ส่องทิศทาง 9 อุตสาหกรรม ปี 65 เพื่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ
ด้วยโควิด 19 ยังไม่ถูกจัดการอย่างสะเด็ดน้ำ เศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในภาวะถดถอย ภาคธุรกิจควรทำอย่างไร เพื่อให้กิจการได้ไปต่อ Bangkok Bank SME ชวนส่องทิศทาง 9 อุตสาหกรรม ในปี 2565 จะมีแนวโน้มเช่นไร เพื่อการปรับตัวของภาคธุรกิจดังกล่าว
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme
1. อุตสาหกรรมค้าปลีก
: จากที่เคยเป็นพื้นที่ Mixed Use มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย การโดนปิดนานหลายเดือนด้วยนโยบายรัฐในหลายประเทศ
ทําให้เมื่อมีการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง พื้นที่ห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าจําเป็นต้องปรับตัวให้เป็นพื้นที่ผสมผสานระหว่างความสะดวกและความสบาย
(Comfort & Convenience)
- ข้อแนะนํา
: ร้านค้าต่างๆ
ต้องลงทุนกับข้อเสนอหรือโปรโมชันสุดพิเศษในลักษณะเเคมเปญระยะสั้น
แบรนด์ต้องนําเสนอสินค้าลิมิเต็ดที่มีเฉพาะหน้าร้าน
สร้างประสบการณ์ด้วยการออกแบบพื้นที่ตามแนวคิด Biophilic Design หรือพื้นที่ซื้อสินค้าเป็นส่วนตัวแบบ 1:1
2. อุตสาหกรรมการขนส่งการเดินทาง
: การขนส่งสาธารณะยังเป็นเรื่องจําเป็นอยู่สําหรับคนเมืองที่ยังต้องพึ่งพาการขนส่ง
แต่ด้วยแรงผลักจากรูปแบบของกิจวัตรประจําวัน การเดินทาง
และการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนไปของเมืองลดน้อยลงในบางพื้นที่
ประกอบกับการรายได้ของประชากรลดลง เนื่องด้วยสภาวะทางเศรษฐกิจ
ทําให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกลับมาทบทวน ถึงบทบาทการให้บริการขนส่งสาธารณะอีกครั้ง
- ข้อแนะนํา
: ผู้กําหนดนโยบายหรือธุรกิจต่างๆ
ควรกําหนดการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ใหม่ทั่วทั้งเมือง
เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเดินทาง ด้วยการเดินในระยะสั้น การปั่นจักรยาน
มากกว่าการเลือกเดินทางโดยรถยนต์
3. อุตสาหกรรมแฟชั่น
: ความท้าทายทางสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อเนื่องสู่ธุรกิจแฟชั่น
และการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเจน Z
ที่มีความต้องการให้แบรนด์ต่างๆ
แสดงจุดยืนในการกําหนดกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับอัพเดตเทรนด์แฟชั่นไปในเวลาเดียวกัน
- ข้อแนะนํา
: ธุรกิจสามารถเลือกใช้กลยุทธ์ได้หลากหลาย ทั้งขายใหม่ ให้เช่า
หรือนําของเก่ามาเป็นต้นทุน ตั้งแต่การ Recommerce จนถึง
V-Commerce ตั้งใจฟังความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ดี
สร้างระบบการขายที่ครบวงจร ไม่สร้างขยะที่ปลายทางเพิ่ม
ออกแบบโปรแกรมรับซื้อของมือสองกลับมา หรือขาย วัตถุดิบเหลือใช้เพื่อสร้างประโยชน์ได้ต่อไป
4. อุตสาหกรรมท่องเที่ยว
: โควิด 19 อาจทําให้ธุรกิจท่องเที่ยวชะลอตัวไปกว่า
2 ปี แต่การพลิกฟื้นของกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก คอมมิวนิตี้ท้องถิ่น
ตลอดจนแนวคิดแบบ Friluftsliv จนถึง Niksen จะช่วยทลายกรอบและสร้างโอกาสใหม่ของกิจกรรมกลางแจ้ง สถานที่ตากอากาศระยะสั้นแนว
Workation ช่วยให้ผู้บริโภคยังคงท่องเที่ยวได้
ตลอดจนลดเงื่อนไขการเดินทางในต่างประเทศที่มีระเบียบและมาตรการเพิ่มมากขึ้น
- ข้อแนะนํา
: แบรนด์ที่ตื่นตัวเรื่องสุขภาวะ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
คือปัจจัย - ตัวเลือกสําคัญของผู้บริโภคในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นการจองสถานที่ การบริการที่การันตีถึงมาตรฐานความสะดวกสบาย
และความปลอดภัย เช่นเดียวกันกับการท่องเที่ยวแบบกลางแจ้งประเภทต่างๆ
ที่แบรนด์สินค้าต้องคํานึงถึงผู้บริโภคตั้งแต่ต้นจนจบกิจกรรม
5. อุตสาหกรรมสื่อและบังเทิง
: ท่ามกลางผู้บริโภคที่เผชิญสารพัดข่าวปลอม
เปิดทางสู่มาตรฐานใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเครือข่ายบล็อกเชนที่รุดหน้า ระบบ 5G
ที่สมบูรณ์พร้อม
และการเติบโตของตลาดเกมอีสปอร์ตที่เปิดทางเลือกให้ผู้คนได้เข้าถึงและมีการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น
ทั้งหมดนี้นําไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ที่ชื่อว่าเมทาเวิร์ส (Metaverse) กลายเป็นโอกาสของโมเดลธุรกิจเสมือนจริงที่ทําเงินได้อย่างเท่าเทียม และจะเป็นเมกะเทรนด์หลักใหม่ของโลกเรา
- ข้อแนะนํา
: แบรนด์ควรมองหาแนวทางจับมือร่วมกับแพลตฟอร์มทางเลือก ที่เคยอยู่ในวัฒนธรรมขนาดเล็ก
เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายและปลอดภัยมากกว่าเดิม
ในขณะเดียวกันไม่ควรละเลยการสร้างแคมเปญที่มีจุดเชื่อมกับเกมในทุกสื่อความบันเทิงตามกระแส
Game-tainment
เพราะพฤติกรรมการเล่นเกมไม่ได้หยุดที่ผู้เล่น
แต่ยังขยายไปสู่ผู้ชมและระบบไลฟ์สตรีมมิง
6. อุตสาหกรรมสถาปัตยกรรมและการตกแต่ง
: เมื่อบ้านยังคงเป็นศูนย์กลางหลักในการดําเนินชีวิต
ผู้บริโภคต่างมองว่านอกบ้านได้กลายเป็นส่วนต่อขยายของพื้นที่ภายในบ้านมากขึ้น
จึงเกิดการใช้งานใหม่ๆ ตั้งแต่มุมพักผ่อนไปจนถึงห้องนั่งเล่น บาร์กลางแจ้ง
ส่วนเมืองเมื่อกลับมาเป็นปกติ ผู้คนเริ่มประเมินความสัมพันธ์ของงานกับชีวิต
กลยุทธ์เมืองยุคใหม่จึงเน้นความเท่าเทียมและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
- ข้อแนะนํา
: การปรับเมืองใหม่ให้แต่ละโลเคชัน ‘อยู่ได้’ มากขึ้น
โดยปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ เพียบพร้อมด้วยทุกสิ่งอํานวยความสะดวกที่จําเป็น
และผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่าย สําหรับแนวทางการตกแต่ง ผู้บริโภคยังคงมองเรื่องสุขภาวะเป็นสําคัญ
ตั้งแต่อากาศ นํ้า จนถึงต้นไม้ จึงเกิดแนวทางการผสมผสานพื้นที่ 'ภายในและกลางแจ้ง' เข้าไว้ด้วยกัน
7. อุตสาหกรรมศิลปะและหัตถกรรม
: NFT
(Non-Fungible Token) คือ Cryptocurrency
รูปแบบหนึ่งที่แสดงความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ดิจิทัล ปัจจุบันถูกใช้ในสินทรัพย์ประเภทดิจิทัลอาร์ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เช่น งานศิลปะ แฟชั่น เพลง หรือฟีเจอร์สกินในเกม เป็นต้น
ด้วยกระแสที่มาแรงและเติบโตรวดเร็วบนโลกดิจิทัล ส่งผลให้มูลค่าของตลาด Crypto
Art ขยายตัวมากกว่า 800% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2021
- ข้อแนะนํา
: ตลาด Crypto Art สามารถปลุกชีวิตศิลปินหน้าใหม่ให้เท่าเทียมศิลปินเก่าบนเวทีดิจิทัล
อย่างไรก็ดีการลงทุนในศิลปะดิจิทัล
นักสะสมและนักลงทุนจะเลือกบล็อกเชนที่น่าเชื่อถือ
และเข้าถึงนิทรรศการที่รองรับเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) ดังนั้นครีเอเตอร์จําเป็นต้องสร้างคอนเทนต์ที่สามารถนําไปใช้ในธุรกิจอื่นได้
เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ เกม แฟชั่น หรืออีสปอร์ต โดยมีระบบจัดการสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองอย่างอิสระ
เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับหรือนักสะสมให้เข้าถึงคอนเทนต์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ
8. อุตสาหกรรมสุขภาพและความเป็นอยู่
: Corona
Blue อาการวิตกกังวล กดดัน หม่นเศร้า หมดเรี่ยวแรง สืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด
19 คาดการณ์ว่าจะมีประชากรมากกว่า 2 เท่าที่เข้ารับการปรึกษาด้านสุขภาพจิตกับผู้เชี่ยวชาญจากอาการ
Corona Blue โดยมีจํานวน 20% ที่อยู่ในกลุ่มใช้ยาเพื่อจัดการกับโรคซึมเศร้า
ขณะที่ข้อมูลจาก CDC ชี้ว่า
จํานวนเด็กและวัยรุ่นที่อยู่ในกลุ่มอาการ PTSD (Post-Traumatic Stress
Disorder) หรือภาวะป่วยทางจิตใจในระหว่างช่วงกักตัว
มีจํานวนเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จากก่อนเกิดการระบาดของไวรัส
- ข้อแนะนำ
: การบําบัดรูปแบบเดิมอาจไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกที่ต้องเผชิญอยู่ได้แบบเรียลไทม์
องค์กรหรือ Startup ควรคิดค้นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้สามารถรับคําแนะนําจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
โดยเฉพาะการให้คําปรึกษาด้านเพศวิถี และความสัมพันธ์ใกล้ชิด
รวมถึงแอปพลิเคชันที่ทําให้ผู้บําบัดมีสติและรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง
สามารถจับอารมณ์ สร้างสมาธิ และประเมินผลตนเอง
เพื่อเข้าใจและรับมือกับผลลัพธ์ที่ตามมา
9. อุตสาหกรรมอาหาร
: แรงผลักดันจากช่วงเวลาที่ขาดแคลนทรัพยากรและเศรษฐกิจถดถอย
จุดประกายทักษะการเอาชีวิตรอดด้วยการพึ่งพาตนเอง การปลูกวัตถุดิบทางอาหารด้วยตนเองเป็นกระแสภายใต้ความจําเป็น
ซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบประหยัด (Frugal Economy) ให้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และ ระบบนิเวศให้เกิดขึ้นพร้อมๆ
กัน
- ข้อแนะนำ
: จากแนวคิด Hipsteading หรือการสร้างและผลิตด้วยตนเอง ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ
เหล่านี้เป็นช่องทางสําหรับแบรนด์ในการช่วยสร้างสินค้าและผลิตภัณฑ์
จนถึงคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับการปลูกอาหารด้วยตนเอง แล้วใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อเผยแพร่ไอเดีย
เช่น ช่อง Hamimommy คุณแม่ชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในโซลที่มีพื้นที่จํากัด
หรือคอนเทนต์ปลูกอาหารสําหรับคนเมือง เป็นต้น
แหล่งอ้างอิง : รายงานเจาะเทรนด์โลก 2022 โดย TCDC