โฟกัสเศรษฐกิจบรูไน ปี 2562

SME Go Inter
06/09/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 939 คน
โฟกัสเศรษฐกิจบรูไน ปี 2562
banner

ประเทศบรูไน หรือชื่อทางการว่า “รัฐบรูไนดารุสซาลาม” (State of Brunei Darussalam) หรือในภาษามาเลย์ว่า เนการาบรูไนดารุสซาลาม (Negara Brunei Darussalam) มีรายได้หลักมาจากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยบรูไนส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่าร้อยละ 90 ของการส่งออกทั้งหมด เนื่องจากปริมาณการบริโภคภายในประเทศค่อนข้างน้อยด้วยมีจำนวนประชากรประมาณสี่แสนคน

ที่ผ่านมารัฐบาลบรูไนตระหนักดีว่าพลังงานที่ครอบครองอยู่นั้นกำลังจะหมดไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จึงเร่งปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยประกาศแผนพัฒนาระยะยาว “วิสัยทัศน์บรูไน ปี 2578” (Wawasan 2035 – Vision Brunei 2035) แผนพัฒนาฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าบรูไนให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเศรษฐกิจอื่นนอกจากภาคพลังงานที่ไม่ต้องการพึ่งพาน้ำมันเพียงอย่างเดียว รวมถึงการส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ

จากรายงานของ World Economic Outlook 2019: Growth Slowdown, Precarious Recovery ของ International Monetary Fund (IMF) เศรษฐกิจบรูไนถูกคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มขยายตัวในระดับปานกลางภายใน 2 ปีข้างหน้าและจะเริ่มชะลอตัวหลังจากนั้น โดยมีอัตราขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.8 (ปี 2562) ร้อยละ 6.6 (ปี 2563) และร้อยละ 2.2 (ปี 2567)

ความหมายคือเศรษฐกิจในบรูไนกำลังถึงจุดอิ่มตัว และเริ่มมาถึงทางตัน !

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 



ขณะที่รายงาน Asian Development Outlook 2019:Strengthening Disaster Resilience ของ Asian Development Bank (ADB) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจบรูไนในปี 2562 และปี 2563 จะมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.0 และ 1.5 ตามลำดับ ซึ่งก็คาดการณ์ในที่ดีกว่า ยังคงการเติบโตแม้จะไม่ดีมากนัก

ทั้งสองรายงานแตกต่างกันแล้วจะเชื่อใครดี ?

รายงานทั้งสองฉบับมีการคาดการณ์แนวโน้มอัตราการการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่างกัน โดยรายงานของ IMF ได้วิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเกิดการชะลอตัวในต้นปี 2562 เพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค อาทิ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา-จีน สถานการณ์ Brexit ปัญหาหนี้สินและการเงิน และอื่น ๆ แต่ยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวได้หากสถานการณ์ต่าง ๆ คงที่ และเศรษฐกิจใหญ่ ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน และอินเดียยังคงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Market and Developing Economies) สามารถคงอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5

ส่วนรายงานของ ADB จะเน้นการวิเคราะห์สถานะและปัจจัยเศรษฐกิจรายประเทศ โดยได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจบรูไนจะสามารถเติบโตได้ในอัตราที่ต่ำ เนื่องจากยังคงพึ่งพาอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซเป็นหลัก ในขณะที่แนวโน้มใหม่ของโลกเริ่มนิยมใช้พลังงานทดแทนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งราคาน้ำมันโลกยังคงถูกกด จึงส่งผลเชิงลบต่อเศรษฐกิจบรูไนในระยะยาว นอกจากนี้ การปิดซ่อมแซมโรงกลั่นน้ำมันของบรูไน ได้แก่ Hengyi Refinery ที่ Palau Muara Besar และ Brunei Fertilizer Industries ที่ Sungai Liang Industrial Park ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการลดอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจบรูไนในระยะสั้นอีกด้วย

 

สภาวะเศรษฐกิจบรูไนฯ ในครึ่งปีแรก

ด้านการค้า : กรมการวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจ (Development of Economic Planning and Development) ได้รายงานข้อมูลมูลค่าการค้าบรูไนในไตรมาสแรก ดังนี้ ในเดือนมกราคมมีมูลค่าการค้าที่ BND 1,436.7 ล้าน (ขยายตัวร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน) กุมภาพันธ์มูลค่าการค้า BND 1,038.9 ล้าน (หดตัวร้อยละ 27.7 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน) และมีนาคมมูลค่าการค้า BND 1,144.9 (ขยายตัวร้อยละ 24.2 m-o-m)ทั้งนี้ 5 ประเทศแรกที่บรูไนส่งออกสินค้าไปมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี มาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่วน 5 ประเทศแรกที่บรูไนนำเข้าสินค้ามากที่สุด ได้แก่ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ

การลงทุน : รัฐบาลบรูไนยังคงให้ความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซเป็นหลัก โดยได้พยายามส่งเสริมให้ประเทศต่าง ๆ อาทิ จีน รัสเซีย และมาเลเซีย เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม Palau Muara Besar อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตน้ำมันและก๊าซ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลบรูไนได้พยายามส่งเสริมให้มีการลงทุนมากยิ่งขึ้นในภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจที่หลากหลาย ได้แก่ อุตสาหกรรมฮาลาล อุตสาหกรรมด้านการเกษตร อุตสากรรมโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นต้น

ปัญหาการตกงานในบรูไน : กรมการวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจ (Development of Economic Planning and Development)ได้รายงานว่า บรูไนมีอัตราการว่างงานสูงถึงร้อยละ 9.3 (ข้อมูลล่าสุดจากปี 2561) ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐไม่สามารถผลิตแรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวกระทรวงแรงงานและอุตสาหกรรม และกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ริเริ่มพัฒนาระบบการบริหารข้อมูลเกี่ยวกับแรงงาน (Labour Management Information System) เมื่อปี 2561 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลความต้องการแรงงานของภาคเอกชนเข้ากับระบบพัฒนาแรงงานของรัฐ อย่างไรก็ดีระบบดังกล่าวยังไม่มีการกำหนดอย่างชัดเจนว่าจะสามารถเริ่มใช้งานได้เมื่อใด


หลายปีที่ผ่านมาการค้าไทยกับบรูไนมีตัวเลข 3,092.40 ล้านบาท ถือว่าน้อยที่สุดในภูมิภาค แต่อย่างไรก็ตาม ภาคการลงทุนในบรูไน มีท่าทีเปิดกว้างในด้านการลงทุนมากขึ้น รวมทั้งการเปิดรับสินค้าต่างประเทศ เอกชนไทยที่มีศักยภาพอาจใช้โอกาสนี้ในการุกตลาดบรูไน ...ตัวเลขเศรษฐกิจอาจไม่หรูแต่ประเทศนี้กำลังซื้อสูง เพียงแต่ที่ผ่านมาเราไม่โฟกัสเท่าที่มากนัก โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคฮาลาล และเทคโนโลยีด้านการเกษตร

สถานเอกอัครราชทูต ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน

CLMV เนื้อหอมลงทุนนานาชาติ

‘Kandol’ โครงการเพาะปลูกข้าวบรูไน ของภาคเกษตรไทย


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
229847 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
79861 | 12/06/2019
คนจีนรุ่นใหม่ เน้นบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ SME Go Inter

คนจีนรุ่นใหม่ เน้นบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจีนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา จากการวิเคราะห์ของสมาคมการครัวจีน ที่ระบุว่ารายจ่ายของประชาชนในด้านอา...
24061 | 06/11/2019
banner
banner