เลี้ยง ‘ปลากะพงทอง’ เทรนด์อาชีพน่าทำ ตลาดต้องการสูง
“ปลากะพงทอง” หรือภาษาท้องถิ่นเรียก
“อังเกย” เป็นปลาทะเลที่พบได้ในทะเลฝั่งอันดามัน บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่
และพังงา มีชื่อสามัญว่า Golden Snapper และชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า
Lutjanus johnii ลักษณะลำตัวมีสีเหลืองทองและมีจุดสีดำใหญ่ๆ
บริเวณลำตัว ค่อนมาทางครีบหาง ปากมีเขี้ยวและฟันแหลมคม เนื้อแน่น รสชาติดี
มีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 สูง
สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น นึ่งซีอิ้ว ต้มยำ แกงส้ม ทอดกระเทียม
ลวกจิ้ม และซาซิมิ
ปัจจุบัน “ปลากะพงทอง” นับเป็นปลาทะเลที่ตลาดมีความต้องการสูง เนื่องจากเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ฮ่องกง และจีน เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการเพาะเลี้ยงปลากะพงทองในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย โดยปลากะพงทองที่นำมาบริโภคส่วนใหญ่ได้มาจากการจับจากธรรมชาติ ทำให้ราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง โดยปลากะพงทองขนาด 800-1,000 กรัม อยู่ที่กิโลกรัมละ 180-220 บาทเลยทีเดียว
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme
อย่างไรก็ตาม
ช่วงที่ผ่านมากรมประมงได้มีการสนับสนุนให้หน่วยงานในสังกัดเร่งทำการศึกษา วิจัย
การเพาะพันธุ์ปลากะพงทอง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค
พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรได้นำลูกพันธุ์ไปเลี้ยงเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง
ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต
5 (ภูเก็ต) สามารถเพาะพันธุ์ปลากะพงทองได้สำเร็จ
โดยใช้วิธีการฉีดฮอร์โมน Suprefact ร่วมกับ Motilium ทั้งในพ่อและแม่พันธุ์ปลาที่จับจากธรรมชาติเพื่อกระตุ้นการสืบพันธุ์
แล้วปล่อยให้ปลาผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ โดยแม่ปลาที่ฉีดฮอร์โมนได้วางไข่
และไข่ฟักออกเป็นตัว อัตราฟักร้อยละ 85
จากนั้นจึงนำลูกปลาวัยอ่อนไปอนุบาลต่อในบ่อคอนกรีต
ซึ่งลูกปลามีอัตราการรอดและการเจริญเติบโตที่ดี
ทั้งนี้ปัจจุบันทางศูนย์ฯ
สามารถดำเนินการผลิตลูกพันธุ์ปลากะพงทองขนาด 3
เซนติเมตร หรือ 1.2 นิ้ว
ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมต่อการนำไปเลี้ยงในกระชังได้จำนวนหลายรุ่นต่อเนื่อง
โดยมีการจำหน่ายให้แก่เกษตรกร ในราคาเริ่มต้นตัวละ 2 บาท
(ขนาด 1 เซนติเมตร) ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง
เช่น พังงา และกระบี่ ได้นำลูกพันธุ์ไปเลี้ยงในกระชังบริเวณริมฝั่งทะเล
โดยให้กินปลาสดและอาหารเม็ดวันละ 1-2 มื้อ
ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 8 - 9 เดือน จะได้ปลาขนาด 800–1,000 กรัม ก็สามารถทยอยจับขายให้กับร้านอาหารหรือภัตตาคารได้
ซึ่งสามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี
ปลากะพงทอง
ถือได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิดที่ภาครัฐพยายามส่งเสริมเพื่อสร้างอาชีพ
ตลาดมีความต้องการสูงทั้งในประเทศ และตลาดในต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย จีน
และฮ่องกง และถือเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี จากพฤติกรรมการรับประทานปลาที่เพิ่มขึ้นตามกระแสอาหารสุขภาพ
ที่สำคัญตลาดนี้มีผู้เล่นยังไม่เยอะ การแข่งขันไม่สูงนัก
จึงนับเป็นเทรนด์อาชีพที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดตอสอบถามข้อมูลได้ที่ : ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต)
โทรศัพท์ : 076-510052-3 ,0887651393
e-mail : phuketcoastal@gmail.com
websile:https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/site2/cf-phuket