‘มาเลเซีย’ มั่นใจ ประเทศจ่อก้าวสู่ชาติพัฒนาแล้ว
เศรษฐกิจของมาเลเซียยังคงมีความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก และกำลังก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วในอนาคตอันไม่ไกล
ดาตุก เซอรี อามีร์ ฮัมซาห์ อาซิซาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของมาเลเซีย ระบุว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศยังคงแข็งแกร่ง แม้ทั่วโลกจะเผชิญกับความตึงเครียดทางการค้าในปี 2568 และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางในปี 2569 นี้
เศรษฐกิจมาเลเซียขยายตัว 5.21% ในปี 2567 และ 5.2% ในปี 2568 ก่อนที่จะเติบโต 5.4% ในไตรมาสแรก และ 5.8% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ซึ่งผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของกรอบเศรษฐกิจมาดานี (Madani Economic Framework) ซึ่งถูกนำมาใช้เมื่อเกือบ 3 ปีก่อน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจ พร้อมทั้งทำให้ผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจเข้าถึงชาวมาเลเซียทุกคน
และเป้าหมายไม่ได้เป็นเพียงการขยายตัวของเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำให้ผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้มีงานที่ดีกว่า โอกาสที่มากขึ้น และมาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้นแต่ในฐานะเศรษฐกิจที่พึ่งพาการค้า มาเลเซียไม่สามารถนิ่งเฉยได้ ท่ามกลางสภาวะภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากมาเลเซียยังคงทำสิ่งต่าง ๆ แบบเดิมที่เคยทำมา เศรษฐกิจจะไม่สามารถเติบโตได้ในอัตราที่ต้องการ มาเลเซียจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างงานคุณภาพมากขึ้น ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของมาเลเซียในเวทีโลก
นอกจากนี้ ธรรมาภิบาลที่ดียังคงเป็นเสาหลักสำคัญของกรอบนโยบายดังกล่าว และบริษัทที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้น (GLC) และบริษัทลงทุนที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้น (GLIC) ได้รับมอบหมายให้มีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาประเทศ
ปัจจุบัน GLICs บริหารสินทรัพย์มูลค่ามากกว่า 2.2 ล้านล้านริงกิตมาเลเซีย ขณะที่ GLCs คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 27% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของตลาดหลักทรัพย์บูร์ซามาเลเซีย และทั้ง 2 กลุ่มยังสร้างการจ้างงานโดยตรงมากกว่า 200,000 ตำแหน่ง และสนับสนุนผู้ขายหรือผู้จัดหาสินค้ากว่า 40,000 ราย ทั่วประเทศ ส่งผลให้มีบทบาทสำคัญครอบคลุมเศรษฐกิจมาเลเซียในวงกว้าง