ฟิลิปปินส์ หนึ่งในประเทศที่มีการนำเข้าข้าวมากที่สุดในโลก เตรียมระงับการนำเข้าข้าวเป็นเวลา 60 วัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อปกป้องเกษตรกรภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้สั่งระงับการนำเข้าข้าวเป็นการชั่วคราว และขณะนี้ยังไม่มีการปรับขึ้นภาษีการนำเข้าข้าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวมากถึง 4.8 ล้านเมตริกตัน โดยมีประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเวียดนามและไทยเป็นผู้ขายรายสำคัญ ขณะที่ คำสั่งซื้อที่อยู่ระหว่างดำเนินการจะได้รับผลกระทบจากการระงับนี้หรือไม่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
การเคลื่อนไหวของผู้นำฟิลิปปินส์เกิดขึ้นหลังจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าผลผลิตด้านการเกษตรและการประมงของฟิลิปปินส์เติบโตขึ้น 5.7% ในไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยคิดเป็นมูลค่า 4.38 แสนล้านเปโซ หรือประมาณ 2.49 แสนล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นการขยายตัวที่เร็วที่สุดในรอบ 8 ปีเลยทีเดียว
ในไตรมาสเดียวกัน ผลผลิตพืช ซึ่งคิดเป็น 56% ของผลผลิตทางการเกษตรทั้งหมด เติบโตเพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนหน้า และการผลิตข้าวเติบโตขึ้น 13.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเช่นกัน ซึ่งนับว่าเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ที่ 0.3%
อย่างไรก็ดี การลดลงของราคาข้าวช่วยให้เงินเฟ้อรายปีชะลอตัวลงอยู่ที่ 0.9% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปีของฟิลิปปินส์ โดยเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงทางอาหารเมื่อต้นปีเพื่อควบคุมราคาข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของประเทศ
นอกจากนี้ จากข้อมูลคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาพบว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ในไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 5.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า