เปิดร่างยุทธศาสตร์อีคอมเมิร์ซ 5 ปี ดันยอดเท่าตัว

ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย นับวันยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ในปีที่ผ่านมาตลาดนี้มีมูลค่า ถึง 2.8 ล้านบาทขยายตัวกว่า 9% จากปีก่อน

ไฮไลท์ : ในปีที่ผ่านมาตลาดนี้มีมูลค่า ถึง 2.8 ล้านบาทขยายตัวกว่า 9% จากปีก่อน โดยมีการคาดการณ์ว่าทิศทางตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2561 เติบโตไม่ต่ำกว่า 25% รัฐบาลจึงจัดทำ ร่างยุทธศาสตร์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  4 ด้าน 12 กลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ภายในกรอบระยะเวลา 5 ปี นับจากปี 2560-2564 โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยอีก 1 เท่าตัว หรือจาก 4,556 ล้านบาท เป็น 10,000 ล้านบาทในปี 2564

 

————————–

ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย นับวันยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ในปีที่ผ่านมาตลาดนี้มีมูลค่า ถึง 2.8 ล้านบาทขยายตัวกว่า 9% จากปีก่อน

 

‘นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ’ นายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย มองว่า ทิศทางตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2561 เติบโตไม่ต่ำกว่า 25% ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอีมาร์เก็ตเพลซต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีน อย่าง อาลีบาบา ลาซาด้า หรือสัญชาติอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ หรือสิงคโปร์ แต่ในส่วนของไทยยังคงต้องเตรียมตัวรับมือการแข่งขันอย่างรุนแรงที่จะเกิดขึ้น

 

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เร่งจัดทำ ‘ร่างยุทธศาสตร์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์’ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ภายในกรอบระยะเวลา 5 ปี นับจากปี 2560-2564 โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยอีก 1 เท่าตัว

 

 

กระทรวงพาณิชย์​ได้รับมอบหมายให้เป็น “เจ้าภาพหลัก” ในการจัดทำยุทธศาสตร์นี้ ‘นายสนธิรัตน์​ สนธิจิรวงศ์’ รัฐมนตรีว่าการะทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรี (ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์)  ในทางปฏิบัติได้แต่งตั้งนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นมิสเตอร์อีคอมเมิร์ซรับผิดชอบ โดยมีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโดยช่วยทำให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซเพื่อให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง

 

การทำงานด้านอีคอมเมิร์ซ ประกอบด้วยหลายหน่วยงานซึ่งจะมีการบูรณาการร่วมกัน โดยจะแบ่งแยกตามภารกิจ เริ่มจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดูแลเรื่องการทำแพลตฟอร์ม เทคโนโลยี คลื่นสัญญาณ  กระทรวงอุตสาหกรรมส่งเสริมเอสเอ็มอีด้านการผลิต และหากเป็นการส่งเสริมด้านการตลาดถือเป็นบทบาทของกระทรวงพาณิชย์

 

โดยตัวอย่างเช่น การร่วมกันทำงานกับกระทรวงดีอีภายในโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งจะมีการคัดเลือกร้าน 10,000 แห่งแรกเข้าร่วมโครงการโชห่วย-ไฮบริดร่วมกับกระทรวงดีอี และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  เป็นต้น

 

 

สำหรับยุทธศาสตร์อีคอมเมิร์ซ  ประกอบด้วย 4 ด้าน 12 กลยุทธ์  โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน และมีอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นเลขานุการ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ เพื่อดำเนินการตามแต่ละยุทธศาสตร์ในแต่ละด้าน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์ เพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้

 

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์อีคอมเมิร์ซ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ 1 การเสริมสร้างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ มุ่งเน้นส่งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการทำอีคอมเมิร์ซ และอำนวยความสะดวกทางการค้าสู่สากล ซึ่งมีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นเจ้าภาพ ประกอบด้วยกลยุทธ์ 3 ด้าน 1) สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการเดิมและผู้ประกอบการรายใหม่ ให้สามารถส่งออกได้โดยใช้ระบบออนไลน์ 2) พัฒนาสินค้าและบริการให้มีมูลค่าเพิ่ม 3) ส่งเสริมการตลาดอีคอมเมิร์ซทั้งในและต่างประเทศ

 

ยุทธศาสตร์ 2 ส่งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการทำอีคอมเมิร์ซ และอำนวยความสะดวกทางการค้าสู่สากล ซึ่งมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นเจ้าภาพ ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ คือ 1) ยกระดับการชำระเงินที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 2) ใช้ประโยชน์และส่งเสริมการยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการโลจิสติกส์สำหรับอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร และ 3) เชื่อมโยงระบบภาครัฐเพื่อลดขั้นตอน

 

ยุทธศาสตร์ 3 เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพปัจจัยสนับสนุน ซึ่งมีสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นเจ้าภาพ ประกอบด้วยกลยุทธ์ 4 ด้าน คือ 1) พัฒนาองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้แบบบูรณาการ 2) พัฒนาคลังข้อมูลเพื่อต่อยอดอีคอมเมิร์ซในเชิงธุรกิจ 3) เข้าถึงแหล่งเงินทุนและมาตรการจูงใจ 4) ลดอุปสรรค ปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ และยุทธศาสตร์ 4 สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งมีสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ  ETDA เป็นเจ้าภาพ และมีกลยุทธ์ที่จะพัฒนากลไกการกำกับดูแลตนเอง (self-regulation) เพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่ดี และสร้างกลไกการคุ้มครองผู้บริโภค (consumer protection)


 

ด้าน’นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์’ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อธิบายถึงแผนการทำงานในส่วนของกรมฯ เพื่อผลักดันมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เพิ่มขึ้นว่า ได้ร่วมกับบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป จำกัด ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SMEs ของไทยตั้งแต่ระดับฐานรากจนถึง SMEs ที่สามารถส่งออกได้ ให้สามารถดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่องในปีนี้

อีกทั้ง กรมฯ มีแผนจะผลักดันให้สินค้าและบริการไทย โดยร่วมมือกับ Amazon และ eBay ซึ่งเป็น e-Marketplace ชั้นนำระดับโลก นอกจากนี้ยังมี GoSoko ของแอฟริกา Coupang เกาหลีใต้ และSouq.com ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเป็นช่องทางแห่งโอกาสสำหรับสินค้าและบริการของไทย

ขณะเดียวกันไทยต้องพัฒนาต่อยอด e-Marketplace สัญชาติไทย โดยยกระดับการให้บริการเว็บไซต์ Thaitrade.com  มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีจำนวนสมาชิกผู้ขายกว่า 22,754 ราย  และมีสินค้าและบริการกว่า 255,849 รายการ

สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
อีเมล: [email protected] โทรศัพท์ 02 -230-2758 หรือ สายด่วน 1333

 

 

 

แสดงความคิดเห็น