สร้างแบรนด์ โอกาสชาไทยรุกตลาด ‘นิชมาร์เก็ต’

SME Update
18/09/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 359 คน
สร้างแบรนด์ โอกาสชาไทยรุกตลาด ‘นิชมาร์เก็ต’
banner

ปัจจุบันอุตสาหกรรมชาไทยกำลังเผชิญกับโอกาสและความท้าทาย เนื่องจากชาเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโลก แต่สำหรับประเทศไทยมีอัตราการบริโภคชาไม่สูงมากนัก เฉลี่ย 0.93 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ขณะที่ชาวอังกฤษบริโภคเฉลี่ย 2.74 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ชาวฮ่องกงบริโภคเฉลี่ย 1.42 กิโลกรัมต่อคนต่อปี

ประเทศไทยจึงควรส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาดื่มชาเพิ่มขึ้น โดยใช้จุดขายเรื่องสินค้าอินทรีย์และสรรพคุณเพื่อสุขภาพ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตามรสนิยมผู้บริโภคในลักษณะ DIY รวมถึงการเพิ่มช่องทางการขาย เพื่อให้ตลาดชาในไทยมีโอกาสการเติบโตมากขึ้น

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ทั้งนี้ ไทยสามารถปลูกชาในระดับอุตสาหกรรมได้ เนื่องจากไร่ชาภาคเหนือมีจำนวนมาก ที่ผ่านมาเป็นการผลิตเพื่อส่งขายจีนเป็นวัตถุดิบ รวมถึงชาสำเร็จรูปส่งออกไปยังไต้หวัน และชาราคาเกรดทั่วไปส่งขายให้กับร้านชาในประเทศ ดังนั้นอุตสาหกรรมชาไทยจึงเป็นลักษณะรับจ้างผลิต หรือ OEM เป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันเริ่มมีการสร้างแบรนด์สินค้าชาของคนไทยขึ้นมาและมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น

นอกจากนี้สินค้าชาไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยทำกับประเทศคู่ค้าได้ สำหรับสินค้าชาเขียว ไทยสามารถส่งออกโดยไม่เสียภาษีนำเข้าในอาเซียน 8 ประเทศ (ยกเว้นเมียนมา) จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และชิลี สำหรับสินค้าชาดำ สามารถส่งออกโดยไม่เสียภาษีนำเข้าในอาเซียน 9 ประเทศ จีน เกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และชิลี และสำหรับผลิตภัณฑ์ชา สามารถส่งออกโดยไม่เสียภาษีนำเข้าในอาเซียน 9 ประเทศ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และชิลี

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558 - 2562) ไทยส่งออกชาเขียว เฉลี่ย 979.6 ตันต่อปี มูลค่าเฉลี่ย 6.34 ล้านเหรียญสหรัฐ ชาดำ เฉลี่ย 1,401.7 ตันต่อปี มูลค่าเฉลี่ย 6.2 ล้านเหรียญสหรัฐ และชาสำเร็จรูป เฉลี่ย 9.1 ตันต่อปี มูลค่าเฉลี่ย 22.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลาดส่งออกสำคัญ คือ กัมพูชา (31%) เมียนมา (20%) และสหรัฐฯ (18%)    

สำหรับในปี 2562 ไทยส่งออกชาเขียว 1,057.7 ตัน มูลค่า 9.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดหลักคือ อินโดนีเซีย (38%) เนเธอร์แลนด์ (12%) และมาเลเซีย (9%) ส่งออกชาดำ 2,256 ตัน คิดเป็นมูลค่า 9.6 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีตลาดหลักคือ อินโดนีเซีย (40%) สหรัฐอเมริกา (18%) และกัมพูชา (14%) และส่งออกชาสำเร็จรูป 7,032.3 ตัน มูลค่า 24.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีตลาดหลักคือ กัมพูชา (31%) เมียนมา (20%) และสหรัฐอเมริกา (18%)

ขณะเดียวกันในช่วง 7 เดือนแรกปี 2563 (ม.ค.–ก.ค.) ไทยส่งออกชาเขียว 492.9 ตัน มูลค่า 4.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (มูลค่าลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 17.92%) ส่งออกชาดำ 601.8 ตัน มูลค่า 2.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (มูลค่าลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 45.54%) และส่งออกชาสำเร็จรูป 4,971.1 ตัน  มูลค่า 19.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (มูลค่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 47.77%)

จะเห็นได้ว่าแนวโน้มการส่งออกชาไทยยังเติบโตต่อเนื่องแม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน จีน และยุโรป โดยต้องมุ่งขายสินค้าตอบโจทย์ความต้องการตลาดเฉพาะ หรือ ‘นิชมาร์เก็ต’ เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลาย และใช้เอฟทีเอเป็นสะพานให้เติบโตแบบก้าวกระโดด จะช่วยทำให้อุตสาหกรรมชาไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


ในยุคที่ต้องรัดเข็มขัด เรามาหัดชงกาแฟทานเองที่บ้านกันเถอะ

แนะจับตาจุดเปลี่ยนการค้าตลาดบราซิล



Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข้าไปในระบบ…
3491167 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้าน…
125826 | 11/06/2019
โควิดติดมากับโอกาส! 10 กลุ่มธุรกิจฟันกำไรช่วงนี้

โควิดติดมากับโอกาส! 10 กลุ่มธุรกิจฟันกำไรช่วงนี้

วิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่ประชาชนชาวไทยกำลังเผชิญวิบากกรรมล่วงเลยเข้ามาเป็นเวลา 4 เดือนแล้วและยังไม่รู้ชะตากรรมชีวิตวิกฤติครั้งจะจบวันไหนและเมื่อไหร่…
117775 | 12/04/2020
สร้างแบรนด์ โอกาสชาไทยรุกตลาด ‘นิชมาร์เก็ต’