Family Business เคล็ดลับการบริหารธุรกิจครอบครัวอย่างมืออาชีพ
SME KnowledgeSME Sharing

Family Business เคล็ดลับการบริหารธุรกิจครอบครัวอย่างมืออาชีพ

23 พ.ค. 2562
|
4695

การทำธุรกิจครอบครัว (Family business) เป็นโจทย์ท้าทายสำหรับผู้ประกอบกิจการ เพราะการบริหารธุรกิจร่วมกับคนในครอบครัว ผู้บริหารไม่สามารถสั่งงานได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุผลความเกรงอกเกรงใจ และบางครั้งก็ขัดแย้งกันจากอารมณ์ส่วนตัวล้วน ๆ ซึ่งเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ ต่างทำให้ธุรกิจครอบครัวล่มสลายมานักต่อนักแล้ว ในบทความนี้จะมาเผยกลยุทธ์ที่จะช่วยให้ธุรกิจครอบครัว หรือ Family business ดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

Key Takeaway

  • ธุรกิจครอบครัว (Family Business) คือ กิจการที่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ถือครองหุ้นเกินกว่า 50% ขึ้นไป 

  • โมเดล 3 วงกลม (Three- Circles Model) มีองค์ประกอบสำคัญอยู่หลัก ๆ 3 ประการ ซึ่งได้แก่ 1.ครอบครัว, 2.ธุรกิจ และ 3.ความเป็นเจ้าของ

  • ตัวอย่างความท้าทายที่ธุรกิจครอบครัวต้องเผชิญ เช่น ความขัดแย้งภายในครอบครัว, การปะปนบทบาทส่วนตัวกับบทบาททางธุรกิจ, การเปลี่ยนผ่านผู้นำคนใหม่ เป็นต้น

Family Business คืออะไร?

Family Business คือ

ธุรกิจครอบครัว (Family Business) คือ กิจการที่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ถือครองหุ้นเกินกว่า 50% ขึ้นไป และบริหารกิจการด้วยสมาชิกภายในครอบครัวเป็นหลัก โดยธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จมักมีธรรมนูญครอบครัว ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของสมาชิก ที่ช่วยให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตอย่างยั่งยืน

เข้าใจ Family Business ผ่าน “โมเดล 3 วงกลม” (Three-Circles Model)

หากยังไม่เห็นภาพว่าธุรกิจครอบครัวมีหลักการดำเนินงานอย่างไร สามารถทำความเข้าใจโมเดลธุรกิจ Family Business ผ่านโมเดล 3 วงกลม (Three- Circles Model) ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญอยู่หลัก ๆ 3 ประการ ได้แก่ 1.ครอบครัว, 2.ธุรกิจ และ 3.ความเป็นเจ้าของ

ครอบครัว (Family)

สมาชิกครอบครัวในที่นี้ หมายถึงญาติทางสายเลือด และบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่น ลูกเขย ลูกสะใภ้ รวมไปถึงลูกบุญธรรม ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจเข้ามามีบทบาทเป็นได้ทั้งพนักงาน ผู้ถือหุ้น หรือเป็นเพียงสมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวในการทำงาน

ธุรกิจ (Business)

องค์ประกอบนี้สะท้อนถึงโครงสร้าง และเป้าหมายทางธุรกิจผ่านบุคลากรผู้ขับเคลื่อนกิจการ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงระดับพนักงาน โดยสมาชิกครอบครัวและบุคคลภายนอกสามารถดำรงตำแหน่งใดก็ได้ภายในองค์กร

เป็นเจ้าของ (Ownership)

โมเดลธุรกิจแบบ Family Business สมาชิกในครอบครัวจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อย่างไรก็ตามธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่อาจมีบริษัทภายนอกเข้ามาถือหุ้นเพิ่มเติมด้วย เช่น นักลงทุนรายย่อยในกรณีที่ธุรกิจครอบครัวนั้น ๆ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทพันธมิตรทางธุรกิจ เป็นต้น

ทำไมต้องเข้าใจโมเดล 3 วงกลมอย่างจริงจัง?

การทำความเข้าใจโมเดล 3 วงกลม จะช่วยให้ธุรกิจครอบครัว (Family Business) เติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะช่วยแยกบทบาทหน้าที่ความเป็นสมาชิกในครอบครัว กับตำแหน่งหน้าที่ในองค์กรได้อย่างชัดเจน ทำให้การบริหารธุรกิจครอบครัวมีความเป็นมืออาชีพ ผู้บริหารระดับสูงมีความยุติธรรม ไม่เอนเอียงเข้าข้างสมาชิกในครอบครัว รวมถึงยังรักษาความสัมพันธ์อันดีกับสมาชิกในครอบครัวเอาไว้ได้

นอกจากนี้โมเดล 3 วงกลม ยังช่วยแก้ปัญหาการสืบทอดธุรกิจ ซึ่งเป็นปัญหาหลักของธุรกิจครอบครัวในไทย โดยแนวทางของโมเดล 3 วงกลม ได้แนะนำให้การเตรียมทายาททางธุรกิจ จะต้องมีแผนการที่ชัดเจน และสมาชิกผู้รับตำแหน่งต่อจะต้องมีความรู้ความสามารถ เป็นที่ยอมรับของพนักงานในองค์กร รวมถึงเป็นที่ยอมรับของผู้ถือหุ้นที่เป็นทั้งสมาชิกในครอบครัว และผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลภายนอก

จุดแข็งและข้อได้เปรียบของธุรกิจครอบครัว 

ธุรกิจครอบครัว

มีคำกล่าวที่ว่าหากธุรกิจครอบครัว (Family Business) บริหารไม่ดี สามารถล่มสลายได้ภายใน 3 รุ่น แต่ในทางกลับกันหากธุรกิจครอบครัวใด มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน บริหารอย่างมืออาชีพ ก็สามารถส่งต่อธุรกิจให้แก่คนในครอบครัวได้หลายรุ่น สาเหตุก็เพราะธุรกิจครอบครัวมีจุดแข็งและข้อได้เปรียบ ดังนี้ 

  • การตัดสินใจที่รวดเร็ว - อำนาจการบริหารของธุรกิจครอบครัวอยู่ในมือของคนในครอบครัวไม่กี่คน หากต้องการวางแผนขอสินเชื่อ SME เพื่อขยายธุรกิจ ก็สามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องขอความเห็นจากบุคคลภายนอก

  • มองถึงการส่งต่อธุรกิจให้คนรุ่นถัดไป - แนวทางการบริหารธุรกิจของธุรกิจครอบครัวมักมาในแนวทางแบบอนุรักษนิยม กล่าวคือ จะไม่ขยายธุรกิจจนเกินตัว ให้เสี่ยงต่อการล้มละลาย แต่จะขยายธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ก็เพื่อส่งต่อมรดกให้แก่ลูกหลาน

  • พนักงานมีความจงรักภักดีสูง - ธุรกิจครอบครัวมักมีค่านิยมให้ผู้บริหารมองพนักงานเหมือนคนในครอบครัว โดยให้ผลตอบแทนเป็นพิเศษสำหรับพนักงานที่ทำงานมาแล้วหลายปี ซึ่งส่งผลให้พนักงานลดการลาออก และสามารถส่งต่อองค์ความรู้จากการทำงานไปยังพนักงานรุ่นถัดไปได้

ความท้าทายที่ธุรกิจครอบครัวต้องบริหารจัดการ

ธุรกิจครอบครัวในไทยเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ที่อาจทำให้ธุรกิจล้มเหลวได้ภายใน 3 รุ่น ซึ่งความท้าทายเหล่านี้เป็นสิ่งที่ธุรกิจครอบครัว (Family Business) ต่างต้องเผชิญ

ความขัดแย้งภายในครอบครัว

ความเห็นที่ขัดแย้งกันด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคล มักส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพขององค์กรโดยตรง การขาดกลไกจัดการความขัดแย้งที่เป็นระบบ อาจทำให้ปัญหาความสัมพันธ์ส่วนตัวลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตที่บั่นทอนประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ

ช่องว่างระหว่างรุ่น (Generation Gap)

ความแตกต่างด้านทัศนคติ ประสบการณ์ และสไตล์การทำงานระหว่างผู้ก่อตั้งรุ่นเดิม กับทายาทรุ่นใหม่ มักเป็นอุปสรรคต่อการทำงานร่วมกันในธุรกิจครอบครัว โดยหากทั้งสองฝ่ายขาดการเปิดใจยอมรับความแตกต่างซึ่งกันและกัน อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในที่ทำงาน และขาดการสื่อสาร จนก่อให้เกิดการขาดแนวทางบริหารที่ชัดเจน

การปะปนบทบาทส่วนตัวกับบทบาทธุรกิจ

การบริหารธุรกิจครอบครัวให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน สมาชิกครอบครัวจะต้องแยกแยะหน้าที่ในฐานะสมาชิกครอบครัว และบทบาทในฐานะบุคลากรขององค์กรได้อย่างชัดเจน มิเช่นนั้นแล้วอาจส่งผลต่อความโปร่งใสในการเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งส่งผลเสียต่อขวัญกำลังใจของพนักงานมืออาชีพ และขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว

การเปลี่ยนผ่านผู้นำ (Leadership Transition)

ธุรกิจครอบครัวหลายแห่งล้มเหลว เนื่องจากขาดแผนการส่งต่อธุรกิจให้แก่ทายาทที่ชัดเจน ซึ่งการเตรียมความพร้อมในการส่งต่อธุรกิจให้แก่ทายาท จำเป็นต้องอาศัยเกณฑ์การตัดสินที่ชัดเจน มีความยุติธรรม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น และยังรักษาความต่อเนื่องของวิสัยทัศน์องค์กรเอาไว้ได้

การปรับตัวสู่การแข่งขันและเทคโนโลยีใหม่

โครงสร้างธุรกิจแบบดั้งเดิมมักมีแนวทางการบริหารแบบอนุรักษนิยมสูง ไม่ค่อยเปิดใจใช้งานเทคโนโลยีสมัยใหม่ ธุรกิจครอบครัวจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในยุคที่ธุรกิจต่างเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรง

กลยุทธ์บริหารธุรกิจครอบครัวเพื่อความยั่งยืน

การบริหารธุรกิจครอบครัว (Family Business) จะประสบความสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งกลยุทธ์ดังต่อไปนี้จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

  • ใช้ผู้บริหารมืออาชีพ - ธุรกิจครอบครัวที่ไม่ประสบความสำเร็จ จะให้ลูกหลานหรือคนในครอบครัวเป็นผู้บริหาร ซึ่งในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงควรให้มืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการดูแล เพื่อสร้างความโปร่งใสในการบริหาร และมีธรรมาภิบาลได้รับการยอมรับในระดับสากล

  • จัดทำธรรมนูญครอบครัว - ร่างกฎกติกาที่สมาชิกในครอบครัวจะต้องยอมรับร่วมกันว่าจะให้สมาชิกผู้ใดถือหุ้นในสัดส่วนเท่าใด หรือให้ดำรงตำแหน่งอะไรบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความโปร่งใสในการตัดสินใจ

  • ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ - ธุรกิจครอบครัวมักบริหารจัดการโดยคนเจเนอเรชัน Babyboomer หรือ Gen X ซึ่งมักปฏิเสธการใช้เทคโนโลยี ทำให้แข่งขันต่อในโลกยุคดิจิทัลค่อนข้างยาก ดังนั้นจึงควรสนับสนุนให้ทายาทรุ่นใหม่นำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ โดยที่คนรุ่นบุกเบิก ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคอยชี้แนะ 

ประเทศไทย โจทย์ที่ท้าทาย Family Business

เป็นที่ทราบกันดีว่า Family Business มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก เพราะมากกว่า 80% ของธุรกิจไทยนั้น เป็นธุรกิจครอบครัวตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ หรืออย่างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เองที่ 3 ใน 4 นั้น เป็นธุรกิจครอบครัวเช่นกัน

สำหรับสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น ธุรกิจครอบครัวไทยส่วนใหญ่ ตกอยู่ภายใต้การบริหารงานของผู้นำรุ่นที่ 2 และบางครอบครัวเริ่มส่งต่อกิจการให้แก่ผู้นำรุ่นที่ 3 แล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่า กลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ของไทยเหล่านี้ ก็เผชิญกับแรงกดดันและความท้าทายในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตคล้ายคลึงกับผู้นำรุ่นใหม่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นช่องว่างระหว่างวัย ช่องว่างที่เกิดจากการสร้างความน่าเชื่อถือ และ ช่องว่างในการสื่อสาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำทั้ง 2 รุ่นจำเป็นต้องเปิดใจและมีการสื่อสารระหว่างกันมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ‘ธรรมนูญครอบครัว’ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจครอบครัวไทย เพราะจะเป็นตัวกำหนดกฎ กติกา และเงื่อนไขในการทำงานร่วมกันของสมาชิกครอบครัว รวมทั้งช่วยลดปัญหาของสมาชิกรุ่นต่อ ๆ ไปที่เข้ามาสืบทอดกิจการ ซึ่งธรรมนูญครอบครัวจะมีได้ ต้องเกิดจากคุณค่าภายในครอบครัว และคุณค่าของธุรกิจครอบครัวที่แข็งแกร่ง ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว และต้องมีจุดสมดุลระหว่างเป้าหมายของกิจการกับความต้องการของครอบครัวด้วย

เห็นได้ชัดว่า ธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศไทย ผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ของไทยในหลายองค์กรมีการบริหารงานแบบมืออาชีพ ซึ่งจะนำพาองค์กรสู่การมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้ ผลที่ตามมาคือ ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ มีภาพลักษณ์ที่ดี และจะนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจอื่น ๆ ได้อีกมาก ทั้งยังมีความตื่นตัวในการลงทุนด้านดิจิทัล ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีของธุรกิจครอบครัวยุคใหม่ ความได้เปรียบของธุรกิจขนาดใหญ่คือสามารถจ้างผู้ช่วยบริหารมืออาชีพ มาประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าในช่วงเปลี่ยนผ่านได้

แตกต่างจาก SMEs ที่แม้จะมีสัญญาณดีในบางประเด็นของการสืบทอดธุรกิจครอบครัว เนื่องจากวัฒนธรรมที่ถูกอบรมมาในลักษณะการเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ ให้ความเคารพอาวุโส ทั้งความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่กลมเกลียวกว่าวัฒนธรรมตะวันตก แต่ก็มีข้อเสียตามมาด้วยเช่นกัน คือการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคนต่างวัย ค่อนข้างจะใช้ทัศนคติส่วนตัวมากกว่าเหตุผล

Family Business ก้าวต่อไปที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

ท้ายที่สุดเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Family Business ไม่ว่าจะมีความท้าทายมากมายเพียงไร แต่ก็เป็นรูปแบบที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และยังคงจะสืบทอดกันต่อไป ดังนั้นกฎแห่งการอยู่รอดของธุรกิจที่ใช้ได้ดี คือ ‘รวมกันเราอยู่’ เพราะในสังคมมนุษย์ผู้นำอาจไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ควรจะเป็นผู้ที่สามารถแบ่งปัน จัดสรร และบริหารจัดการภายในได้ดี ทั้งเปิดกว้างในสิ่งใหม่ ถ้าทำได้การส่งไม้ต่อธุรกิจครอบครัวให้คนรุ่นต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ธุรกิจครอบครัวสามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ไหม?

สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้

ธุรกิจ SME แบบครอบครัวมีข้อได้เปรียบอะไร

ธุรกิจ SME แบบครอบครัว มีความคล่องตัวในการตัดสินใจสูง และสามารถวางแผนส่งต่อธุรกิจให้แก่ทายาทได้ง่าย

ปัญหาที่พบบ่อยของ SME ธุรกิจครอบครัวคืออะไร

ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ 1. ขาดแนวทางการบริหารที่ชัดเจน ผู้บริหารมักใช้อารมณ์ความรู้สึกในการตัดสินใจ และ 2.ความขัดแย้งในการแบ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจ

ข้อมูลอ้างอิง

  • จาก หอการค้าไทย – บทความ SMART to Know: “ธรรมนูญครอบครัว” คัมภีร์เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจครอบครัว

  • จาก DIR (สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย) – บทความ บริหารธุรกิจครอบครัวอย่างไร ให้ประสบความสำเร็จแบบบริษัทมหาชน

  • จาก ไทยรัฐออนไลน์ – บทความ เปิดเหตุผลธุรกิจครอบครัว ต้องเข้า “ตลาดหุ้น” ประโยชน์ที่มากกว่าระดมทุน

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333