MY BAND จองวงดนตรีที่ชอบ ในราคาที่ใช่ แถมไม่มีเรื่องลิขสิทธิ์ให้กังวล

เรื่องลิขสิทธิ์ต่างๆ นั้นในประเทศไทยเรายังให้ความสำคัญกันน้อยมากกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะในวงการเพลงบ้านเรา

เพราะแค่เพียงนำเพลงใครสักคนมา Cover ก็นับว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์แล้วล่ะครับ และการจ้างวงดนตรีไปแสดงสดแต่ละทีนั้น นอกจากปัญหาในเรื่องของลิขสิทธิ์ที่เจ้าของงานอาจจะโดนค่าปรับย้อนหลังได้แล้ว

ซึ่งบางครั้งบางทีงานใหญ่ๆ เราก็ไม่สามารถผิดพลาด หรือเสี่ยงกับการเกิดเหตุขัดข้องได้ ดังนั้นการใช้บริการของ MY BAND สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่เข้ามาดูแลและจัดการในเรื่องการแสดงทุกอย่างให้แบบครบถ้วน ก็ดูจะเป็นทางออกที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน

MY BAND เริ่มต้นจากปัญหาที่ไม่มีใครแก้

ก่อนจะไปลงลึกรายละเอียดของสตาร์ทอัพรายนี้ กับคุณกรรณ ศิธาพัฒน์ (ก้อง) Managing Director และ CEO ของ MY BAND เราไปทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นของเขากันก่อนเลยกับ ที่มาที่ไป และการมองเห็นปัญหาที่ผ่านมาเนิ่นนานกว่า 10 ปี ในวงการดนตรี แต่ไม่มีคนแก้ ซึ่ง MY BAND นั้นเป็นแพลตฟอร์มแรกที่บริการจองวงดนตรีไปแสดงแบบถูกลิขสิทธิ์ สำหรับงานเเต่งงาน ปาร์ตี้ หรืองานอีเวนท์ แต่กว่าจะมาเป็น MY BAND ในทุกวันนี้ได้ เขาต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง…มาดูกัน

“ไอเดียนี้เริ่มมาจาก Pain points ที่เราเจอในฐานะผู้จัดงานและนักดนตรีกว่า 10 ปี ซึ่งแบ่งเป็น 3 ข้อหลักคือ :

1.ความยุ่งยากในการหาวงดนตรีที่เหมาะกับงาน รวมถึงการทำเอกสารและวิธีชำระเงินที่ไม่สะดวก

2.ความไม่ปลอดภัย เช่นนักดนตรีมาสาย เบี้ยวงาน หรือเปลี่ยนตัวนักร้อง ทำให้งานล่ม

3 ปัญหาลิขสิทธิ์เพลงในประเทศไทยที่ยังแก้ไม่ได้ จะพบเจอบ่อยกับบริษัทที่ต้องการจัดงานในห้าง แต่วงดนตรีไม่มีใบอนุญาต ถ้าผู้จ้างจะจัดการเองก็ล่าช้าและมีค่าใช้จ่ายที่สูง และความกังวลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ที่อาจโดนจับได้ พอเราเจอปัญหาลักษณะนี้จึงนั่งคุยกันกับเพื่อนๆ ว่าเราจะทำอะไรกับมันได้บ้าง ด้วยความที่เคยเป็นออร์แกไนเซอร์ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าปัญหาพวกนี้ต้องลงมือแก้อย่างจริงจัง จึงเริ่มต้นทำ MY BAND ขึ้นมา”

MY BAND แก้ปัญหาที่ค้างคากว่า 10 ปี ด้วยการสร้างเงื่อนไขที่ Win-Win ทุกฝ่าย

MY BAND เป็นสุดยอดสตาร์ทอัพที่รวมศิลปินกว่า 100 วง มาไว้ที่เดียว ทั้งศิลปินสังกัดค่าย ศิลปินอิสระ เพื่อให้ผู้จ้างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย อีกทั้งทุกการจ้างงานผ่าน MY BAND ก็ยังครอบคลุมลิขสิทธิ์ GMM เเละ MCT ซึ่งเป็นองค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์แห่งประเทศไทย มีการจัดเก็บและดูแลลิขสิทธิ์เพลงกว่า 10 ล้านเพลง ทุกการจ้างงานของ MY BAND จะมีการแบ่งรายได้คืนให้กับนักแต่งเพลงด้วย

“สมมติมีการมาจ้างงานผ่าน MY BAND จ้างไปเล่นงานแต่งงาน หรืองานเลี้ยง พอหลังจบงาน ทาง MY BAND ก็จะมีการชำระค่าลิขสิทธิ์ผ่านระบบหลังบ้านของเรา และชำระให้กับทางเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง โดยผ่านองค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์ที่จะนำไปจ่ายให้นักแต่งเพลง พูดง่ายๆ คือเป็นเหมือนช่องทางรายได้ให้กับนักแต่งเพลง

อย่างปัญหาที่เรื้อรังตอนนี้ก็คือ นักแต่งเพลงหรือวงดนตรีเขาทำเพลงออกมามีค่าใช้จ่ายสูง แล้วรายได้ไม่มี เมื่อก่อนรายได้มาจากการขาย CD หรือเทป แต่พฤติกรรมคนเปลี่ยนไป คนไปฟังสตรีมมิ่ง เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับรายได้ส่วนเเบ่งน้อยมาก สำหรับนักแต่งเพลงรายได้เรียกได้ว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำ MY BAND จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้เขามีรายได้เพิ่มจากตรงนี้ด้วย  เป็นพื้นที่ให้เขาไปแสดงความสามารถ เข้าถึงกลุ่มลูกค้า และรายได้ก็คืนกลับสู่ตัวเขา”

อุปสรรคที่ต้องเจอ ภายในระยะเวลา 8 เดือนที่เริ่มธุรกิจ

แน่นอนว่าการทำธุรกิจทุกชนิดย่อมต้องเกิดอุปสรรค และปัญหาต่างๆ ตามมา ซึ่ง MY BAND เองก็หนีไม่พ้นความจริงข้อนี้เช่นกัน

“อุปสรรคของเราอย่างแรกเลยคือ เขาไม่รู้ว่า MY BAND ทำอะไร เขาไม่รู้ว่าทุกการจ้างงานเรามีการคืนรายได้ให้กับนักแต่งเพลง จริงๆ เรามาเพิ่มรายได้ให้เขา เหมือนเป็นออร์แกไนเซอร์ พอเราไม่ได้โปรโมทสิ่งเหล่านี้ไปทำให้นักดนตรีไม่รู้จัก ถามว่า 100 วง เข้ามาได้อย่างไร มันอาจจะเป็นเรื่องของคอนเนคชั่นของเรา

ช่วงแรกที่เราเจอเลยคือลูกค้าไม่ใช้แพลตฟอร์ม เขายังไม่เข้าใจว่ามันคือแพลตฟอร์มที่จองวงดนตรีได้เลย เขาก็ยังติดวิธีการจองแบบเดิมคือการโทรมาถาม ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด ทั้งที่เรามีการลงข้อมูลให้หมดแล้ว อาจจะเป็นที่ตัวแบรนด์ด้วยที่สื่อให้ลูกค้าไม่เข้าใจ

หลังจากเปิดมา 8 เดือน ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้น เราเริ่มมีการโปรโมททาง Google อย่างเช่น พิมพ์คำว่าจองวงดนตรีก็จะเจอ MY BAND อันดับแรก ทำให้ลูกค้าเรารู้จักมากขึ้น เริ่มเข้ามาหลากหลายแล้ว ทั้งลูกค้าออร์แกไนเซอร์ ลูกค้าบริษัท ลูกค้าทั่วไป โรงแรม เริ่มมีเยอะพอสมควรแล้ว”

ทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎและกติกา เป็นจุดขายที่ MY BAND ยึดถือ

ถึงแม้คู่แข่งที่เริ่มมองเห็นและลงมือทำธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันกับ MY BAND จะเริ่มมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่คุณก้องก็ยังคงเชื่อว่า MY BAND นั้นยังคงเป็นเจ้าเดียวที่มอบความสบายใจให้กับลูกค้าได้อย่างแท้จริง

“จุดเด่นของเราคือ เรื่องของลิขสิทธิ์ ทุกการจ้างงานของ MY BAND คือจะ Cover ลิขสิทธิ์เพลงกว่า 10 ล้านเพลงเลย จริงๆ จะมีระบบลิสต์เพลงที่ให้แบรนด์เลือกจากระบบ ลิสต์เพลงก็จะคืนรายได้ให้กับนักแต่งเพลง หลักๆ เราก็มีหลากหลายราคาให้ลูกค้าเลือกแล้วแต่งบประมาณ เริ่มต้นที่ 6,000 บาท จนถึงศิลปินที่มีชื่อเสียงหลักแสนบาท

วางแผนอนาคต บุกตลาดหัวเมืองหลัก ขยายธุรกิจสู่ต่างจังหวัด

“ตอนนี้เราเปิดแค่พื้นที่ในกรุงเทพ โดยภายในปีนี้เราจะขยายไปพื้นที่ใกล้เคียง เช่น พัทยา หัวหิน ชลบุรี เขาใหญ่ และมีการเพิ่มนักดนตรีที่อยู่ในพื้นที่เข้ามาในระบบ เพื่อให้ลูกค้าจองวงดนตรีในพื้นที่ได้ง่ายขึ้น บางทีลูกค้าไม่รู้ว่ามีศิลปินในพื้นที่ เพราะว่าบางทีวงไม่ได้โปรโมท เราจะมีทีมงานที่คอยคัดคุณภาพของแบนด์ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด”

รู้จริงในสิ่งที่ทำ

“สำหรับคนที่อยากจะทำสตาร์ทอัพ ต้องหาจุดแข็งก่อนว่า เราต้องการแก้ปัญหาอะไร และจุดแข็งของเราคืออะไร ต้องดูด้วยว่าตลาดของเรามีคู่แข่งขนาดไหน มันสามารถสร้างมูลค่าได้ไหม เพราะปัญหาหลายๆ ที่เจอคือ ไม่ได้ศึกษาตลาดก่อน ทำไปแล้วไม่มีลูกค้า ไม่มีรายได้ ซึ่งเป็นปัญหาหลักๆ ที่ทำให้สตาร์ทอัพหลายๆ รายไปไม่ถึง

ที่สำคัญคือเรื่องทีม เราต้องให้ความสำคัญกับทีม เพราะว่าสตาร์ทอัพบางทีมเริ่มจากไม่มีเงิน เป็นการลงทุนด้วยเงินตัวเอง จึงต้องอาศัยทีมเวิร์คไปช่วยกัน กว่าเราจะสร้างรายได้จากธุรกิจใช้เวลานาน ฉะนั้นต้องอาศัยความเชื่อใจกันพอสมควร”

MY BAND จะทำให้การจองวงดนตรีนั้นง่ายขึ้น มีหลากหลายราคา มีวงดนตรีและศิลปินคุณภาพที่หลากหลายแนวเพลง ทั้งวงดนตรีงานแต่ง วงดนตรีงานเลี้ยง และวงดนตรีงานอีเวนต์ ที่สำคัญยังเพลงที่นำมาโชว์ก็ยังถูกต้องตามลิขลิทธิ์อีกด้วย
เช็คราคา จองศิลปิน สำหรับผู้ใดสนใจบริการของ MY BAND สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.myband.co.th
โทรศัพท์ +6695-6416298 รวมถึง [email protected] ที่ https://line.me/R/ti/p/%40mybandcoth

แสดงความคิดเห็น