานให้พนักงานใหม่ 

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุในข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อเดือนกันยายน 2026 ว่า สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น ภาระงานมากเกินไป การมีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับงานของตนเองน้อย และความไม่มั่นคงในการทำงาน ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจิต ขณะเดียวกัน WHO ยังประเมินว่า ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลทำให้ทั่วโลกสูญเสียวันทำงานประมาณ 12,000 ล้านวันต่อปี คิดเป็นมูลค่าการสูญเสียผลิตภาพทางเศรษฐกิจประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

การบริหารพนักงานให้มีประสิทธิภาพจึงควรเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า ปัจจัยใดช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน และปัจจัยใดเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพนักงาน ตั้งแต่การจัดสรรภาระงาน ความสัมพันธ์กับหัวหน้าและเพื่อนร่วมทีม เวลาพักผ่อน ไปจนถึงพื้นที่ทำงาน เพราะปัจจัยเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับสุขภาวะพนักงาน และเป็นสิ่งที่ SME สามารถนำมาพิจารณาเพื่อปรับปรุงการทำงานภายในองค์กรได้

การบริหารพนักงานที่ส่งเสริมความสุขในการทำงานและความสัมพันธ์ที่ดีในทีม

ทำไมการดูแลสุขภาวะกายและใจ จึงเกี่ยวข้องกับคุณภาพงานและผลลัพธ์ทางธุรกิจ?

การดูแลพนักงานอย่างใส่ใจสามารถสะท้อนเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้อย่างไร? งานศึกษาต่อไปนี้จะช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพจิตในที่ทำงาน พฤติกรรมการทำงาน และตัวชี้วัดทางธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

ความสุขในการทำงานสัมพันธ์กับผลิตภาพของพนักงาน

งานศึกษาของ Saïd Business School มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ที่ติดตามพนักงานฝ่ายขายใน Contact Center หรือศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ ของบริษัท BT ในสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 6 เดือน พบว่า ในช่วงที่พนักงานมีความสุข ผลิตภาพการทำงานสูงขึ้นประมาณ 13% โดยพนักงานสามารถโทรหาลูกค้าได้มากขึ้นต่อชั่วโมง และเปลี่ยนการโทรเป็นยอดขายได้มากขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ใช้เวลาทำงานนานกว่าเดิม

แม้การศึกษานี้จะเป็นข้อมูลจากพนักงานในธุรกิจโทรคมนาคม แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ช่วยให้ SME เห็นว่า ความสุขในการทำงานมีความเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้ โดยแต่ละธุรกิจอาจเลือกตัวชี้วัดให้เหมาะกับลักษณะงาน เช่น ร้านอาหารติดตามความพึงพอใจของพนักงานควบคู่กับจำนวนข้อผิดพลาดในการรับออร์เดอร์ ส่วนธุรกิจบริการอาจพิจารณาเวลาที่ใช้แก้ไขปัญหาลูกค้า จำนวนงานที่ต้องแก้ไขซ้ำ หรือข้อร้องเรียนจากลูกค้า เพื่อประเมินทั้งความรู้สึกของทีมและคุณภาพงานที่เกิดขึ้นจริง

ความปลอดภัยทางใจช่วยให้พนักงานกล้าสะท้อนปัญหาและเสนอความคิดเห็น

ความรู้สึกปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) คือบรรยากาศการทำงานที่พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็น ตั้งคำถาม หรือยอมรับข้อผิดพลาดได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตำหนิหรือทำให้อับอาย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ SME การสร้างบรรยากาศเช่นนี้สามารถเริ่มได้จากวิธีที่หัวหน้าสื่อสารกับทีม เช่น เมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน อาจเปลี่ยนจากการถามว่า “ใครเป็นคนทำผิด” เป็น “ขั้นตอนไหนทำให้เกิดปัญหา และจะป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้อย่างไร” เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานร่วมกันทบทวนสาเหตุและเสนอวิธีปรับปรุงการทำงาน โดยยังคงมีการกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจน

ความผูกพันกับองค์กรสัมพันธ์กับการรักษาพนักงานในระยะยาว

รายงานการวิเคราะห์ของ Gallup (บริษัทที่ปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา) ปี 2024 ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากกว่า 183,000 หน่วยธุรกิจหรือหน่วยงานใน 90 ประเทศ พบว่า หน่วยธุรกิจที่มีคะแนนความผูกพันและการมีส่วนร่วมของพนักงานต่องาน (Employee Engagement) อยู่ในระดับสูง มีอัตราการลาออกต่ำกว่าหน่วยธุรกิจที่มีคะแนนความผูกพันอยู่ในกลุ่มต่ำ สะท้อนให้เห็นว่าความผูกพันในการทำงานเป็นอีกปัจจัยที่ SME ควรให้ความสำคัญ หากต้องการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว

ผู้ประกอบการอาจเริ่มจากการสำรวจว่า พนักงานเข้าใจหน้าที่และเป้าหมายของตนเองชัดเจนหรือไม่ ได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้ามากเพียงใด และมีโอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแนวทางการบริหารทีมให้ตอบโจทย์คนทำงานมากขึ้น

ทีมร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จในสำนักงาน สะท้อนความสุขในการทำงาน

ถอดบทเรียนองค์กรที่ลงทุนดูแลพนักงานอย่างต่อเนื่อง

แนวทางดูแลพนักงานของแต่ละองค์กรอาจแตกต่างกันตามลักษณะธุรกิจและความต้องการของคนทำงาน บางแห่งให้ความสำคัญกับพื้นที่พักผ่อนและสิ่งอำนวยความสะดวก ขณะที่บางแห่งเลือกปรับปรุงสภาพแวดล้อมในสำนักงานอย่างเป็นระบบ 

ตัวอย่างต่อไปนี้สะท้อนให้เห็นแนวทางที่ SME สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับทรัพยากรของตนเองได้

LINE Thailand ออกแบบพื้นที่และกติกาการทำงานให้ตอบโจทย์พนักงาน

LINE Thailand เป็นหนึ่งในตัวอย่างองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีพื้นที่ให้พนักงานเลือกใช้งานตามลักษณะกิจกรรม ทั้งบูธเงียบสำหรับทำงานที่ต้องใช้สมาธิ พื้นที่ทำงานแบบเปิด รวมถึงพื้นที่พักผ่อนอย่าง Nap Pods สำหรับงีบพัก ห้องนวด ห้องออกกำลังกาย และ PlayStation นอกจากนี้ องค์กรยังจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน และให้ความสำคัญกับการรับฟังความต้องการของคนทำงาน

ในปี 2022 LINE ประเทศไทยยังเผยแพร่แนวทางดูแลสุขภาวะพนักงานภายใต้แนวคิด Work-Life Revolution โดยมีนโยบายไม่จัดประชุมในช่วงบ่ายวันศุกร์ เพื่อให้พนักงานมีเวลาจัดการงานก่อนเข้าสู่วันหยุด รวมถึงกิจกรรม Happy Friday เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ภายในองค์กร

สำหรับ SME บทเรียนจาก LINE Thailand คือการออกแบบสภาพแวดล้อมและกติกาการทำงานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของพนักงาน ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้โดยเริ่มจากการสำรวจความต้องการของพนักงาน เช่น ทีมที่ต้องใช้สมาธิอาจต้องการมุมทำงานเงียบ ๆ พนักงานหน้าร้านอาจให้ความสำคัญกับตารางพักที่แน่นอน หรือทีมสำนักงานอาจทดลองกำหนดช่วงเวลาที่ไม่มีการประชุม เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานจัดการงานได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนประเมินว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวเหมาะสมกับรูปแบบการทำงานขององค์กรหรือไม่

Cundall ใช้ข้อมูลวัดผลหลังปรับปรุงสำนักงาน

Cundall บริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมจากสหราชอาณาจักร เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยปรับปรุงสำนักงาน One Carter Lane ในกรุงลอนดอนตามมาตรฐาน WELL Building Standard ซึ่งเป็นมาตรฐานอาคารที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้ใช้อาคาร ครอบคลุมการออกแบบพื้นที่ คุณภาพอากาศ แสงสว่าง และการเลือกใช้วัสดุภายในอาคาร

International WELL Building Institute (IWBI) รายงานว่า Cundall มีอัตราการลาออกของพนักงานลดลง 27% และอัตราการขาดงานลดลง 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่จะปรับปรุงสำนักงาน โดยบริษัทประเมินว่าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากทั้งสองส่วนรวมประมาณ 212,000 ปอนด์ต่อปี นอกจากนี้ Cundall ยังใช้แบบสำรวจความคิดเห็นของพนักงานเกี่ยวกับพื้นที่ทำงาน ควบคู่กับข้อมูลการลาออกและการขาดงาน เพื่อติดตามผลหลังปรับปรุงสำนักงาน

สำหรับ SME สิ่งที่สามารถนำมาปรับใช้จากกรณีนี้คือการกำหนดตัวชี้วัดก่อนปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น จำนวนวันลาป่วย อัตราการลาออก และความคิดเห็นของพนักงานต่อพื้นที่ทำงาน จากนั้นจึงนำข้อมูลหลังปรับปรุงมาเปรียบเทียบ เพื่อประเมินว่ามาตรการที่ดำเนินการมีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โดยต้องพิจารณาปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลต่อข้อมูลร่วมด้วย

พนักงานมีความสุขในการทำงานและมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมทีม

Next Action Plan: 4 แนวทางการบริหารพนักงานที่ SME เริ่มได้ทันที

การสร้างความสุขในการทำงานควรเริ่มจากการสำรวจปัญหาที่พนักงานพบในแต่ละวัน แล้วเลือกปรับปรุงเรื่องที่ส่งผลต่อการทำงานมากที่สุดก่อน โดย SME สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งเครื่องมือสื่อสารภายใน หัวหน้างาน และพื้นที่สำนักงาน เพื่อทดลองแนวทางต่อไปนี้ก่อนพิจารณาลงทุนเพิ่มเติม

1. รับฟังปัญหาและความต้องการของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ

การบริหารพนักงานให้ตอบโจทย์คนทำงาน ควรเริ่มจากการเปิดโอกาสให้พนักงานสะท้อนปัญหาและเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบ โดย SME อาจใช้แบบสอบถามออนไลน์สั้น ๆ ประมาณ 5-10 ข้อ ทุก 1-3 เดือน หรือจัดเวลาพูดคุยระหว่างหัวหน้ากับพนักงานเป็นรายบุคคล เพื่อสอบถามเรื่องภาระงาน การสื่อสารภายในทีม ความเหมาะสมของเวลาพัก และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

เมื่อรวบรวมความคิดเห็นแล้ว ควรจัดลำดับปัญหาตามความถี่และผลกระทบต่อการทำงาน โดยเลือกปรับปรุง 1-2 เรื่องก่อน เช่น หากพนักงานหลายคนสะท้อนว่าต้องแก้งานซ้ำเพราะได้รับคำสั่งไม่ชัดเจน องค์กรอาจเริ่มจากการกำหนดผู้รับผิดชอบและขั้นตอนส่งต่องานให้ชัดเจนขึ้น จากนั้นสื่อสารให้พนักงานทราบว่าข้อเสนอใดจะได้รับการปรับปรุง และเรื่องใดยังมีข้อจำกัด เพื่อให้เห็นว่าความคิดเห็นของตนเองได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

ทรัพยากรที่ใช้: แบบสอบถามออนไลน์ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และเวลาของหัวหน้างาน โดยควรเปิดช่องทางให้แสดงความคิดเห็นโดยไม่ระบุตัวตนเมื่อเหมาะสม พร้อมระมัดระวังไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือคำตอบที่อาจระบุตัวพนักงานได้

2. ปรับปรุงคุณภาพอากาศและพื้นที่ทำงานให้เหมาะกับการใช้งาน

สภาพแวดล้อมในการทำงานมีผลต่อความสบายของพนักงานตลอดวัน SME จึงควรสำรวจปัญหาภายในสำนักงาน เช่น ห้องประชุมที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก อุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม พื้นที่ทำงานที่มีเสียงรบกวน หรือระบบปรับอากาศที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาตามรอบ

สำหรับธุรกิจที่มีงบจำกัด อาจเริ่มจากการตรวจสอบและทำความสะอาดระบบปรับอากาศตามคำแนะนำของผู้ผลิต ลดแหล่งสะสมฝุ่น และตรวจสอบการระบายอากาศในพื้นที่ที่มีคนใช้งานหนาแน่น หากพบปัญหาอากาศอับเป็นประจำ อาจพิจารณาใช้เครื่องวัด CO₂ เพื่อช่วยประเมินความเพียงพอของการระบายอากาศร่วมกับปัจจัยอื่น โดยควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารช่วยประเมินก่อนปรับระบบขนาดใหญ่

ทรัพยากรที่ใช้: เริ่มจากงบบำรุงรักษาสำนักงานตามปกติ และพิจารณาซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดเพิ่มเติมเมื่อพบปัญหาที่จำเป็นต้องเก็บข้อมูล โดยไม่ควรใช้ค่าคาร์บอนไดออกไซด์เพียงตัวเดียวเป็นเกณฑ์ตัดสินคุณภาพอากาศทั้งหมด

3. ปรับเวลาทำงานและสวัสดิการให้สอดคล้องกับชีวิตพนักงาน

SME สามารถส่งเสริมสุขภาวะพนักงานผ่านการกำหนดกติกาการทำงานร่วมกัน เช่น หลีกเลี่ยงการติดต่อเรื่องงานนอกเวลาที่ไม่เร่งด่วน กำหนดช่วงเวลาที่ไม่มีการประชุม เพื่อให้พนักงานมีเวลาจัดการงานที่ต้องใช้สมาธิ หรือจัดตารางพักให้เหมาะสมกับลักษณะงาน โดยเฉพาะธุรกิจบริการและร้านค้าที่ต้องมีพนักงานประจำหน้าร้าน

ส่วนการเพิ่มสวัสดิการ เช่น วันหยุดพักใจ (Mental Health Day) หรือวันหยุดพิเศษในโอกาสต่าง ๆ ควรพิจารณาความต้องการของพนักงานควบคู่กับทรัพยากรและงบประมาณที่ธุรกิจมีอยู่ หากพบว่าพนักงานมีภาระงานมากเกินไป องค์กรควรทบทวนการกระจายงาน จำนวนกำลังคน และระยะเวลาส่งมอบงานร่วมด้วย เพื่อให้การดูแลสุขภาพจิตในที่ทำงานครอบคลุมถึงสาเหตุของปัญหา

ทรัพยากรที่ใช้: การปรับกติกาภายในอาจไม่มีต้นทุนเพิ่มเติมโดยตรง ส่วนสวัสดิการวันหยุดควรประเมินต้นทุนด้านกำลังคนและการจัดตารางงาน รวมถึงตรวจสอบให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง

4. สร้างวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความคิดเห็นและทดลองสิ่งใหม่

พนักงานที่ใกล้ชิดกับกระบวนการทำงานหรือลูกค้ามักมีโอกาสสังเกตเห็นปัญหาและแนวทางปรับปรุงที่ผู้บริหารอาจมองไม่เห็น SME จึงสามารถเปิดพื้นที่ให้ทีมแบ่งปันความคิดเห็นผ่านการประชุมสั้น ๆ หลังจบโครงการ หรือการทบทวนปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน โดยใช้คำถาม เช่น “ขั้นตอนไหนยังติดขัด” “มีวิธีทำให้งานสะดวกขึ้นอย่างไร” และ “ครั้งหน้าควรปรับอะไร”

นอกจากนี้ องค์กรอาจเปิดโอกาสให้พนักงานทดลองแนวคิดใหม่ในขอบเขตเล็ก ๆ เช่น ให้ทีมหน้าร้านทดลองปรับวิธีจัดเรียงสินค้า หรือให้ฝ่ายบริการลูกค้าทดลองปรับรูปแบบการตอบคำถามที่พบบ่อย ก่อนนำผลลัพธ์มาประเมินร่วมกัน ทั้งนี้ ควรกำหนดขอบเขตการทดลอง ผู้รับผิดชอบ และเกณฑ์ประเมินผลให้ชัดเจน เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ควบคู่กับการรักษามาตรฐานการทำงาน

ทรัพยากรที่ใช้: เวลาประชุมทีมและงบทดลองตามความเหมาะสมของแต่ละโครงการ โดยควรแยกข้อผิดพลาดจากการทดลองอย่างสุจริตออกจากการละเลยมาตรฐานความปลอดภัยหรือข้อกำหนดสำคัญขององค์กร

การบริหารพนักงานที่ส่งเสริมสุขภาวะ ผ่านสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ผ่อนคลาย

สรุป: สร้างองค์กรที่พนักงานอยากอยู่และเติบโตไปด้วยกัน

สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญคือ พนักงานแต่ละคนอาจมีเหตุผลในการเลือกอยู่กับองค์กรแตกต่างกัน บางคนให้ความสำคัญกับโอกาสเติบโตในสายอาชีพ บางคนต้องการความยืดหยุ่นในการทำงาน ขณะที่บางคนอาจให้คุณค่ากับหัวหน้าที่พร้อมรับฟังและเพื่อนร่วมทีมที่ทำงานด้วยกันได้อย่างราบรื่น การเข้าใจความต้องการเหล่านี้จะช่วยให้ SME ออกแบบแนวทางดูแลพนักงานได้เหมาะสมกับคนในองค์กรมากขึ้น

องค์กรที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะ พนักงานไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นสวัสดิการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนที่อาจส่งผลต่อผลิตภาพ การรักษาพนักงาน และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ความท้าทายของการบริหารพนักงานจึงอยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างเป้าหมายของธุรกิจกับความคาดหวังของคนทำงาน โดยเฉพาะเมื่อองค์กรเติบโต มีพนักงานเพิ่มขึ้น หรือรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป สิ่งที่เคยตอบโจทย์พนักงานในวันนี้อาจต้องปรับตามสถานการณ์ การเปิดโอกาสให้พูดคุยและทบทวนแนวทางบริหารร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างองค์กรที่คนอยากทำงานด้วยและพร้อมเติบโตไปด้วยกัน

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Happy workers are 13% more productive. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 จาก https://www.ox.ac.uk/news/2019-10-24-happy-workers-are-13-more-productive. 

  2. High-Performing Teams Need Psychological Safety: Here’s How to Create It. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 จาก https://hbr.org/2017/08/high-performing-teams-need-psychological-safety-heres-how-to-create-it. 

  3. Mental health at work. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/mental-health-at-work. 

  4. State of the Global Workplace. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 จาก https://www.gallup.com/file/workplace/645611/state-of-the-global-workplace-2024-key-insights.pdf. 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333