ธุรกิจลื่นไหล ด้วยมารยาทในการจัดเลี้ยงและร่วมโต๊ะอาหาร
SME KnowledgeSME Update

ธุรกิจลื่นไหล ด้วยมารยาทในการจัดเลี้ยงและร่วมโต๊ะอาหาร

31 พ.ค. 2563
|
0

เนื่องจากการเจรจาธุรกิจและการดูแลลูกค้าหรือคู่ค้าทางธุรกิจส่วนใหญ่จะมาจบลงบนโต๊ะอาหาร โดยมื้ออาหารนั้นๆ แทบจะเป็นตัวตัดสินให้ได้ในทันที ว่าจะดีลงานกันต่อไปได้หรือไม่ ดังนั้นข้อควรปฏิบัติในการจัดเลี้ยงรับรองรวมไปถึงธรรมเนียม มารยาทในการร่วมโต๊ะอาหารจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรละเลยหรือมองข้าม

ถึงแม้ว่ามารยาทบนโต๊ะอาหารที่แท้จริง จะเป็นการสร้างบรรยากาศโดยรอบให้เต็มไปด้วยความสุข โดยการเปิดกว้างและยอมรับในทุกสิ่ง ซึ่งมีความสำเร็จที่จะเกิดการตกลงเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าหรือลูกค้าได้สูงกว่าการเจรจาในห้องประชุมเป็นเดิมพัน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้จัดเลี้ยงรับรองลูกค้า พาร์ทเนอร์ ไปจนถึงคนที่เป็นเป้าหมายในการดำเนินกิจการงานของตัวเอง หรือแม้แต่เป็นเพียงแขกรับเชิญ ก็ไม่ควรพลาดกับมารยาทที่พึงกระทำเมื่อต้องเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง ไปจนถึงมารยาทในการร่วมโต๊ะอาหารในระหว่างการเจรจามื้อธุรกิจ ดังนี้

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


มารยาทในการเลี้ยงรับรองการร่วมโต๊ะอาหารในมื้อธุรกิจ

1. ยึดสถานที่ วัน เวลา หัวข้อที่จะตกลงพูดคุยในครั้งนี้ตามความพึงพอใจของลูกค้า : โดยอาจต้องทำการบ้านมาก่อนว่าคนที่เราจะนัดหมายมาคุยงานในครั้งนี้ มีรสนิยมความชื่นชอบอาหารประเภทไหน มีร้านประจำแบบใด อาจสืบหาร้านค้าที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาชื่นชอบ หรือแม้แต่นัดหมายที่ร้านโปรดของอีกฝ่ายเลยก็ได้เช่นกัน

2. เลือกเวลาให้เหมาะสมตามธรรมเนียมสากล : ช่วงเวลาในการนัดหมายทานอาหาร หากเป็นอาหารกลางวัน คือช่วงเวลา 12.00-14.00 น.  อาหารเย็น คือช่วง 18.00-20.00 น. ไม่ควรทานอาหารแบบลากยาว เพราะนี่คือมื้อรับรองกระชับความสัมพันธ์และเป็นไปในทางธุรกิจ ไม่ใช่งานบุญประเพณีไทยทั่วไปที่จะจัดเลี้ยงกันแบบโต้รุ้งหรือเมาแบบหัวราน้ำ

3. ตั้งเป้าประสงค์ให้ชัดเจนว่าเป็นมื้อสำหรับอะไร : เช่น มื้อรับรอง ต้อนรับ จัดเลี้ยงเพื่อขอบคุณ ขอโทษ หรือแม้แต่ต้องการดีลงานเจรจาข้อธุรกิจกัน เพื่อให้เกิดการเตรียมการด้านอาหารและบรรยากาศ ไปจนถึงการวางตัวที่เหมาะสม

4. หาเจ้าภาพหรือผู้มีอิทธิพลหลักมาร่วมโต๊ะอาหาร : การมีผู้หลักผู้ใหญ่หรือเจ้าภาพในฝั่งผู้เลี้ยงรับรองมาร่วมมืออาหาร เป็นเสมือนการให้เกียรติแขกที่รับเชิญมา ทำให้แขกรับเชิญเกิดความรู้สึกถึงความสำคัญ หรือการให้เกียรติตนเอง

5. ตรงต่อเวลา : จัดเป็นสิ่งสำคัญในการเป็นผู้จัดเลี้ยงรับรอง เพราะคงไม่ดีแน่ถ้าจะให้แขกมารอเจ้าภาพผู้จัดงาน นอกจากนี้การมาก่อนเวลายังเป็นการดีที่จะมาเช็คความพร้อม หรือแก้ไขจุดที่บกพร่อง เพื่อให้การจัดเลี้ยงอาหารมื้อนี้เป็นไปแบบลื่นไหล และประทับใจแขกที่เชิญมาแบบไม่มีสะดุดติดขัด

6. ให้ความสำคัญในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ : การกล่าวคำว่า "ขออนุญาตเดินนำทาง ขออนุญาตขึ้นลิฟต์ก่อน รวมไปถึงการขออนุญาตเสิร์ฟ และอื่นๆ " นำการกระทำเป็นสิ่งที่พึงกระทำอย่างยิ่ง เพื่อแสดงถึงความใส่ใจและให้เกียรติ

7. พูดคุยด้วยอัธยาศัยอันดี : การส่งไมตรีจิตยิ้มแย้มแจ่มใส่หัวเราะแบบเป็นธรรมชาติและเป็นกันเอง ด้วยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป เช่น งานอดิเรก อาหารที่ชอบ ชีวิตในวัยเด็ก จะช่วยเสริมให้มื้ออาหารนั้นออกอรรถรสมากยิ่งขึ้น และดูเป็นมิตร มีความเป็นกันเอง จนนำมาสู่การเปิดใจและประทับใจของแขกรับเชิญ ซึ่งพึงระวังเลี่ยงหัวข้อการสนทนาที่ออกไปทางการเมือง หรือการแสดงทัศนะคติต่างๆ ที่จะนำมาสู่ความตึงเครียด

8. การพูดคุยเรื่องธุรกิจต้องเริ่มต้นหลังจบการทานอาหารแล้ว : แม้ว่าการเชิญมาทานอาหารร่วมกันจะเป็นไปเพื่อการเจรจาธุรกิจ แต่ก็ไม่ควรเริ่มต้นสนทนาเกี่ยวกับธุรกิจในระหว่างการทานอาหาร ในระหว่างการทานอาหารเนื้อหาการสนทนาควรเป็นเรื่องสัพเพเหระทั่วไป โดยการเจรจาธุรกิจจะทำหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว และไม่ควรชนแก้วไปคุยธุรกิจไป หรือคีบอาหารไปคุยไป

9. อย่าให้แขกเห็นยอดเงินหรือใบเสร็จ : ข้อนี้ควรเลี่ยงออกไปชำระเงิน โดยที่ไม่ให้แขกรู้ตัว เช่น อาจจะขอตัวไปคุยโทรศัพท์ เข้าห้องน้ำและจ่ายเงินค่าอาหารที่เคาน์เตอร์แทนการเรียกเก็บที่โต๊ะ เพื่อป้องกันการเกิดความเกรงใจหากมียอดการชำระที่สูง หรือต่ำไปก็อาจทำให้แขกรู้สึกว่าการับรองนี้ไม่สมเกียรติ

10. ของฝากต้องมีติดมือ : สุดท้ายปิดจบมื้ออาหารด้วยของฝากที่เตรียมมาให้แขกรับเชิญ ได้นำติดตัวกลับบ้านไปฝากครอบครัว โดยของฝากนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่หรูหรา ราคาแพง หรือเน่าเสียง่าย เป็นการขอบคุณที่เสียสละเวลามาร่วมรับประทานอาหาร

11. เข้าใจมารยาทในการทานอาหารแต่ละประเภท ทั้งในส่วนของมารยาทในการทานอาหารฝรั่ง อาหารจีนหรืออาหารญี่ปุ่น


มารยาทในการทานอาหารฝรั่ง

- ให้ความสำคัญกับผ้ากันเปื้อน การหยิบขึ้นมาใช้ควรรอจังหวะรั้งท้ายแขกหรือเจ้าภาพเจ้านาย หากแขกรับเป็นผู้หญิงต้องผายมือเชื้อเชิญให้ฝ่ายหญิงหยิบก่อน ในการใช้งานควรใช้พื้นที่ด้านในของผ้ากันเปื้อนซับปาก หรือเช็ดมือ เมื่อลุกออกจากเก้าอี้ให้พาดผ้ากันเปื้อนไว้ที่พนักเก้าอี้ได้ ไม่ควรวางผ้ากันเปื้อนไว้บนโต๊ะอาหาร และไม่ควรพับผ้ากันเปื้อน เพราะเป็นการเสียมารยาทอันดี เนื่องจากการพับผ้ากันเปื้อนนั้น เป็นบ่งบอกว่าอาหารมื้อนี้ไม่อร่อย

- ใส่ใจรายละเอียดเกี่ยวกับมีด-ช้อน-ส้อม โดยมารยาทแบบอังกฤษจะไขว้มีดกับส้อมหลังทานอาหารเสร็จ โดยให้มีดอยู่ด้านล่างส้อม ในแบบฝรั่งเศสจะวางแบบปลายมีดและส้อมห่างออกจากกัน

- การทานซุป หากซุปร้อนไม่ควรใช้ปากเป่า เพราะเป็นการเสียมารยาท หากทานซุปแล้วมีอาการร้อนปากให้ค่อยๆ จิบน้ำคลายร้อน การทานซุปที่ดีให้ใช้ช้อนค่อยๆ คนซุปให้คลายความร้อนก่อนทาน

- การทานปลาทั้งตัว ควรทานจากด้านบน ไปจนเลาะก้างออก และทานเนื้อด้านล่างแทนการพลิกกลับด้านตัวปลา หากมีก้างปลาติดเข้าปากไปด้วย ให้ใช้มือป้องปากแล้วคายก้างออกใส่กระดาษทิชชูแล้ววางไว้บนขอบจาน 

มารยาทในการรับประทานอาหารจีน

- ให้เกียรติผู้อาวุโสสุดในโต๊ะก่อน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้แต่การเริ่มต้นทานอาหาร ควรให้เกียรติผู้อาวุโสสุดในโต๊ะอาหารเริ่มต้นก่อนทุกครั้ง

- ไม่ทำตัวมากเรื่อง ต้องไม่จุกจิกเรื่องเยอะ รวมไปถึงการแสดงออกถึงความไม่พอใจในรสชาติอาหารหรือการบริการของบริกร หากเป็นผู้น้อยควรมีท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน

- หมุนถาดอาหารตามเข็มนาฬิกา ด้วยความเร็วพอประมาณ และเป็นจังหวะที่เหมาะสมและไมควรวางอะไรเอาไว้ใกล้ถาดหมุน

- ไม่ควรลุกขึ้นยืนหรือเอื้อมแบบสุดมือเพื่อตักอาหารจากจานหลัก และควรเหลือข้าวไว้ในจานหลังทานเสร็จแล้วด้วยเป็นมารยาท

- ใช้ช้อนกลางตักอาหารตามมารยาท

- การดื่ม เมื่อมีการชนแก้วเกิดขึ้น ต้องดื่มให้หมดแก้ว การชนแก้วหากอายุน้อยต้องให้ขอบแก้วอยู่ต่ำกว่าของผู้อาวุโส และต้องรอให้เจ้าภาพชวนดื่มแบบชนแก้วก่อน ไม่ควรเริ่มต้นเอง ขณะดื่มควรมีคำอวยพรประกอบด้วย เมื่ออาหารขึ้นโต๊ะหมดแล้วจะเป็นการจบการดื่ม ไม่ดื่มยืดเยื้อ และไม่ควรเติมแก้วเครื่องดื่มที่หมดแล้วด้วยตัวเองก่อน หากต้องการเติมเครื่องดื่ม ควรเริ่มจากการรินให้คนอื่นก่อนและมาจบทีตัวเองเป็นคนสุดท้าย

มารยาทในการรับประทานอาหารญี่ปุ่น

- ควรดึงตะเกียบออกจากซองในแนวนอนบนหน้าตัก แล้วแยกออกตามแนวตั้ง ห้ามนำปลายตะเกียบมาขัดถูกัน เพราะหมายถึงว่าตะเกียบนี้มีคุณภาพไม่ดี ถ้ามีเศษเสี้ยนไม้ให้จัดการเลาะออกใต้โต๊ะ เมื่อใช้เสร็จแล้วให้เสียบตะเกียบไว้ในซอง

- คีบอาหารทีละคำ โดยเริ่มจากริมซ้าย

- ไม่ควรพลิกปลาในงานเลี้ยงฉลอง เพราะเป็นความหมายไม่ดีสื่อถึงการพลิกคว่ำ

- ต้องเหลือข้าวในชามไว้หนึ่งคำก่อนจะเติมข้าว และเมื่อเติมข้าวแล้วควรทานให้หมด

- การทานอาหารในภาชนะแบบมีฝาปิด ควรปิดฝาทุกครั้งเมื่อทานเสร็จ และใช้ทิชชูเช็ดคราบลิปสติกหรืออาหารที่อาจติดค้างอยู่บนภาชนะหรือที่ทำหกหล่น

- ระวังการใช้ตะเกียบให้มาก โดยขณะทานอาหารไม่ควรล้างตะเกียบในน้ำซุป หรือถือตะเกียบไว้ในมือขณะขอเติมข้าว ไปจนถึงการวางอาหารที่คีบไปแล้วคืน แล้วคีบอาหารอื่นแทน การใช้มือทั้งสองข้างประกบตะเกียบแล้วถือไว้เหมือนพนมมือ การทำตะเกียบตกพื้น การกัดปลายตะเกียบ การแตะตะเกียบไว้บนอาหารแต่ไม่คีบไปสักที การใช้ตะเกียบชี้คนหรือสิ่งของ การใช้ตะเกียบจิ้มอาหารรับประทาน เป็นสิ่งต้องห้ามในการทานอาหารแบบญี่ปุ่น


การรับประทานอาหารหรือการร่วมโต๊ะอาหาร จึงเป็นศิลปะที่ผู้นักธุรกิจหรือผู้ประกอบการควรเข้าถึงเข้าใจ และใช้ให้ถูกวิธี เพราะความประทับใจในการร่วมมื้ออาหาดีๆ ย่อมนำมาสู่ข้อตกลงในการทำธุรกิจที่ง่ายกว่าการพูดคุยกันในห้องประชุม.

อย่างไรก็ตาม มารยาทบนโต๊ะอาหารนั้นยังมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ต่างที่ ต่างสังคม ต่างวัฒนธรรม ดังนั้นจำเป็นที่นักธุรกิจควรศึกษาไว้บ้าง แต่ถ้าจวนตัวก็อย่าผลีผลาม อาศัยการสังเกต สงบนิ่งดูท่าที หรืออาจจะขอคำแนะนำเลยก็ไม่ถือว่าผิด 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333