แนวโน้มกฎหมายรถไร้คนขับในปี 2569 เมื่อ AI เริ่มขับเคลื่อนบนถนนจริงทั่วโลก
SME KnowledgeSME Update

แนวโน้มกฎหมายรถไร้คนขับในปี 2569 เมื่อ AI เริ่มขับเคลื่อนบนถนนจริงทั่วโลก

7 เม.ย. 2569
|
13

ในช่วงปี 2569 แนวโน้มกฎหมายรถไร้คนขับทั่วโลก (Global Autonomous Driving Regulation Trend 2026) เริ่มมีทิศทางชัดเจนมากขึ้น โดยหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เยอรมนี อังกฤษ และสหภาพยุโรป ต่างเร่งพัฒนา “กรอบกฎหมาย” เพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในชีวิตจริง

แม้แต่ละประเทศจะมีรูปแบบกฎหมายและระดับการอนุญาตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ การพยายามสร้างสมดุลระหว่าง “การเปิดนวัตกรรม” กับ “การควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย”

ภาพของรถยนต์ที่เคลื่อนตัวไปบนถนนโดยไม่มีคนอยู่หลังพวงมาลัย ไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการหรือภาพในหนังฮอลลีวูดอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ใหม่ของเมือง โดยในปี 2569 นี้ หลายประเทศได้เริ่มนำกฎหมายรถไร้คนขับมาใช้จริงในระดับเมืองและรัฐ และ “เซินเจิ้น” กับ “แคลิฟอร์เนีย” คือ 2 ตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนแนวทางของโลกในการบังคับใช้กฎหมายรถไร้คนขับ (Autonomous Driving Regulation) อย่างเป็นรูปธรรม

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบจากมนุษย์ไปสู่ระบบ AI อย่างเต็มรูปแบบ สิ่งที่ควรสนใจจึงไม่ใช่แค่ “รถขับได้จริงหรือไม่” แต่รวมถึงคำถามสำคัญ เช่น “ใครจะต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุ” “AI ต้องผ่านมาตรฐานระดับไหนจึงจะวิ่งบนถนนได้” และ “Autonomous Driving Regulation กำหนดเส้นแบ่งของความปลอดภัยไว้อย่างไร”

สำหรับ SME ไทย นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะทุกครั้งที่กฎหมายยอมรับเทคโนโลยีใหม่ก็เท่ากับเกิดซัปพลายเชนใหม่ตามมาเสมอ

Person Taking Care Electric Car

บทเรียนจากเซินเจิ้นและสหรัฐฯ เมื่อกฎหมายรถไร้คนขับ “เปิดทาง” ให้ AI ขับรถแทนมนุษย์

ก่อนที่เราจะมองเห็นภาพรถไร้คนขับวิ่งได้จริง สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ แต่ละประเทศไม่ได้ใช้กฎหมายแบบเดียวกันในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี้ แต่จะมีระบบควบคุมตามโครงสร้างเศรษฐกิจและเมืองของตัวเอง การเปรียบเทียบระหว่างเซินเจิ้นและสหรัฐอเมริกาจึงเป็นการสะท้อนให้เห็นถึง 2 โมเดลระดับโลกที่กำลังกำหนดทิศทางของ Autonomous Driving Regulation ในอนาคต

ในขณะเดียวกัน ประเทศอื่น ๆ ก็มีทิศทางที่สอดคล้องกัน เช่น

  • เยอรมนี อนุญาตให้รถระดับ Level 4 วิ่งได้ในเส้นทางที่กำหนด พร้อมเงื่อนไขควบคุมโดยมนุษย์ 

  • ญี่ปุ่น เปิดทางให้บริการรถไร้คนขับในพื้นที่จำกัด และมีเป้าหมายขยายเชิงพาณิชย์

  • อังกฤษ อยู่ระหว่างผลักดันกฎหมายเพื่อให้รถไร้คนขับใช้งานจริงภายในปี 2569 

  • สหภาพยุโรป ใช้แนวคิด “Risk-based regulation” ผ่าน EU AI Act เพื่อควบคุม AI ในยานยนต์ 

ภาพรวมจึงไม่ใช่การแข่งขันของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็น “การกำหนดมาตรฐานใหม่ของโลก”

เซินเจิ้น ประเทศจีน ใช้โมเดล “Smart City” เป็นตัวควบคุม

เซินเจิ้นคือกรณีศึกษาที่ชัดที่สุดของโลกในการร่างกฎหมายรถไร้คนขับ 2569 ที่เริ่มจาก “เมือง” ไม่ใช่ “ตัวรถ” ภายใต้กฎหมายที่ชื่อว่า Shenzhen Special Economic Zone Autonomous Driving Regulation โดยเมืองนี้ได้กำหนดให้ Autonomous Vehicle เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่ต้น กล่าวคือ มีการอนุญาตให้รถระดับ Level 4 (Mind-off) วิ่งได้จริงในพื้นที่ที่กำหนด (Geofenced) โดยไม่จำเป็นต้องมีคนอยู่ในรถเลยแม้แต่คนเดียว

โมเดลนี้จึงเป็น Centralized Intelligence โดยให้ ‘เมือง’ เป็นสมองหลัก และรถทำหน้าที่เป็น Agent ภายใต้ Ecosystem เดียวกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กฎหมายกำหนดอย่างเข้มงวดคือ รถทุกคันต้องเชื่อมต่อผ่านระบบ V2X (Vehicle-to-Everything) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถ

  • สื่อสารกับสัญญาณไฟจราจรแบบเรียลไทม์

  • รับคำสั่งหรือข้อมูลจากศูนย์ควบคุมเมือง

  • อัปเดตสถานการณ์ถนนร่วมกับยานพาหนะคันอื่น

แคลิฟอร์เนียและแอริโซนา สหรัฐฯ ใช้โมเดล “เอกชนนำ รัฐกำกับ”

ในฝั่งสหรัฐอเมริกา กฎหมายรถไร้คนขับ 2569 มีแนวทางต่างออกไป คือเปิดให้เอกชนพัฒนา แล้วให้รัฐเข้ามาควบคุมความเสี่ยง โดยหน่วยงานอย่าง DMV (Department of Motor Vehicles)  และ CPUC (California Public Utilities Commission) ได้อนุญาตให้บริษัท Waymo ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ ให้บริการ Robotaxi เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ซึ่งหมายถึงการนำ AI ออกสู่ตลาดจริง ไม่ใช่แค่ Sandbox ทดลอง

ขณะเดียวกัน การได้รับใบอนุญาตครั้งนี้ยังหมายถึงภาระความรับผิดชอบด้านข้อมูลที่เข้มงวดขึ้นอย่างมาก โดยผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขมาตรฐานความปลอดภัย AI ยานยนต์ดังต่อไปนี้

  • ส่ง Safety Report ให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

  • รายงานเหตุการณ์ผิดปกติ (Disengagement / System Failure) ทุกครั้ง

  • เปิดเผยข้อมูล Performance ของระบบในระดับที่ตรวจสอบได้

จุดสำคัญของโมเดลนี้คือ Data-driven Governance หากระบบมีอัตราความผิดพลาดเกินจากที่กฎหมายกำหนด รัฐสามารถระงับใบอนุญาตได้ทันที 

Smart Car Interface Projection Hologram

ระดับของรถไร้คนขับ (Autonomy Level) ที่กฎหมายใช้กำหนดมาตรฐาน

หนึ่งในหัวใจสำคัญของกฎหมายรถไร้คนขับทั่วโลก คือการกำหนด “ระดับความสามารถของระบบ” หรือ SAE Level ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้แบ่งระดับการขับขี่อัตโนมัติออกเป็น 6 ระดับ ตั้งแต่ Level 0 ถึง Level 5

โดยแต่ละระดับจะมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน ยิ่งระดับสูงขึ้น กฎหมายจะยิ่งเข้มงวดมากขึ้น เนื่องจาก AI ต้องรับบทบาทแทนมนุษย์มากขึ้น

ระดับของรถไร้คนขับ (SAE Level 0–5) ที่กฎหมายใช้เป็นเกณฑ์

  • Level 0–2: ระบบช่วยขับ (Driver Assistance) มนุษย์ยังต้องควบคุมหลัก  

  • Level 3: ระบบขับอัตโนมัติบางสถานการณ์ แต่ต้องมีระบบ fallback  

  • Level 4: ขับอัตโนมัติเต็มรูปแบบในพื้นที่จำกัด (Geofenced)  

  • Level 5: ขับอัตโนมัติเต็มรูปแบบทุกสถานการณ์ (ยังอยู่ในอนาคต)

มาตรฐานความปลอดภัย AI ยานยนต์ที่กฎหมายทั่วโลกกำหนด

นอกจากการกำหนดระดับความสามารถของรถ (Autonomy Level) แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่กฎหมายรถไร้คนขับทั่วโลกให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ “มาตรฐานความปลอดภัยของระบบ AI” เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจของรถสามารถควบคุม ตรวจสอบ และรับผิดชอบได้จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์บนท้องถนน

มาตรฐานเหล่านี้จึงไม่ได้วัดแค่ความฉลาดของระบบ แต่รวมถึงความสามารถในการแทรกแซงและการตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Autonomous Driving Regulation

รถไร้คนขับ แต่ยังต้องมี “มนุษย์อยู่ในระบบควบคุม”

แม้คำว่ารถไร้คนขับจะสื่อถึงการทำงานอัตโนมัติ (Automation) อย่างเต็มรูปแบบ แต่ในความเป็นจริง กฎหมายยังคงกำหนดให้มีมนุษย์อยู่ในระบบควบคุม เพราะตามมาตรฐานความปลอดภัย AI ยานยนต์จะต้องมีศูนย์ควบคุม (Control Center) ที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลแบบเรียลไทม์ โดยสามารถเข้ามาแทรกแซงการทำงานของรถได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ที่ AI ไม่สามารถจัดการได้ เช่น

  • กรณีสภาพแวดล้อมซับซ้อนเกินกว่าที่ AI เคยเรียนรู้

  • เหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น อุบัติเหตุหรือสิ่งกีดขวางที่ไม่คาดคิด

  • ความผิดพลาดของระบบเซนเซอร์หรือการเชื่อมต่อ

มี Data Black Box ที่บันทึกข้อมูลการตัดสินใจของ AI ทุกวินาที

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่กฎหมายทั่วโลกกำหนด คือ Data Black Box หรือ “กล่องดำดิจิทัล” ที่ทำหน้าที่บันทึกทุกการตัดสินใจของระบบแบบต่อเนื่อง เพื่อพิสูจน์ความรับผิดเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ว่าเป็นความผิดของระบบ AI ความผิดของผู้ให้บริการ หรือเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ โดยข้อมูลที่ถูกเก็บนอกจากภาพหรือวิดีโอ ได้แก่

  • ข้อมูลจากเซนเซอร์ เช่น LiDAR, Radar, Camera

  • สถานะของระบบในแต่ละช่วงเวลา

  • Logic หรือเหตุผลที่ AI ใช้ในการตัดสินใจ

Gps System Smart Car

โอกาสใหม่ของ SME ไทยในห่วงโซ่รถไร้คนขับ

ต้องยอมรับว่าการมาของนวัตกรรมรถไร้คนขับนั้นเปลี่ยนโครงสร้างทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ไปโดยสิ้นเชิง จากเดิมที่แข่งขันกันด้านเครื่องยนต์และการผลิต กลายเป็นการแข่งขันในระดับซอฟต์แวร์ ข้อมูล และความปลอดภัย 

ดังนั้น เมื่อรถยนต์กลายเป็น “คอมพิวเตอร์ติดล้อ” สิ่งที่กฎหมายอย่าง Autonomous Driving Regulation ต้องการ จึงเป็น Ecosystem ที่สามารถทำให้ระบบเหล่านี้ทำงานได้ ปลอดภัย และตรวจสอบได้ ซึ่งเปิดช่องให้ SME ไทยเข้าไปมีบทบาทในเลเยอร์ใหม่ของอุตสาหกรรม

บริการวิเคราะห์และตรวจสอบระบบการทำงานของ AI ในยานยนต์ (Software Monitoring)

การทำงานของเทคโนโลยีรถไร้คนขับไม่ได้จบแค่ตอนการส่งรถลงถนน แต่ต้องมีการตรวจสอบตลอดเวลาว่า AI ยังคงทำงานอยู่ภายใต้ขอบเขตความปลอดภัยหรือไม่ และนี่คือโอกาสสำหรับ SME ในการพัฒนาเครื่องมือที่จะช่วยในด้านต่อไปนี้

  • วิเคราะห์พฤติกรรมการตัดสินใจของ AI แบบเรียลไทม์

  • ตรวจจับ Anomaly หรือความผิดปกติของระบบ

  • สร้าง Dashboard สำหรับ Compliance ตามกฎหมายรถไร้คนขับ 2569

ระบบป้องกันการถูกแฮกข้ามโครงข่าย V2X (Cybersecurity for Mobility)

การที่รถต้องเชื่อมต่อผ่าน V2X ทำให้โอกาสในการโจมตีระบบขยายออกไปอย่างมหาศาล โดยรถไม่ได้เสี่ยงแค่จากตัวเอง แต่ยังเสี่ยงจากทั้งเครือข่าย ดังนั้น ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย AI ยานยนต์และกฎหมายในหลายประเทศ ระบบด้านความปลอดภัยไซเบอร์จึงกลายเป็น “ข้อบังคับ” ไม่ใช่แค่ทางเลือก 

SME สามารถเข้าไปพัฒนานวัตกรรมต่อไปนี้ ซึ่งเป็น Segment ที่มีอัตราการเติบโตสูง

  • ระบบตรวจจับการโจมตี (Intrusion Detection) สำหรับยานยนต์

  • ระบบเข้ารหัสข้อมูลการสื่อสารระหว่างรถกับโครงสร้างพื้นฐาน

  • บริการทดสอบความปลอดภัย (Penetration Testing) สำหรับแพลตฟอร์ม Mobility

การพัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลจาก “กล่องดำ” เพื่อช่วยบริษัทประกัน (InsurTech Data Analysis)

เมื่อกฎหมายบังคับให้มี Data Black Box ข้อมูลจากรถจะกลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจทันที ส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยจะเปลี่ยนจากการประเมินแบบสถิติไปสู่การใช้ข้อมูลจริงในการตัดสินใจอย่างละเอียดยิ่งขึ้น

โอกาสสำหรับ SME ในด้านนี้ คือการเข้าใจทั้งเทคโนโลยีและบริบททางกฎหมายไปพร้อมกัน เพราะข้อมูลจะมีค่าก็ต่อเมื่อสามารถใช้ในทางกฎหมายได้จริง โดย SME สามารถเน้นที่ผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้

  • พัฒนาโมเดลวิเคราะห์ความเสี่ยงจากพฤติกรรม AI

  • สร้างระบบช่วยตัดสินความรับผิด (Liability Analysis)

  • ออกแบบแพลตฟอร์มสำหรับจัดการเคสเคลมแบบ Data-driven

เทคโนโลยีรถไร้คนขับ ต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย AI ยานยนต์

ก้าวต่อไปของคุณ

สำหรับ SME ที่ต้องการเข้าสู่ Ecosystem ของรถไร้คนขับ สิ่งที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้คือการเข้าใจมาตรฐานที่กฎหมายใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะ ISO/SAE 21434 ที่ครอบคลุมการออกแบบระบบยานยนต์ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ตั้งแต่ต้นทาง หากคุณสามารถพัฒนาโซลูชันที่สอดคล้องกับมาตรฐานนี้ได้ ก็จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ตลาดสากลได้ง่ายขึ้น และลดข้อจำกัดด้านกฎหมายในอนาคต เพราะในโลกของ Autonomous Driving Regulation ความสามารถเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมาพร้อมกับความโปร่งใส ความปลอดภัย และความสามารถในการตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผู้เล่นระดับโลกใช้เป็นเกณฑ์หลักในการคัดเลือกพาร์ตเนอร์ทางเทคโนโลยี

ข้อมูลอ้างอิง

  1. 530 Regulations of Shenzhen Special Economic Zone on the Administration of Intelligent Connected Vehicles深圳经济特区智能网联汽车管理条例. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 จาก https://sf.sz.gov.cn/fggzywyb/content/post_11216374.html. 

  2. Automated driving regulations – where are we now?. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 จาก https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2590198224000198. 

  3. Automated Vehicles for Safety. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 จาก https://www.nhtsa.gov/vehicle-safety/automated-vehicles-safety. 

  4. Autonomous Vehicle Passenger Service Programs. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 จาก https://www.cpuc.ca.gov/regulatory-services/licensing/transportation-licensing-and-analysis-branch/autonomous-vehicle-programs. 

  5. Which countries are ahead in the global autonomous vehicle race?. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 จาก https://www.weforum.org/stories/2025/05/autonomous-vehicles-technology-future/. 

  6. อัปเดต SAE Levels สถานะการขับขี่อัตโนมัติในปี 2026. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 จาก https://www.thairath.co.th/news/auto/tips/2922323.

  7. จีนเอาจริง! กฎหมายใหม่ บังคับรถยนต์อัตโนมัติ Level 3 ต้องจอดหลบเองได้. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 จาก https://www.facebook.com/share/v/15kqWewZ83m/.

  8. มาตรการทางกฎหมาย: กรณีรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของสหรัฐอเมริกา. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 จาก https://lawforasean.ocs.go.th/File/files/US_Autonomous%20Vehicles.pdf.

  9. "ญี่ปุ่น" ให้รถยนต์ไร้คนขับวิ่งบนถนนได้ เริ่ม เม.ย.66. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 จาก https://youtu.be/4nmfXA-lyGc?si=prXkGQgNbLcx26p5.

  10. อนาคตของการขนส่ง เยอรมนี อนุมัติร่างกฎหมาย ให้ขนส่งสาธารณะไร้คนขับวิ่งบนท้องถนน. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 จาก https://data.thaiauto.or.th/auto/auto-news/dailynews/9715-%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B5-%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99.html.

  11. รถไร้คนขับจ่อบุกถนนอังกฤษในปี 2569. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 จาก https://youtu.be/GLzAgiONcCQ?si=7EBSUgiMhlgmiQKs.

  12. EU AI Act and the automotive industry. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 จาก https://www.taylorwessing.com/en/interface/2024/ai-act-sector-focus/eu-ai-act-and-the-automotive-industry

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333