เข้าใจกลไกต้นทุนของจีน ช่วย SME ไทยแข่งขันได้
SME KnowledgeSME Update

เข้าใจกลไกต้นทุนของจีน ช่วย SME ไทยแข่งขันได้

4 พ.ย. 2569
|
25

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากสินค้าจีนซึ่งมีทั้งความได้เปรียบด้านต้นทุน กำลังการผลิต และเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันอย่างเข้มแข็ง คำถามสำคัญของ SME ไทยอาจไม่ใช่ “จะแข่งขันด้านราคาอย่างไร” แต่คือ “จะสร้างความได้เปรียบในแบบของตนเองอย่างไร” โดยเฉพาะสินค้าที่มีรูปแบบและคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ซึ่งลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อจากผู้ขายหลายรายได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเบื้องหลังราคาสินค้า จะพบว่าความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตจีนมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน นอกเหนือจากต้นทุนค่าแรง

ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากระบบอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วน โรงงาน และซัปพลายเออร์เข้าด้วยกัน ทำให้การจัดหาวัตถุดิบ การพัฒนาต้นแบบ และการปรับปรุงสินค้าทำได้คล่องตัวขึ้น ขณะเดียวกัน ธุรกิจบางแห่งยังใช้วิธีผลิตสินค้าในปริมาณน้อยเพื่อทดลองตลาด เก็บข้อมูลจากลูกค้า แล้วจึงเพิ่มกำลังการผลิตเมื่อพบว่าสินค้าได้รับการตอบรับ

แนวทางเหล่านี้เป็นสิ่งที่ SME ไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้ แม้จะมีเงินทุนและกำลังการผลิตจำกัด โดยเริ่มจากการพัฒนาสินค้าล็อตเล็ก ทดสอบความต้องการของลูกค้า และนำผลตอบรับมาปรับปรุงสินค้าก่อนลงทุนผลิตจำนวนมาก เพื่อช่วยบริหารต้นทุน ลดความเสี่ยงจากสินค้าค้างสต็อก และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันโดยไม่จำเป็นต้องเข้าสู่สงครามราคา

การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมการผลิตจีน

เข้าใจบทบาทของระบบอุตสาหกรรม ก่อนมองการแข่งขันด้านราคา

ส่วนหนึ่งของแรงกดดันในการแข่งขันทางธุรกิจมาจากการที่ผู้ผลิตจีนจำนวนมากมีกำลังการผลิตขนาดใหญ่และขยายการทำตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น ทำให้หลายประเทศต้องเผชิญการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่มีต้นทุนต่ำและจีนมีความสามารถผลิตได้ในปริมาณมาก ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจที่มาของความได้เปรียบเหล่านี้ เพื่อหาแนวทางรับมือและสร้างความแตกต่างทางธุรกิจของตนเอง

ความได้เปรียบของอุตสาหกรรมจีน ที่ไม่ได้มาจากค่าแรงเพียงอย่างเดียว

ปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนประสิทธิภาพของภาคการผลิตจีนคือการรวมตัวของธุรกิจในพื้นที่เดียวกัน หรือที่เรียกว่า กลุ่มอุตสาหกรรม (Industrial Cluster) ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทรัพยากรและประสานงานระหว่างกระบวนการผลิตได้สะดวกขึ้น

การศึกษาของธนาคารโลก (World Bank) อธิบายว่า การรวมกลุ่มอุตสาหกรรมในจีนช่วยให้เกิดการแบ่งงานตามความเชี่ยวชาญ การซื้อขายชิ้นส่วนระหว่างผู้ผลิต และการลดต้นทุนในการทำธุรกรรมระหว่างธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต นอกเหนือจากความได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงาน

ตัวอย่างหนึ่งคือเมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) ประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโรงงานจากหลากหลายอุตสาหกรรมตั้งอยู่รวมกัน โดยบทความของ MIT Media Lab กล่าวถึงประสบการณ์ของนักวิจัยที่ได้ทำงานร่วมกับโรงงานในพื้นที่ ทำให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมถึงมีโอกาสร่วมกับโรงงานในการปรับปรุงและผลิตต้นแบบ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและความเชี่ยวชาญด้านการผลิตที่มีอยู่ในพื้นที่

โครงสร้างลักษณะนี้ช่วยให้เห็นว่า กลไกต้นทุนของจีนไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าแรงหรือราคาวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่ใช้จัดหาชิ้นส่วน การติดต่อผู้ผลิต การพัฒนาต้นแบบ และการแก้ไขสินค้า หากแต่ละขั้นตอนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจก็มีโอกาสลดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในกระบวนการพัฒนาสินค้า

ตลาดขนาดใหญ่ของจีนช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาดและลดต้นทุนต่อหน่วย

อีกปัจจัยที่เอื้อต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตจีนคือขนาดของตลาดภายในประเทศ โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics of China) ระบุว่า ณ สิ้นปี 2024 จีนมีประชากรประมาณ 1,408 ล้านคน ทำให้ธุรกิจมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากภายในประเทศ และสำหรับสินค้าที่มีความต้องการซื้อเพียงพอ ผู้ผลิตก็สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อใช้ประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ได้

การประหยัดต่อขนาดเกิดขึ้นเมื่อต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงตามปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากธุรกิจสามารถกระจายต้นทุนคงที่ ไม่ว่าจะเป็นค่าเครื่องจักร ค่าโรงงาน หรือค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสินค้า ไปยังสินค้าจำนวนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น หากโรงงานมีต้นทุนคงที่ 100,000 บาท การผลิต 1,000 ชิ้นจะมีต้นทุนคงที่เฉลี่ยชิ้นละ 100 บาท แต่หากผลิต 10,000 ชิ้น ต้นทุนคงที่เฉลี่ยจะลดเหลือชิ้นละ 10 บาท อย่างไรก็ตาม ยังต้องคำนึงถึงต้นทุนวัตถุดิบ แรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่นที่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการผลิตด้วย

งานวิจัยของ Alex Cheng และ Jiafu Wang ที่เผยแพร่โดย Hong Kong Monetary Authority (HKMA) ในปี 2023 ศึกษาข้อมูลมากกว่า 120 ประเทศและสินค้าประมาณ 1,200 ประเภท พบว่า ประเทศที่มีตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่มีแนวโน้มมีส่วนแบ่งการส่งออกในตลาดโลกสูงกว่า โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวเด่นชัดในสินค้าที่มีความซับซ้อนสูง เมื่อขนาดตลาดที่ใหญ่ขึ้นสัมพันธ์กับระดับรายได้ต่อหัวที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ผู้วิจัยเสนอว่าการประหยัดต่อขนาดอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนความสามารถในการส่งออกของสินค้ากลุ่มดังกล่าว

การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เป็นส่วนหนึ่งของกลไกต้นทุนของจีน

3 แนวทางสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของ SME ไทย

แม้ผู้ผลิตจีนบางรายจะมีความได้เปรียบด้านต้นทุนและกำลังการผลิต แต่การแข่งขันทางธุรกิจยังมีปัจจัยอื่นที่ผู้บริโภคและลูกค้าองค์กรใช้ประกอบการตัดสินใจ ทั้งความเหมาะสมของสินค้า ความสะดวกในการจัดซื้อ และคุณภาพการให้บริการ ซึ่งเป็นโอกาสให้ SME ไทยพัฒนาจุดแข็งของตนเองผ่าน 3 แนวทางต่อไปนี้

1. เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มด้วยสินค้าที่ออกแบบตามความต้องการของลูกค้า

การเลือกเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เป็นแนวทางที่ SME สามารถใช้สร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไป โดยมุ่งตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของลูกค้า เช่น ขนาด วัสดุ รูปแบบการใช้งาน หรือคุณสมบัติพิเศษที่สินค้าสำเร็จรูปในตลาดอาจยังไม่ตอบโจทย์ แทนการผลิตสินค้ารูปแบบเดียวเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ บริษัท แพรคติก้า จำกัด (Practika) ผู้ประกอบการไทยด้านการออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์สำหรับลูกค้าองค์กร โดยบริษัทใช้แนวคิด Industrial Customized Furniture หรือการออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์เฉพาะตามความต้องการของลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการสินค้าที่มีเอกลักษณ์หรือฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป โดยให้บริการตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การจัดส่ง ติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย

กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงแนวทางสร้างความแตกต่างด้วยความเชี่ยวชาญในการออกแบบและตอบโจทย์เฉพาะของลูกค้า สำหรับ SME ไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้โดยเริ่มจากสำรวจว่าลูกค้ากลุ่มใดมีความต้องการที่สินค้าทั่วไปยังตอบสนองได้ไม่ครบถ้วน เช่น ร้านอาหารที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ขนาดพิเศษ โรงแรมที่ต้องการของใช้ภายใต้เอกลักษณ์ของแบรนด์ หรือโรงงานที่ต้องการอุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นที่ทำงาน ก่อนพัฒนาสินค้าหรือบริการเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่ม

2. พัฒนาเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพ

การเชื่อมโยงผู้ผลิตและซัปพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Density) เกี่ยวข้องกับการกระจุกตัวและเชื่อมโยงของผู้ผลิต ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ และผู้ให้บริการในกระบวนการผลิต ซึ่งช่วยให้ธุรกิจติดต่อซื้อขายและทำงานร่วมกันได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้ประกอบการต้องจัดหาชิ้นส่วนจากหลายแหล่งเพื่อนำมาประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูป

SME ไทยสามารถนำแนวคิดนี้มาใช้กับการจัดการซัปพลายเออร์ โดยจัดทำฐานข้อมูลผู้ผลิตที่แยกตามความเชี่ยวชาญ เช่น โรงงานผลิตชิ้นส่วน ผู้รับทำต้นแบบ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ และผู้ให้บริการขนส่ง พร้อมเปรียบเทียบราคา ระยะเวลาส่งมอบ และเงื่อนไขการสั่งซื้อขั้นต่ำ เพื่อให้สามารถเลือกผู้ผลิตที่เหมาะสมกับงานแต่ละประเภทได้โดยไม่ต้องเริ่มค้นหาใหม่ทุกครั้ง 

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเครื่องสำอางที่ว่าจ้างโรงงานผลิตสินค้า อาจเลือกทำงานร่วมกับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และผู้ให้บริการขนส่งที่สามารถจัดส่งงานตามกำหนดเวลาของโรงงานได้ พร้อมกำหนดรายละเอียดสินค้าและแผนส่งมอบร่วมกันตั้งแต่ต้น วิธีนี้อาจช่วยลดปัญหาการรอชิ้นส่วนหรือการแก้ไขงานจากข้อมูลที่ไม่ตรงกัน โดยควรเปรียบเทียบทั้งต้นทุนรวม คุณภาพ และระยะเวลาส่งมอบก่อนเลือกคู่ค้า

3. ใช้บริการหลังการขายและความรวดเร็วในการดูแลลูกค้าเป็นจุดแข็ง

อีกช่องทางหนึ่งที่ SME ไทยสามารถสร้างความแตกต่างได้คือ การให้บริการที่ลูกค้าติดต่อและขอความช่วยเหลือได้สะดวก โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องติดตั้ง ปรับแต่ง ซ่อมบำรุง หรือใช้ความรู้เฉพาะทางในการใช้งาน ซึ่งลูกค้าอาจให้ความสำคัญกับการได้รับคำปรึกษาและการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากราคาซื้อสินค้า

ผู้ประกอบการในประเทศสามารถพัฒนาจุดแข็งด้านนี้ผ่านการจัดทีมให้คำปรึกษาภาษาไทย การนัดหมายเข้าตรวจสอบสินค้าในพื้นที่ การจัดหาอะไหล่ และการกำหนดระยะเวลาตอบกลับลูกค้าให้ชัดเจน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความสะดวกเมื่อเทียบกับการติดต่อผู้จำหน่ายต่างประเทศบางรายที่ต้องประสานงานข้ามประเทศหรือมีข้อจำกัดด้านเวลาและภาษา

ตัวอย่างเช่น SME ที่จำหน่ายเครื่องจักรหรืออุปกรณ์สำหรับร้านอาหาร อาจนำเสนอบริการติดตั้งและฝึกอบรมการใช้งาน รวมถึงช่องทางติดต่อเมื่ออุปกรณ์ขัดข้อง เพื่อให้ลูกค้าประเมินทั้งราคาสินค้าและความพร้อมในการดูแลหลังซื้อได้ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจควรประเมินจำนวนพนักงาน พื้นที่ให้บริการ ต้นทุนการเดินทาง และความพร้อมของอะไหล่ก่อนกำหนดเงื่อนไขบริการ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามที่เสนอแก่ลูกค้า

การสร้างความแตกต่างผ่านบริการจึงควรพิจารณาจากปัญหาที่ลูกค้าให้ความสำคัญจริง และกำหนดขอบเขตบริการให้สอดคล้องกับทรัพยากรของธุรกิจ เพื่อให้คุณค่าที่นำเสนอสามารถส่งมอบได้อย่างต่อเนื่อง

SME ไทยปรับกลยุทธ์ด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพด้านการผลิต

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้: ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไทยสร้างความได้เปรียบโดยไม่เน้นแข่งขันด้านราคา

สมมติว่าผู้ประกอบการ SME ไทยดำเนินธุรกิจผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้าราคาต่ำ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ และตู้จัดเก็บที่มีรูปแบบใกล้เคียงกัน แทนที่จะลดราคาสินค้าเพื่อแข่งขันโดยตรง ธุรกิจสามารถปรับรูปแบบการดำเนินงานให้ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม พร้อมพัฒนาระบบจัดการต้นทุนและบริการให้เป็นจุดแข็ง ผ่าน 3 แนวทางดังต่อไปนี้

1. เจาะตลาดเฟอร์นิเจอร์สำหรับร้านอาหารและโรงแรมที่มีความต้องการเฉพาะ

จากเดิมที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าหลายกลุ่ม ผู้ประกอบการอาจหันมาให้ความสำคัญกับร้านอาหารและโรงแรมที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ออกแบบตามพื้นที่และลักษณะการใช้งาน เช่น โต๊ะอาหารที่ปรับขนาดให้เหมาะกับพื้นที่จำกัด เก้าอี้ที่ใช้วัสดุทำความสะอาดง่าย หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของสถานประกอบการ

ธุรกิจสามารถเริ่มจากการพูดคุยกับเจ้าของร้านอาหารหรือผู้จัดการโรงแรม เพื่อสำรวจปัญหาที่พบในการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ ก่อนพัฒนารูปแบบสินค้าที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม วิธีนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการมีจุดขายด้านการออกแบบและความเหมาะสมในการใช้งาน ซึ่งลูกค้าสามารถนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจนอกเหนือจากราคาสินค้า

2. ใช้ข้อมูลต้นทุนและรายงานการผลิตเพื่อบริหารวัตถุดิบ

เมื่อรับผลิตเฟอร์นิเจอร์ตามคำสั่งซื้อ ธุรกิจจำเป็นต้องบริหารวัสดุหลายประเภท ทั้งไม้ เหล็ก ผ้า และอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ จึงอาจเริ่มนำระบบบันทึกข้อมูลมาใช้ติดตามต้นทุนการผลิตแต่ละโครงการ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ตั้งแต่แรก

ตัวอย่างเช่น บันทึกปริมาณวัสดุที่ประมาณการไว้เทียบกับปริมาณที่ใช้จริง ต้นทุนแรงงาน ระยะเวลาการผลิต และวัสดุเหลือใช้ จากนั้นจัดทำรายงานเปรียบเทียบต้นทุนของแต่ละโครงการ เพื่อดูว่างานประเภทใดมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คาด หรือมีวัสดุชนิดใดเหลือจากการผลิตเป็นประจำ

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ปรับปรุงการคำนวณราคางาน วางแผนจัดซื้อวัสดุ และพิจารณานำวัสดุเหลือใช้ที่ยังมีคุณภาพกลับมาใช้ในงานอื่นได้ตามความเหมาะสม ซึ่งอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและทำให้การบริหารต้นทุนมีความแม่นยำมากขึ้น

3. เพิ่มบริการติดตั้ง ซ่อมบำรุง และให้คำปรึกษาหลังการขาย

นอกจากผลิตเฟอร์นิเจอร์ให้ตรงตามความต้องการแล้ว ธุรกิจยังสามารถสร้างความแตกต่างด้วยบริการที่ช่วยให้ลูกค้าใช้งานสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การเข้าสำรวจพื้นที่ก่อนติดตั้ง การแนะนำวิธีดูแลวัสดุ การซ่อมแซมชิ้นส่วนที่ชำรุด หรือการปรับปรุงเฟอร์นิเจอร์เดิมเมื่อร้านอาหารและโรงแรมต้องการเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่

ผู้ประกอบการอาจกำหนดช่องทางติดต่อสำหรับลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะ พร้อมระบุระยะเวลาตอบกลับและเงื่อนไขการรับประกันให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างไรเมื่อเกิดปัญหา โดยความสะดวกในการติดต่อผู้ให้บริการภายในประเทศอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจเมื่อเปรียบเทียบกับการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า SME สามารถพัฒนาความสามารถในการแข่งขันได้หลายด้านพร้อมกัน ตั้งแต่การเลือกกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะ การใช้ข้อมูลเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายภายใน ไปจนถึงการเพิ่มบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า โดยแต่ละธุรกิจควรเลือกลงทุนตามความพร้อมและประเมินต้นทุนของบริการเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ

SME ไทยปรับกลยุทธ์จัดการต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และวางแผนการผลิต

4 ขั้นตอนสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับ SME ไทย

การนำแนวทางเหล่านี้มาใช้ควรเริ่มจากการพิจารณาลักษณะธุรกิจ กลุ่มลูกค้า และทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อเลือกจุดที่สามารถพัฒนาให้แตกต่างจากคู่แข่งได้อย่างเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานทั้งหมดพร้อมกัน ซึ่ง SME สามารถวางแผนดำเนินงานได้ผ่าน 4 ขั้นตอน ดังนี้

1. สำรวจความต้องการที่ตลาดยังตอบสนองได้ไม่ครบถ้วน

เริ่มจากรวบรวมข้อมูลคำถาม ข้อร้องเรียน และความต้องการเพิ่มเติมของลูกค้าปัจจุบัน รวมถึงศึกษาสินค้าและบริการที่มีอยู่ในตลาด เพื่อค้นหาว่ามีกลุ่มลูกค้าใดที่ต้องการคุณสมบัติหรือบริการเฉพาะ ซึ่งยังมีผู้ประกอบการตอบสนองไม่มากนัก

2. ใช้ข้อมูลระบุค่าใช้จ่ายที่สามารถปรับปรุงได้

จัดเก็บข้อมูลต้นทุนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการแต่ละประเภท เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง ต้นทุนสินค้าคงคลัง และค่าใช้จ่ายจากการแก้ไขงาน โดยเริ่มจากข้อมูลที่ธุรกิจมีอยู่แล้วในระบบบัญชี รายงานยอดขาย หรือเอกสารจัดซื้อ

SME สามารถใช้โปรแกรมตารางคำนวณ เช่น Microsoft Excel หรือ Google Sheets เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างช่วงเวลาและค้นหาค่าใช้จ่ายที่สูงผิดปกติ ก่อนเลือกปรับปรุงเป็นรายประเด็น เช่น การรวมคำสั่งซื้อวัตถุดิบ การปรับตารางจัดส่งสินค้า หรือการลดวัสดุสูญเสียจากกระบวนการผลิต ทั้งนี้ ควรติดตามผลหลังปรับเปลี่ยนเพื่อประเมินว่าค่าใช้จ่ายลดลงจริงหรือไม่

3. พัฒนาบริการที่ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้สะดวกขึ้น

พิจารณาว่าลูกค้าต้องใช้เวลาและทรัพยากรเพิ่มเติมในขั้นตอนใดหลังจากซื้อสินค้า เช่น การติดตั้ง การเรียนรู้วิธีใช้งาน การซ่อมบำรุง หรือการติดต่อขอความช่วยเหลือ แล้วเลือกพัฒนาบริการที่ช่วยลดความยุ่งยากเหล่านั้น

ตัวอย่างเช่น ผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับธุรกิจอาจจัดทำคู่มือภาษาไทย พร้อมช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่เมื่ออุปกรณ์มีปัญหา หรือผู้จำหน่ายอุปกรณ์ร้านอาหารอาจให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลรักษาและการจัดหาอะไหล่ โดยกำหนดระยะเวลาตอบกลับ เงื่อนไขการรับประกัน และขอบเขตบริการให้ชัดเจน พร้อมคำนวณต้นทุนเพิ่มเติมเพื่อให้การบริการสอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่

4. กำหนดตัวชี้วัดและประเมินความคุ้มค่าก่อนขยายการดำเนินงาน

หลังเลือกแนวทางที่ต้องการพัฒนาแล้ว ควรกำหนดระยะเวลาทดลองและตัวชี้วัดให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ เช่น จำนวนลูกค้าใหม่ในตลาดเฉพาะกลุ่ม ต้นทุนต่อหน่วย ระยะเวลาส่งมอบสินค้า อัตราการซื้อซ้ำ หรือระยะเวลาที่ใช้ตอบคำถามและแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า

จากนั้นเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายและทรัพยากรที่ใช้ดำเนินงาน เพื่อพิจารณาว่าแนวทางใดช่วยเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย หรือยกระดับคุณภาพบริการได้ตามเป้าหมาย ก่อนตัดสินใจขยายไปยังสินค้าประเภทอื่นหรือกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น โดยควรติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การปรับกลยุทธ์สอดคล้องกับสถานการณ์ของธุรกิจ

สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจจากสิ่งที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก

บทเรียนสำคัญจากผู้ผลิตจีนอาจไม่ได้อยู่ที่การขายสินค้าราคาถูก แต่อยู่ที่ความสามารถในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การทดลองตลาดอย่างรวดเร็ว การบริหารสินค้าคงคลัง และการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นแนวคิดที่ SME ไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้ตามขนาดและศักยภาพของธุรกิจ 

อย่างไรก็ตาม ในตลาดที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น ความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและสร้างยอดขายอย่างต่อเนื่องยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นนอกเหนือจากราคา ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือของแบรนด์ การบริการหลังการขาย ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในท้องถิ่น หรือความสามารถในการพัฒนาสินค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการสามารถนำมาต่อยอดเป็นจุดแข็งของธุรกิจได้

สำหรับ SME ไทย การศึกษารูปแบบการดำเนินงานของผู้ผลิตจีนจึงมีเป้าหมายเพื่อเรียนรู้แนวคิดในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดความสูญเสีย และตอบสนองความต้องการของตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของธุรกิจตนเอง เช่น บริการปรับแต่งสินค้าตามความต้องการ การให้คำปรึกษาก่อนซื้อ การดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หรือความเชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะกลุ่ม เมื่อสามารถผสานทั้งประสิทธิภาพในการดำเนินงานและจุดแข็งที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยากเข้าด้วยกัน SME ไทยก็จะมีโอกาสสร้างความแตกต่างและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสงครามราคาเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลอ้างอิง

  1. How Do Special Economic Zones and Industrial Clusters Drive China’s Rapid Development?. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 จาก https://documents1.worldbank.org/curated/en/310891468018256346/pdf/WPS5583.pdf.  

  2. Industrial Policy and State Ownership – How Do Commercial Banks Allocate Credit in China?. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 จาก https://www.elibrary.imf.org/downloadpdf/view/journals/001/2024/262/article-A001-en.pd. 

  3. Industrial Policy in China: Quantification and Impact on Misallocation. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 จาก https://www.imf.org/-/media/files/publications/wp/2025/english/wpiea2025155-source-pdf.pdf. 

  4. Jamming to Knitting, Music to Machines: Bringing interdisciplinary research to the manufacturing ecosystem. MIT Media Lab. (13 เมษายน 2020). สืบค้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 จาก https://www.media.mit.edu/posts/jamming-to-knitting-music-to-machines/

  5. VISION 2045: Accelerating Toward a Desirable and Sustainable Future. SHEIN Group. (17 เมษายน 2023). สืบค้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 จาก https://www.sheingroup.com/newsroom/vision-2045-accelerating-toward-a-desirable-and-sustainable-future

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333