บทเรียนที่ล้มเหลวของเขต ศก.พิเศษไทย
SME KnowledgeSME Update

บทเรียนที่ล้มเหลวของเขต ศก.พิเศษไทย

7 ก.ค. 2562
|
0

ภายหลังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ร่วมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เมื่อต้นปี 2558 โดยมีเป้าหมาย คือ การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน ภายใต้การเคลื่อนย้ายสินค้าและปัจจัยการผลิตเสรี นำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญอย่างหนึ่งของการส่งเสริมการค้าและการลงทุนเพื่อรองรับตลาดเออีซี ด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษครอบคลุมด้านเศรษฐกิจทุกด้าน

ทำให้กลุ่มชาติอาเซียนต้องเร่งตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวตะเข็บชายแดนเพื่อสร้างความโดดเด่นดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมที่ใช้ทักษะสูง โดยรัฐบาลแต่ละประเทศมอบเงื่อนไขและสิทธิพิเศษด้านภาษีมากมาย

ที่ผ่านมาประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่คิดว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษมีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วในภูมิภาคอาเซียนมีเขตเศรษฐกิจพิเศษก่อตั้งขึ้นร่วมทั้งสิ้นกว่า 60 ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศ สปป.ลาว และกัมพูชา รวมกันถึง 42 แห่ง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 


ประเทศที่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน คือ สปป.ลาว ตั้งแต่ปี 2554 ทางรัฐบาล สปป.ลาว มีนโยบายจัดตั้งทั้งหมด 40 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมาประกาศอนุมัติดำเนินการแล้ว 10 แห่ง ที่สำคัญ 9 ใน 11 แห่งนี้ ล้วนมีอาณาเขตติดประเทศไทย ทั้งสิ้น เช่น

1.เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน

2.เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อแตนแดนคา

3.เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคา

4.เขตเศรษฐกิจเฉพาะเวียงจันทน์-โนนทอง

5.เขตเศรษฐกิจเฉพาะเนละมิด

6.เขตเศรษฐกิจเฉพาะพูเขียว

7.เขตพัฒนารวมไซเสดถา

8.เขตเศรษฐกิจเฉพาะ บึงธาตุหลวง

9.เขตเศรษฐกิจเฉพาะลองแทงห์ และ

10.เขตเศรษฐกิจเฉพาะท่าแขก

 

ด้านประเทศไทยรั้งอันดับ 2 มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 แห่งที่ผ่านมติเห็นชอบจากรัฐบาล ประกอบด้วย

1.แม่สอด จังหวัดตาก

2.จังหวัดมุกดาหาร

3.อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

4.คลองใหญ่ จังหวัดตราด

5.สะเดา จังหวัดสงขลา

6.แม่สาย เชียงแสน เชียงของ จังหวัดเชียงราย

7.เมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

8.เมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

9.จังหวัดกาญจนบุรี และ  สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส

ขณะที่กัมพูชา มีเขตเศรษฐกิจติอชายแดนไทยประเทศละ 2 แห่ง  คือ 

1.ปอยเปต Poipet Special Economic Zone ห่างจากชายแดนประเทศไทยที่จังหวัดสระแก้วเพียง 13 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเมืองปอยเปต จังหวัดบันตันเมียนเจย

2.เกาะกง มีเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่ 4 แห่ง ตั้งมา 8 ปีแล้ว แต่ไม่ค่อยมีอิทธิพลต่อชายแดนไทย(จังหวัดตราด)มากนัก ยกเว้นเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกงที่ติดกับอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ซึ่งที่นี่มีพื้นทีประมาณ 2,100 ไร่ มีโรงงานจากทั้งไทย เกาหลี ญี่ปุ่นเข้าไปตั้งฐานการผลิตเสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา ชิ้นส่วนรถยนต์  ส่วนประเทศเมียนมา มีเขตเศรษฐกิจพิเศษเพียงแห่งเดียว คือ เมียวดี หรือ Myaowaddy Special Economic Zone ตรงข้ามอ.แม่สอดจ.ตาก ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนเร่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างเป็นรูปธรรม เพราะส่วนใหญ่มีเป้าหมายต้องการดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อเชื่อมโยงการค้าตลาดโลก


ปัญหาหลักในการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย

นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มองว่า ปัญหาหลักๆที่ทำให้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง 10 แห่ง ขับเคลื่อนได้ช้า มาจากปัญหาหลักๆ คือ

1.กฎกระทรวงมหาดไทย ที่ออกมาเมื่อวันที่ 2 พ.ค.2560 ห้ามก่อสร้างอาคารต่างๆที่มีขนาดเกิน 500 ตารางเมตร ซึ่งมีประมาณ 4-5 เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 4-5 แห่งที่ติดปัญหานี้ ซึ่งจะต้องรอกฎหมายผังเมืองออกมาจึงจะแก้ปัญหาได้ในระยะยาว

2.ในพื้นที่สร้างนิคมอุตสาหกรรมบางแห่ง ติดปัญหาชุมชน ทำให้จัดหาที่ดินในการนำมาใช้ได้ล่าช้า เช่น นิคมฯแม่สอด จ.ตาก พึ่งจะแก้ปัญหาได้ ซึ่ง กนอ. ต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี ในการพัฒนานิคมฯ จึงทำให้เอกชนเข้าไปลงทุนได้ช้า

3.ถนนในบางพื้นที่ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งต้องใช้เวลา รวมทั้งยังมีปัญหาการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านในการเปิดด่านถาวร

4.ประกาศมาตรการสนับสนุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นแบบต่ออายุปีต่อปี ซึ่งล่าสุดมาตรการส่งเสริมที่จะหมดอายุในปี 2560 บีโอไอ ก็ต่อให้อีก 1 ปี เป็นสิ้นสุดในปี 2561 ซึ่งควรจะปรับเป็นมาตรการระยะยาวมีอายุ 5 ปี

5.กฎระเบียบต่างๆยังเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เช่น รถขนส่งสินค้าข้ามไปเมียนมาจะต้องทำวีซ่า ต้องทำเป็นหนังสือผ่านแดน (Border Pass) ซึ่งจะเปิดทำการช่วง 8.30 น. แต่ด่านชายแดนเปิดทำการตั้งแต่ 05.30 น. ทำให้มีรถบรรทุกจำนวนมากต้องไปจอดรอติดขัดที่ด่านชายแดน รวมทั้งไทยยังไม่อนุญาตให้รถบรรทุกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา ทำให้ต้องจอดขนถ่ายสินค้าเกิดความติดขัดหน้าด่าน ทำให้การจนส่งต่างๆยากลำบาก

6.ปัญหาการแลกเปลี่ยนเงินต่างชาติเป็นเงินบาท ไม่เป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า ทำให้นักลงทุนต่างชาติแห่เข้าไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านแทน

ก่อนหน้านี้ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) บอกว่า สาเหตุหลักที่นักลงทุนต่างชาติและไทยเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนน้อย เนื่องจากเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ยังไม่สามารถตอบโจทย์ของนักลงทุนได้ดีพอ โดยเฉพาะในเรื่องของราคาค่าเช่าที่ดินที่ยังสูงเกินไป เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านค่าเช่าที่ดินถูกและยังเปิดโอกาสให้ต่างชาติเช่านานถึง 99 ปี เหตุนี้ทำให้นักลงทุนต่างชาติรวมทั้งไทยหันไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน

จากปัญหาดังกล่าวทำให้การขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษตามตะเข็บบริเวณชายแดนไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นไปอย่างล่าช้า  เช่น  เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร ไม่มีนักลงทุนสนใจเข้าไปลงทุน หรือเข้าไปพัฒนาที่ดินในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เป็นสาเหตุส่วนหนึ่ง

ด้านนายสมศักดิ์ สีบุญเรือง เลขาธิการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ยอมรับว่าเป็นเพราะทำเลที่ตั้งไม่โดดเด่นนั้นเอง ทำให้กรมธนารักษ์เตรียมเปิดสรรหาผู้ลงทุนพัฒนาพื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารเป็นครั้งที่ 3 ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้อีกครั้ง หลังจากเปิดมา 2 ครั้งไม่มีคนสนใจ แต่หากครั้งนี้เอกชนยังเมินเฉยทางออกที่วางแผนไว้คือให้ทางเอกชนในท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการ หรืออาจจะให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อตอบสนองเป็นเขตปลอดภาษี โกดังคลังสินค้า และรองรับการเป็นท่าเรือบก


ลงทุนเพื่อนบ้านได้ประโยชน์มากกว่า

ไม่เพียงแต่เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหารเท่านั้นได้พัฒนาเป็นไปด้วยความล่าช้า จ.ตราด ตาก สระแก้ว และสงขลา ก็ไปไม่ถึงไหน สาเหตุหลักเพราะนักลงทุนไทยและต่างชาติให้ความสนใจในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนน้อยมาก เพราะมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นนของกลุ่มผู้ประกอบการชายแดนเองก็มองว่าการที่นักลงทุนไทยและต่างชาติออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเพราะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆมากกว่า

ทั้งสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนของประเทศเพื่อนบ้าน และการได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากประเทศผู้นำเข้าต่างๆ รวมทั้งค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าลงทุนในประเทศไทย เช่น การลงทุนที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน แม้จะมีมาตรการส่งเสริมด้านต่างๆ แต่ก็ได้น้อยกว่าการไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน นี่คือจุดเสียเปรียบการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนไทยยังสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ 


เขตศก.พิเศษอิสกันดาร์มาเลเซียตัวแห่งความสำเร็จ

เขตเศรษฐกิจพิเศษอิสกันดาร์ มาเลเซีย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ในรัฐยะโฮร์ ทางตอนใต้ของมาเลเซียที่ติดกับสิงคโปร์ โดยใช้เงินลงทุนไปกว่า 4 หมื่นล้านบาท เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและสิงคโปร์มาลงทุนด้วย โดยตั้งเป้าว่าพื้นที่นี้จะสามารถสร้างเงินให้ได้ประมาณ 3 ล้านล้านบาทต่อปีในอนาคตข้างหน้า

นี่คือบทเรียนการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของมาเลเชียที่ขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรมที่กลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันควรนำเอาโมเดลดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษต้องวางยุทธศาสตร์การบริหารการจัดการครอบคลุมทุกด้านเพื่อดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกจะเข้าไปลงทุนด้วยถึงจะประสบความสำเร็จ

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333