‘บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’ ต้นทุนโลจิสติกส์ที่ธุรกิจต้องสนใจ
SME KnowledgeSME Update

‘บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’ ต้นทุนโลจิสติกส์ที่ธุรกิจต้องสนใจ

18 เม.ย. 2564
|
5426

แนวคิด Sustainable Packaging หรือ บรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เป็นแนวโน้มที่โดดเด่นของบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคหรือบริโภค และตอบสนองต่อความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยคำนึงถึงความต้องการของคนรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต การพัฒนาดังกล่าวประกอบด้วยกฎ 3P คือ 3 องค์ประกอบ

Planet สิ่งแวดล้อมเพื่อให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลกสามารถดำรงชีวิตได้ จึงต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งดิน น้ำ และอากาศ

People สุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่อย่างมีคุณภาพของคนในสังคม

Profit การส่งเสริมด้านเศรษฐกิจของกิจการต่างๆ ซึ่งต้องมีผลกำไรที่พอเหมาะเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาที่ให้ผลที่ยั่งยืนอย่างยาวนานเท่าที่จะทำได้ต้องมีทั้ง 3 องค์ประกอบนี้เชื่อมโยงกันอย่างสมดุล แต่ไม่จำเป็นต้องเท่าๆ กัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ลักษณะเฉพาะของการพัฒนา และเวลา เป็นต้น บรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ควรมีสมบัติและลักษณะเฉพาะ เช่น 

1. สามารถรักษาสภาพของสินค้าได้ ให้ความสะดวกในการผลิต การลำเลียงขนส่งและการจัดจำหน่าย รวมทั้งการใช้งานโดยผู้บริโภค

2. ไม่ขัดต่อกฎระเบียบของประเทศที่จำหน่ายสินค้านั้น

3. มีความปลอดภัย ไม่ก่อปัญหาด้านสุขภาพแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง ตลอดวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์นั้น

4. สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางการตลาดได้ในราคาที่เหมาะสม

5. ผลิตมาจากวัสดุที่รีไซเคิลได้หรือจากทรัพยากรที่สร้างใหม่ได้

6. ได้รับการออกแบบทางกายภาพเพื่อการใช้วัสดุและพลังงานอย่างพอเหมาะ

 

ข้อที่ควรเข้าใจในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน

หลายธุรกิจอาจมีเหตุผลในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนที่แตกต่างกัน อาทิ ทำตามกระแส ทำตามคู่แข่ง ถูกบังคับด้วยกฎหมายของประเทศที่จำหน่ายสินค้าของเรา ทำตามนโยบายของบริษัทแม่ ผู้ค้าปลีกหรือผู้นำเข้าสินค้าของเราให้ทำเพื่อเป็นจุดขายทางการตลาด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ตราสินค้าและบริษัทของเรา 

คำตอบเหล่านี้ไม่ผิด แต่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนยังมีข้อพึงระวังด้วยเช่นกัน คือ

1. วัสดุที่รีไซเคิลไม่ได้ใช้งานกับบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด : เพราะต้องคำนึงถึงสมบัติของบรรจุภัณฑ์ในการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ภายในเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น การใช้ฟิล์มพลาสติกชั้นเดียว ทำถุงบรรจุอาหารแห้งที่มีไขมัน ต้องการอายุการวางจำหน่ายนาน 1 ปี แม้ว่าจะสามารถรีไซเคิลได้ แต่จะส่งผลให้อาหารเสื่อมคุณภาพเร็วกว่ากำหนด ดังนั้นการใช้ถุงที่ทำจากฟิล์มพลาสติกหลายชั้นจึงมีความจำเป็น เพื่อรักษาคุณภาพอาหารประเภทนี้ให้ได้นานตลอดอายุของการวางจำหน่าย แม้ว่าวัสดุนี้จะไม่สามารถริไซเคิลได้ก็ตาม

2. เลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ดีพอเหมาะ : โดยไม่ก่อผลกระทบในการผลิต การลำเลียงขนส่ง และคุณภาพของสินค้า ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายของบรรจุภัณฑ์ได้ เช่น บรรจุภัณฑ์ขายปลีกมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์ขนส่งมีขนาดเล็กลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังอาจทำให้ต้นทุนของการลำเลียงขนส่งลดลงอีกด้วย เพราะสามารถจัดเรียงสินค้าบนพาเลตและในพาหนะขนส่งได้จำนวนมากขึ้น ในเรื่องขนาดของบรรจุภัณฑ์ ผู้ประกอบการมักมีหลักเกณฑ์ในการกำหนดขนาด เช่น ปริมาณ ลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ที่เครื่องบรรจุ การเปรียบเทียบกับขนาดบรรจุภัณฑ์ของคู่แข่ง และกฎระเบียบในเรื่องขนาดบรรจุภัณฑ์

ทั้งนี้บรรจุภัณฑ์ที่ให้ประโยชน์ด้านโลจิสติกส์นี้ นอกจากคำนึงถึงตัวสินค้าแล้ว จะต้องคำนึงถึงมาตรฐานต่างๆ อีกด้วย เช่น ขนาดของ pallet ขนาดของชั้นวางสินค้า ขนาดของรถบรรทุก ขนาดของตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น

นอกจากมาตรฐานแล้วยังมีเรื่องของความสะดวกในการทำงานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น การสั่งซื้อ การสั่งเบียร์เป็นลังของร้านค้าสะดวกกว่าสั่งซื้อเป็นขวด การนับสินค้าเต็ม pallet ง่ายกว่าการนับสินค้าทีละหน่วย ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นรายละเอียดเพียงปลีกย่อยในการพิจารณา ซึ่งไม่ใช่กฎตายตัวหรือแบบแผน ดังนั้นต้องมีการวิเคราะห์ด้านโลจิสติกส์อย่างรอบคอบ 



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<

 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333