เกษตรกรยิ้ม นวัตกรรมเพิ่มสัดส่วนลูกวัวตัวเมีย

นวัตกรรมการผลิตน้ำเชื้อโคนมคัดเพศแช่แข็ง เพื่อเพิ่มสัดส่วนลูกโคเพศเมีย ราคาต่อหลอดไม่แพง ส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศ สร้างมูลค่าการตลาดมากกว่า 35,000 ล้านบาท/ปี

บริษัท สยาม โนวาส จำกัด เกิดจากการพัฒนางานในห้องปฏิบัติการของภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในห้องปฏิบัติการภูมิคุ้มกันวิทยาและระบบการสืบพันธุ์สัตว์ ที่มี รศ.เพทาย พงษ์เพียจันทร์ เป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการ โดยเริ่มการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีมากว่า 20 ปี มีกำลังสำคัญ คือ ดร.กรวรรณ  ศรีงาม และ ผส.ดร.วิวัฒน์ พัฒนาวงศ์ ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรม “การผลิตน้ำเชื้อโคนมคัดเพศแช่แข็ง เพื่อเพิ่มสัดส่วนลูกโคเพศเมีย Sex-sorted Dairy Cattle Semen that Changes Gender Ratio in Favor to Heifer Calves”

เพื่อเป็นการเพิ่มอัตราการเกิดลูกโคเพศเมีย ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเริ่มจากกลุ่มวัวนม มีโจทย์คือทำอย่างไรให้การสืบพันธุ์มีอัตราเพศเมียเกิน 50% 

คุณลักษณะของนวัตกรรม

รศ.เพทายอธิบายว่า ในธรรมชาติอัตราส่วนลูกโคเพศเมีย : เพศผู้  มีค่าเป็น 1 : 1 หรือ 50 : 50 การกำหนดเพศของลูกโคนมโดยที่ สเปิร์มเอ็กซ์ (X-bearing spermatozoa) กำหนดให้ได้ลูกโคเพศเมียส่วนสเปิร์มวาย (Y-bearing spermatozoa) กำหนดให้ได้ลูกโคเพศผู้ นวัตกรรมนี้เป็นการลดสัดส่วนของสเปิร์มวายลงด้วยปฏิกิริยาไซโตทอดซิค (cytotoxic) ที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขการมีโมโนโคลนอลแอนติบอดี (Monoclonal antibody) ต่อแอนติเจน (antigen) บนผนังเซลล์ของสเปิร์มวาย เมื่อสิ้นสุดกระบวนการส่งผลให้ได้น้ำเชื้อที่มีสัดส่วนของสเปิร์มเอ็กซ์เพิ่มสูง หรือทำให้ได้ลูกโคเพศเมียมากขึ้นนั่นเอง

เป็นนวัตกรรมที่อยู่ภายใต้การการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และการบ่มเพาะธุรกิจจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพราะอยู่ในภาคส่วนของ SME

เพิ่มอัตราการเกิดลูกโคเพศเมีย

ในแต่ละปีประเทศไทยมีลูกโคนมเพศผู้เกิดขึ้นประมาณ 75,000 ตัว ลูกโคเหล่านี้ เมื่อเกิดมาจะถูกขาย ดังนั้นการมีเทคโนโลยีในการเปลี่ยนสัดส่วนการเกิดลูกโคจึงเป็นที่ต้องการของเกษตรกร ในแง่เศรษฐกิจการเพิ่มอัตราการเกิดลูกโคเพศเมียเป็น 70% จะมีลูกโคเพิ่มขึ้นจำนวน 15,000 ตัว ในเวลา 3 ปีโคนมเพศเมีย 1 ตัว มีมูลค่าตัวละ 87,500 บาท จะเกิดมูลค่าเพิ่มเป็น 1,312.5 ล้านบาทต่อ 3 ปี หรือ 473.5 ล้านบาท/ปี

ณ ปัจจุบันผลการทดลองได้รับการพิสูจน์ในระดับฟาร์มจากลูกโคที่เกิดจากการทดลองจำนวน 789 ตัว ให้ผลการเกิดลูกโคเพศเมียระหว่าง 71-80% ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างดีในเชิงพาณิชย์ จึงมีความพร้อมที่จะนำความรู้นี้สู่การใช้ประโยชน์ในระดับประเทศ , ประชาคมอาเซียน และในระดับโลกต่อไป โดยที่ในระดับโลกนั้นมีความต้องการน้ำเชื้อแช่แข็งมากว่า 100ล้านโดส/ปี มูลค่าการตลาดต่อปีมากกว่า 35,000 ล้านบาท

สำหรับงบประมาณในการสร้างนวัตกรรม รศ.เพทายเปิดเผยว่าใช้ทุนไม่มาก เนื่องจากทำงานในห้องทดลองเป็นส่วนใหญ่ เน้นในเรื่องวิจัยและพัฒนา สูงในระดับหนึ่งแต่ไม่ถึงหลักหลายสิบล้าน หากเทียบกับการขายถือว่าคุ้มทุนสามารถดำเนินธุรกิจไปต่อได้ 

โอกาสทางการตลาด

รศ.เพทาย อธิบายว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่ใช้กันอยู่ตอนนี้คือการแยกสเปิร์มที่ละตัว ซึ่งมีความแม่นยำในการผสมเทียม สามารถทำให้มีโอกาสได้ลูกวัวตัวเมียสูงถึง 90% มีราคาต่อหลอดประมาณ 2,000-2500 บาทต่อ 1 หลอดสำหรับผสมเทียม ด้วยข้อจำกัดที่ราคาแพง ทำให้ใส่จำนวนสเปิร์มได้น้อย แต่นวัตกรรมของสยามโนวาสใช้ระบบแอนติบอดี ราคาไม่แพง สามารถใส่จำนวนสเปิร์มที่มากได้ตามปกติ ทำให้มีโอกาสติดลูกสูงกว่า และมีราคาน้ำเชื้อต่อหลอดที่ถูกกว่ามาก

น้ำเชื้อโคนมคัดเพศแช่แข็งของสยามโนวาสมีราคาต่อหลอดอยู่ที่ 500 บาท โดยกลุ่มลูกค้าคือ องค์กรที่ผลิตน้ำเชื้อแช่แข็ง เช่น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และกรมปศุสัตว์ ซึ่งทั้งสององค์กรนี้ผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งเป็นสัดส่วน 70% ของประเทศ โดยใช้วิธีรับจ้างผลิต นอกจากนั้นยังใช้วิธีการขายตรงให้กับกลุ่มเกษตรกร และมองยาวถึงอนาคตในตลาดต่างประเทศทั่วโลก

“ประเทศไทยมีวัวนมประมาณ 3 แสนตัวต่อปี ในโลกมีประมาณ 300 ล้านตัว วัว 1 ตัวต้องใช้น้ำเชื้อ 2 หลอด มองว่าเป็นโอกาสทางการตลาดที่ใหญ่มาก” รศ.เพทาย กล่าว

จากนั้น รศ.เพทาย กล่าวต่อถึงวัวเนื้อ ที่จะเป็นตลาดใหญ่อนาคต ว่าการคัดเพศก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน ซึ่งมีจำนวนมาก 5-6 ล้านตัวในประเทศไทย เป็นตลาดใหญ่ แต่กลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงค่อนข้างยากจน วางแผนธุรกิจไว้ในรูปแบบการจ้างผลิต โดยต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาส่งเสริมการค้าในการสั่งซื้อเพื่อไปแจกจ่ายเกษตรกร

ปัจจุบัน สยาม โนวาส ทำการตลาดด้วยการรับจ้างผลิต ภายในปีนี้วางแผนจัดจำหน่ายเองเพื่อเข้าถึงเกษตรกรโดยตรงและเน้นใช้แผนการตลาดด้วยโซเชียลมีเดีย สร้างความมั่นคงเพื่อขยายสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต 

คุณค่าที่เกิดขึ้นจากการใช้นวัตกรรม

ในแง่เศรษฐกิจจะเกิดผลกระทบทางบวก เพราะสามารถผลิตน้ำนมได้เป็นจำนวนมากต่อปีตามจำนวนแม่วัวที่เพิ่มมากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติ ในเชิงของสังคม เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนม เพราะราคานวัตกรรมที่ขายออกไปมีราคาไม่สูง ได้ผลตอบแทนดี นอกจากนี้ในอนาคตมีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางของธุรกิจวัวนมในเขตเศรษฐกิจอาเซียน เพราะในประเทศเพื่อนบ้านเช่น เวียดนาม กัมพูชา ธุรกิจวัวนมกำลังเติบโต

และในส่วนคุณค่าทางจิตใจ รศ.เพทาย กล่าวทิ้งท้ายว่า“เกิดความภาคภูมิใจ ที่ได้แสดงให้เห็นว่าระบบการศึกษาไทยมีคุณภาพ เพราะตนเองนั้นไม่ได้จบการศึกษาจากต่างประเทศ เป็นนักวิชาการไทยที่สามารถทำงานวิจัยเพื่อแข่งขันในระดับโลกได้”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

2060 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น