สัญญาณเตือน Burnout Syndrome

Edutainment
08/01/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 288 คน
สัญญาณเตือน Burnout Syndrome
banner

ถ้าคุณรู้สึกว่าร่างกายเหนื่อยล้า เครียด หงุดหงิด ขาดสมาธิในการทำงาน  เกิดความเบื่อหน่าย จิตใจหดหู่ ไม่อยากเจอผู้คน รู้สึกน้อยใจและผิดหวัง จนเป็นเหตุที่ทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานแย่ลง  นี่อาจจะไม่ใช่อาการของคนเป็นโรคซึมเศร้า หรือโรคขี้เกียจทำงาน แต่คุณอาจกำลังเริ่มเข้าสู่ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome)

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


อาการภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome) นี้กำลังกลายเป็นกลุ่มอาการยอดฮิตที่มาพร้อมกับวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ยุคดิจิตอล ที่ต้องทำงานท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันสูง  ล่าสุดองค์การอนามัยโลกได้หันมาให้ความสนใจกับภาวะอาการของกลุ่มนี้

โดยกล่าวถึงอาการหมดไฟในการทำงาน ว่าเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความเครียดที่สะสมมาจากการทำงานหนักเรื้อรัง  ซึ่งอาการของ Burnout ต้องประกอบด้วย 3 อาการคือ รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีความสุขจากการทำงาน และประสิทธิภาพการทำงานลดลง 

ในมุมมองของนักจิตวิทยากล่าวถึง ภาวะหมดไฟในการทำงานกับโรคซึมเศร้านั้นมีอาการที่ใกล้เคียงกันมาก  ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจที่ยังไม่ถึงขั้นเจ็บป่วยทางจิตเวช แต่เป็นอาการที่มีผลต่อสุขภาวะที่อาจจะนำไปสู่โรคต่างๆ ได้ เช่น ภาวะโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือแม้กระทั่งปวดหัวชนิดเทนชั่น หรือโรคนอนไม่หลับ เป็นต้น ดังนั้นใครที่คิดว่ามีอาการหรือพฤติกรรมเข้าข่ายเสี่ยงจะเป็นโรคนี้  ขอแนะนำให้รีบไปปรึกษาจิตแพทย์ด่วน


สงสัยว่าจะเป็น Burnout Syndrome  หรือเปล่า สามารถเช็คอาการได้ดังนี้

ทางกาย : รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หรือนอนหลับยาก มีอาการคล้าย Office Syndrome คือ ปวดหลัง-ไหล่ ปวดคอ ปวดหลัง ภูมิคุ้มกันโรคลดลง

ทางอารมณ์ : อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โกรธง่าย  รู้สึกหดหู่ สิ้นหลัง ไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีความสุขในสิ่งต่าง ๆ กลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา

พฤติกรรม : ชอบเก็บตัว เงียบขรึม พูดคุยกับกันอื่น ๆ น้อยลง หมกมุ่นกับงานมากเกินไป  ไม่กระตือรือร้น  มาทำงานสายและกับเร็ว ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ ๆ

 

ลักษณะงานที่ทำให้หมดไฟในการทำงาน  

1. ภาระงานหนัก และปริมาณงานมาก รวมถึงงานมีความซับซ้อน ต้องทำในเวลาเร่งรีบ

2. ขาดอำนาจในการตัดสินใจ และมีปัญหาการเรียงลำดับความสำคัญของงาน

3. ไม่ได้รับการตอบแทน หรือรางวัลที่เพียงพอต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทไป

4. รู้สึกไร้ตัวตนในที่ทำงาน หรือไม่เป็นส่วนหนึ่งของทีม

5. ไม่ได้รับความยุติธรรม ขาดความเชื่อใจ และการเปิดใจยอมรับกัน

6. ระบบบริหารในที่ทำงานที่ขัดต่อคุณค่า และจุดมุ่งหมายในชีวิตของตนเอง

 

วิธีจัดการภาวะหมดไฟในการทำงาน

- ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่าง ๆ

- เปิดใจฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

- ทำสมาธิ

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

- อย่าทำงานหักโหมเกินไป

- อย่าเอางานกลับไปทำที่บ้าน

- ลดความกดดันในการทำงาน

- รู้จักขอความช่วยเหลือและปฏิเสธอย่างเหมาะสม

- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ


แต่ถ้าทำตามคำแนะนำเหล่านี้แล้วก็ยังไม่ได้ผล  คุณควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาทางจิตวิทยาก่อนที่จะสายเกินไป


จัดการความคิด เมื่อชีวิตทำงานไม่สนุก

งานวิจัยชี้กินอาหารสุขภาพ ดีต่อสภาพจิต


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์ Edutainment

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเผช...
320169 | 02/07/2019
เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ Edutainment

เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

คำถามปลายเปิด... งานอดิเรก ก็คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งานหลัก ไม่ต้องนับว่ามันเป็นงานด้วยซ้ำ เพราะเป็นรูปแบบการพักผ่อนอย่างหนึ่งในยามว่าง หรือแม้ยามไม่ว...
263034 | 12/06/2019
ธุรกิจร้อยล้าน สุขภาพพันล้าน Edutainment

ธุรกิจร้อยล้าน สุขภาพพันล้าน

ผลกำไรจากการประกอบการ เป็นเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจฉันใด การมีสุขภาพดีก็ต้องการ การกำหนดจุดมุ่งหมายและดำเนินการเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่...
234539 | 01/06/2019
banner
banner