ทำไมแฟรนไชส์เกษตร ไม่เกิด ?

เทรนด์การจ้างงานในอนาคตจะลดลงเรื่อยๆ ทั่วโลกคาดการณ์ว่าจะเหลือคนทำงานประจำประมาณ 25% โดยอีก 75% นั้นจะหันมาทำธุรกิจของตัวเอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

ไฮไลท์ :  การประมาณการณ์ว่าปี 2561 ธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยจะเติบโต 15% จากปีที่ผ่านมาธุรกิจแฟรนไชส์มีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านบาท ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงมาก และมีความหลากหลาย ทั้งประเภทค้าปลีก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม บริการ สุขภาพ แต่กลับไม่ค่อยแฟรนไชส์เกษตร ทั้งที่ไทยประกาศความมุ่งมั่นจะยกระดับการเกษตรไทย สาเหตุสำคัญมาจากข้อจำกัดหลายด้าน เช่น เจ้าของสินค้าการเกษตร หรือเกษตรกรไม่ถนัดด้านการค้า เกษตรกรไทยขาดความเข้มแข็งในเรื่องการการวางโมเดลธุรกิจเพื่อพัฒนาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไรก็ตาม หากสามารถยกพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ในเรื่องนี้อาจจะเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้

 

——————————-

“แฟรนไชส์” คือทางลัดและโอกาสทางธุรกิจ สำหรับสินค้าหลากหลายชนิด ซึ่งผู้ซื้อแฟรนไชส์จะได้รับสิทธิ์ในการบริหารธุรกิจตามระบบแฟรนไชส์  จะได้สิทธิ์ในเครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า ข้อมูลลับ และทรัพย์สินทางปัญญา การซื้อแฟรนไชส์เป็นโอกาสในการเกิดเถ้าแก่จำนวนมาก และตามมาคือสร้างให้เศรษฐกิจมีการเติบโต

 

ปัจจุบันแฟรนไชส์มีหลากหลายประเภท แต่ทำไม “แฟรนไชส์เกษตร” จึงไม่เกิด ทั้งที่ไทยประกาศความมุ่งมั่นเพื่อยกระดับการเกษตรไทยให้พรีเมียม เพื่อก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล พร้อมเพิ่มศักยภาพของเกษตรกรไทยด้วยการใช้นวัตกรรม สร้างมูลค่า ทั้งสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป สู่การเพิ่มผลผลิตรองรับความต้องการของตลาด เปิดโอกาสผู้ประกอบการเกษตรไทยสู่ตลาดโมเดิร์นเทรดอย่างมีคุณภาพ

เปรียบเทียบจีดีพีในและนอกภาคเกษตรไทย (%)

ที่มา :  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

‘คุณฉันทานนท์ วรรณเขจร’ รองเลขาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า สำหรับแฟรนไชส์เกษตร ยอมรับว่าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ค่อยจะมีหรือมีก็ไม่ค่อยเกิด เพราะเรื่องของแฟรนไชส์ คือการขายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มีแผนการตลาดแน่นอน มีระบบที่ชัดเจน ที่สำคัญสินค้าต้องมีมาตรฐาน เหมือนกันทุกชิ้น สมมุติว่า มีการทำระบบจะทำแฟรนไชส์ปลูกเมล่อน แต่ก็จะมีข้อจำกัดในเรื่องของดิน เพราะเมืองไทยไม่สามารถปลูกเมล่อนได้ทุกที่ เป็นต้น

ขณะที่แฟรนไชส์ธุรกิจแปรรูปอาหาร อาจทำได้ แต่การควบคุมคุณภาพต้องได้มาตรฐาน ที่สำคัญเจ้าของธุรกิจที่ทำแฟรนไชส์ ต้องมีความชำนาญ ต้องประสบความสำเร็จก่อน จึงจะสามารถขายแฟรนไชส์ได้ ดังนั้น ก่อนจะถามเรื่องของแฟรนไชส์เกษตร ต้องย้อนถามว่ามีเกษตรกรคนใดในประเทศไทย ที่ประสบความสำเร็จบ้าง

 

@ โอกาสของการพัฒนาแฟรนไชส์

ด้วย เทรนด์การจ้างงานในอนาคตจะลดลงเรื่อยๆ ทั่วโลกคาดการณ์ว่าจะเหลือคนทำงานประจำประมาณ 25% โดยอีก 75% นั้นจะหันมาทำธุรกิจของตัวเอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ซึ่งจากเทรนด์ดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจแฟรนไชส์มีการเติบโตขึ้น โดยมีการประมาณการณ์ว่าปี 2561 ธุรกิจนี้จะเติบโต 15% จากปีที่ผ่านมาธุรกิจแฟรนไชส์มีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านบาท ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงมากในขณะนี้

 

‘คุณสมจิตร ลิขิตสถาพร’ นายกสมาคมแฟรนไชส์ไทย (Thai Franchise Association)  กล่าวว่า สมาชิกสมาคมแฟรนไชส์มีจำนวนประมาณ 300 ราย และมีการเติบโตต่อเนื่อง ธุรกิจที่มีการเปิดขายแฟรนไชส์ต้องเป็นธุรกิจที่มีการเติบโต มีความเข้มแข็งสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ต้องการซื้อแฟรนไชส์อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งธุรกิจที่ขายแฟรนไชส์ ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าของกิจการ ว่ามีความเข้าใจในธุรกิจตัวเองหรือไม่ เข้าใจกระบวนการขาย ระบบธุรกิจ ระบบการตลาด ทั้งองคาพยพ ต้องมีตลาด เพราะสินค้ามีความต้องการสูงและต่อเนื่อง อาทิ โรงเรียนติว สถาบันสอนหนังสือ ฯลฯ

สัดส่วนของธุรกิจแฟรนไชส์แต่ละประเภทในปัจจุบัน

ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ส่วนแฟรนไชส์ด้านการเกษตร ในเมืองไทยยังมีจำนวนน้อยอยู่มาก ยังไม่ค่อยเห็น แต่หากให้สำรวจและประเมินศักยภาพของแฟรนไชส์เกษตร เชื่อว่าเมืองไทย มีหลายธุรกิจที่สามารถทำเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ได้ อาทิ ร้านอภัยภูเบศร ดอยคำ ซึ่งร้านแบบนี้จะขายสินค้าผลิตด้านการเกษตร ที่มีสินค้าคุณภาพดี  จากเกษตรกรตัวจริง ได้รับความเชื่อถือจากผู้บริโภค  ส่วนองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีการเติบโตมาก แต่เรื่องของการขายแฟรนไชส์คงเป็นไปได้ยาก เพราะด้วยเงินลงทุนที่อาจสูงเกินไปจนทำให้ไม่มีคนสนใจซื้อ

 

ส่วนที่เคยเห็นก็จะเป็นร้านใบเมี่ยง ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าเกษตรออร์แกนิก ร้านนี้เป็นแฟรนไชส์ก็จริง แต่ต้องดูว่าเค้าจะมีความยั่งยืนหรือสร้างกำไรให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์มากน้อยแค่ไหน

 

ส่วนสินค้าปุ๋ย และปัจจัยการผลิต หากดูโมเดลธุรกิจ น่าจะเหมาะกับการซื้อมาขายไป หรือเหมาะกับการเป็นร้านขายส่งมากกว่า การที่จะพัฒนาธุรกิจจนขายแฟรนไชส์ได้นั้น ต้องดูโมเดลธุรกิจ ดูความเข้าใจของเจ้าของธุรกิจ คามต้องการของตลาด ว่ามีมากน้อยเพียงใด โมเดลธุรกิจต้องมีกำไร ต้องวางโมเดลให้ชัดเจน ว่าจะประกอบธุรกิจในรูปแบบใด การจะขายแฟรนไชส์หรือเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ เจ้าของต้องเข้าใจธุรกิจ แต่เข้าใจไม่พอธุรกิจต้องมีความเข้มแข็ง เกษตรกรไทยรายย่อยส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่มีความเข้มแข็งไม่มีความรู้ด้านธุรกิจ ดังนั้นเป็นเพียงผู้ผลิต และมีคนมาซื้อก็น่าจะเพียงพอ

 

คุณสมจิตร ยอมรับว่า เท่าที่ทราบ แฟรนไชส์ด้านการเกษตรเมืองไทย มีน้อย ส่วนในต่างประเทศก็ไม่ค่อยเห็น ธุรกิจการเกษตร เมื่อผลิตแล้วมีคนกลางมารับซื้อ เพราะเจ้าของสินค้าด้านการเกษตรหรือเกษตรกรไม่ถนัดด้านการค้า หากให้มองหาสินค้าเกษตร หรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องด้านการเกษตร ที่เหมาะและพร้อมจะขายแฟรนไชส์อาจเป็นผลิตภัณฑ์ พวกปุ๋ย ปัจจัยการผลิต ผลผลิตแปรรูปด้านเกษตร ทำเป็นแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรครบวงจรก็น่าจะพอได้ เพื่อสร้างเป็นจุดกระจายสินค้าและช่องทางตลาดให้เกษตรกร

 

‘คุณแคทลียา มานะธัญญา’ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก บริษัท เจียเม้ง มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เจ้าของร้านใบเมี่ยง กล่าวว่า บริษัทตกลงซื้อร้านใบเมี่ยงมาเมื่อปลายปี 2560 ขณะนี้มีสาขาทั้งหมด 7 สาขา มีเป้าหมายจะขยายสาขาเพิ่มเป็น 10 สาขาในปีนี้ การตกลงซื้อกิจการร้านใบเมี่ยงจากเจ้าของเดิมที่ทำธุรกิจแฟรนไชส์ จนขณะนี้เจียเม้งถือหุ้น 100% ไม่มีหุ้นส่วน การซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นการลงทุน มองเป้าหมายรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ประมาณ 20-30% ของรายได้ปีก่อน

 

ทั้งนี้ ใบเมี่ยงเป็นร้านขายสินค้าสุขภาพ ตอบโจทย์เทรนด์คนรุ่นใหม่ใส่ใจในเรื่องของการกินอยู่ ใช้ในสินค้าปลอดสารพิษ ที่ดีต่อสุขภาพ โดยสินค้าในร้านมีทั้งสินค้าที่เป็นสินค้าเกษตรแปรรูปของคนไทย และนำเข้า เจาะกลุ่มเป้าหมายอายุระหว่าง 20-40 ปี มีรายได้ในระดับบีบวก หรือตั้งแต่ 3 หมื่นบาทต่อเดือน ดังนั้นการเลือกสาขาจึงจำเป็นต้องเลือกให้ดี จึงมีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปในการขยายสาขา

 

คุณแคทลียา กล่าวว่า การซื้อกิจการของใบเมี่ยงซึ่งเดิมขายแฟรนไชส์ โดยซื้อกิจการ 100% จึงตั้งใจขยายสาขาให้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับแนวโน้มคนต้องการดูแลตัวเอง ในร้านจึงมีสินค้าที่มีความหลากหลาย  เมื่อเจียเม้ง ในฐานะผู้จำหน่ายข้าวหงษ์ทอง ที่ทำธุรกิจด้านอาหารมาตลอด จึงเข้าใจเทรนด์ว่าคนต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อป้องกันให้สุขภาพดีไม่ต้องพึ่งโรงพยาบาล ทำให้มั่นใจว่า กลยุทธ์ที่จะพาใบเมี่ยงเติบโตได้ 20-30% กับจำนวน 10 สาขาในปีนี้ทำได้ไม่ยาก

 

การยกเลิกการขายแฟรนไชส์ตามแบบเก่า จากเจ้าของเก่า ที่ขยายสาขาแฟรนไชส์ได้ประมาณ 2 สาขา ตอนนี้บริษัทจะไม่ขาย แม้จะมีคนถามเข้ามาอย่างต่อเนื่องก็ต่าม ส่วนการจะกลับไปขายแฟรนไชส์หรือไม่ เมื่อไหร่จะเริ่ม เรามองที่จังหวะมันใช่ พร้อมหรือควรก็อาจจะขาย แต่ไม่ผูกมัดตัวเอง และไม่ปิดโอกาส

 

ภาคเกษตรไทยหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร ต้องการตลาดรองรับ ต้องการช่องทางจำหน่าย เพื่อเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ธุรกิจแฟรนไชส์ น่าจะเป็นช่องทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจเกษตรได้ แต่ต้องเกิดภายใต้สินค้าการเกษตรที่มีคุณภาพและระบบการผลิตที่เข้มแข็ง

 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น