แนะนำชุมชนคนเป็นไมเกรน เพื่ออยู่กับโรคอย่างเข้าใจ
‘ไมเกรน’ โรคฮิตชีวิตคนทำงาน
ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมในยุคปัจจุบัน
ทำให้หนุ่มสาววัยทำงานต้องเผชิญกับความเครียดต่างๆ มากมาย
ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ก่อให้เกิดความเครียดสะสม
ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง รวมไปถึงบั่นทอนสุขภาพกายและใจ และทำให้คนป่วยเป็นโรคต่างๆ
มากยิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในโรคฮิตของคนวัยทำงาน
ประเทศไทยมีคนไข้ไมเกรนจำนวนกว่า
10 ล้านคน พบว่า เพศหญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าเพศชายถึง 3 เท่า และมักพบคนไข้ไมเกรนในเพศหญิงที่อายุน้อย
นอกจากนี้ยังพบว่าคนไข้โรคไมเกรนมักจะมีปัญหา
เพราะขาดความรู้ความเข้าใจ และการเข้าถึงแพทย์ระบบประสาทที่มีเพียงน้อยนิด
จนทำให้เกิดการรักษาที่ผิดวิธี ทั้งการซื้อยามารับประทานเอง
จนก่อให้เกิดปัญหาตามมา อาทิ เป็นโรคปวดไมเกรนเรื้อรัง โรคไต กระเพาะอาหารอักเสบ
ดื้อยา และสมองติดยาแก้ปวด
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme
เนื่องจากไมเกรนเป็นโรคที่ไม่ใช่แค่อาการปวดหัวทั่วไป
ด้วยเกิดจากการกระตุ้นของแสง สี เสียง ความเครียด
ทำให้อาการปวดมีความรุนแรงและเรื้อรัง และก่อให้เกิดปัญหาทุพพลภาพสูง
ดังนั้นการมีความรู้และความเข้าใจอย่างถูกต้อง
จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการเริ่มต้นสังเกตพฤติกรรมตนเอง
ให้ห่างไกลจากโรคไมเกรนได้ดียิ่งขึ้น
ผศ.นพ.สุรัตน์
ตันประเวช ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่จบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปวดศีรษะจาก University College
London (UCL) ทำงานรักษาคนไข้ไมเกรนมากว่า 15 ปี
ได้ก่อตั้ง ‘สไมล์ไมเกรน (Smile Migraine)' ขึ้น
โดยพัฒนาการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียและเป็นชุมชนออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
และยังได้สร้างแอปพลิเคชันสไมล์ไมเกรนสำหรับคนไข้ไมเกรน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามอาการปวดศีรษะ วัดระดับความรุนแรงของโรคไมเกรนและปรึกษากับทีมงานที่เชี่ยวชาญได้อย่างสะดวก เพื่อให้ชาวไมเกรนได้มีนวัตกรรมในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ การันตีฝีไม้ลายมือได้จากโครงการ Open Innovation และโครงการม้านิลมังกร โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ชุนชนคนเป็นไมเกรน
เพื่อการอยู่กับโรคอย่างเข้าใจ
สำหรับแอปพลิเคชัน Smile Migraine เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมา
เพื่อช่วยให้ชาวไมเกรนสามารถบันทึก ติดตามและวิเคราะห์สถานะไมเกรนได้ด้วยตนเอง ผ่านระบบการวิเคราะห์ผลที่ออกแบบโดยแพทย์เฉพาะทาง
และหากมีคำถามสงสัยเกี่ยวกับเรื่องไมเกรน
สามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญภายในแอปพลิเคชันได้เลย ซึ่งประกอบด้วย 3 ฟังก์ชันในการใช้งานที่สำคัญ ดังนี้
1. ประเมินระดับความรุนแรงของโรค (Migraine Level) ผ่าน Smile Migraine Algorithm โดยระบบจะวิเคราะห์และประมวลผลอาการปวดศีรษะเบื้องต้นให้แก่ชาวไมเกรน
พร้อมกับแนะนำแนวทางการรักษาให้ถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ปรับพฤติกรรมและการใช้ยา
2. การปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญด้านไมเกรน
ประกอบไปด้วยแพทย์ทางระบบประสาท เภสัชกร นักกายภาพบำบัด พยาบาล นักจิตวิทยา
ที่จะคอยซัพพอร์ตและให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคไมเกรนและโรคร่วมอื่นๆ เช่น โรคซึมเศร้า
โรคปวดกล้ามเนื้อ โดยจะเป็นการตอบโต้ผ่านแชทและแชทบอทแบบเรียลไทม์
ขณะเดียวกันกำลังพัฒนาฟีเจอร์เทเลเมดิซีนขึ้น เพื่อตอบโจทย์การใช้งานอย่างครอบคลุม
3. มีเครือข่ายทางการแพทย์
ผ่านการติดต่อร้านขายยา เพื่อจ่ายยาและติดต่อสื่อสารพร้อมกับประเมินคนไข้
นำร่องที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมมีแผนที่สำหรับร้านยาที่เป็นเครือข่ายของสไมล์ไมเกรนกว่า
20 แห่ง เพื่อติดตามการใช้งาน ที่จะนำไปสู่การขยายทั่วประเทศในลำดับต่อไป
ปัจจุบันมีชาวไมเกรนในชุมชนกว่า 120,000 คน ที่จะมาร่วมเป็นกำลังใจ เป็นเพื่อนและแบ่งปันประสบการณ์ให้แก่ชาวไมเกรน
Business Mode พิชิตอาการปวด
ความท้าทายในตลาดไมเกรน
คือต้องหาสิ่งที่ใช่สำหรับผู้ป่วย ต้องหาวิธีที่จะแก้ความเดือดร้อนหรือจุดเจ็บปวด
ที่เรียกว่า ‘pain
point’ ให้ได้ และเนื่องจากโรคไมเกรนเป็น Lifestyle disease หรือโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันเกี่ยวข้องกับพฤติกรรม
จึงต้องสร้างแรงจูงใจในการลดการปวดและทำให้โรคดีขึ้น เช่น การปรับพฤติกรรมการกิน
การออกกำลังกาย โดยที่สไมล์ไมเกรนจะช่วยตรงจุดนี้ ทำให้โรคดีขึ้นในระยะยาวอีกด้วย
หากมองภาพรวมของตลาดไมเกรน
นับว่าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในประเทศไทย มีขนาดตลาดคนเป็นไมเกรนกว่า 10
ล้านคน และในอนาคตอาจจะเพิ่มขึ้น เพราะสิ่งแวดล้อมต่างๆ เอื้อที่จะเกิดไมเกรน
แต่หากถามถึงผู้เล่นในตลาดในประเทศไทยนั้น ‘สไมล์ไมเกรน’ ถือเป็นเจ้าแรกที่ครบวงจรของอีโคซิสเต็มด้านไมเกรน
เพราะฉะนั้นนอกจากจะมีค่าบริการในการปรึกษาแพทย์แล้ว
ยังจะได้ค่าส่วนแบ่งจากการจำหน่ายยา รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับช่วยชาวไมเกรน
ที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพร
จากหลักฐานงานวิจัย อาทิ สารสกัดจากขิง ที่ช่วยในการลดอาการปวด
และการใช้ผลิตภัณฑ์แมกนีเซียมสกัดเพื่อลดความรุนแรง
นอกจากนี้ยังมีการทำ B2B ร่วมกับโรงพยาบาล ในการใช้เครื่องมือติดตามอาการคนไข้ให้กับโรงพยาบาล ทำให้การรักษาสะดวกและมีประโยชน์มากขึ้น ทั้งมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านไมเกรนเพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมทั้งอีโคซิสเต็ม เช่น นวัตกรรมแว่นตากรองแสง ครีมระงับปวด
แหล่งอ้างอิง
:
โรงพยาบาลราชวิถี