‘วาสนา ฟาร์ม’ เกษตรอัจฉริยะ

SME Startup
01/04/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 3092 คน
‘วาสนา ฟาร์ม’ เกษตรอัจฉริยะ
banner

เมล่อน และแคนตาลูป สองพืชตระกูลแตง กระแสยังแรงครองความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยไม่หยุด แซงหน้า”แตงไทย”ไปไกลลิบชนิดทิ้งห่างกันไม่เห็นฝุ่น บ้างก็เรียกว่า “แตงเทศ”และ”แตงญี่ปุ่น” แม้ว่าแท้จริงแล้วต้นกำเนิดสายพันธุ์มาจากทวีปแอฟริกา แต่ประเทศญี่ปุ่นได้นำมาต่อยอดพัฒนาสายพันธุ์ และใช้เทคโนโลยีการผลิตตัดต่อสายพันธุกรรมจนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ในความหอมหวานทั้งกลิ่นและรสชาติของเนื้อผลสดที่ตระกูลแตงอื่นๆ ทัดเทียมได้ยาก 

ทุกวันนี้เกษตรกรไทยสามารถเพาะปลูกแตงทั้งสองชนิดได้ทั่วประเทศแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องคุณภาพ เพราะต้องเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษจนเกษตรกรถึงต้องตั้งฉายาว่า “แตงคุณหนู” อีกทั้งยังไม่สามารถปลูกแตงญี่ปุ่นในฤดูฝนได้ผลผลิตดีเท่าที่ควร ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการส่งผลผลิตสู่ท้องตลาด

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีแหล่งผลิต เมล่อน และแคนตาลูป ไม่กี่รายเท่านั้น ที่สามารถผลิตสินค้าสองตระกูลนี้ออกสู่ท้องตลาดได้ตลอดทั้งปี โดยหนึ่งในนั้นคือ “วาสนา ฟาร์ม” ของ คุณวาสนา สุขพิงค์ ตั้งอยู่ในเขต ต.สะโลม อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ถือเป็นแหล่งผลิตรายเมล่อนรายใหญ่ เจ้าของรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของประเทศไทยมายาวนาน ตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultutal Practice) ของกรมส่งเสริมการเกษตรและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ซึ่งเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ถูกนำไปวางจำหน่ายบนแผง “FARM FRESH” ในซูปเปอร์มาร์เก็ต ในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกสาขา ตลอดทั้งปี รวมทั้งขยายตลาดไปยัง ห้างบิ๊กซี ,โกลด์เดน เพลส และท็อปส์ ซึ่งยอดส่งไปจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 30 ตันต่อเดือน หรือสร้างรายได้มูลค่าหลายร้อยล้านบาทต่อปี 


จากนักวิชาการสู่เกษตรกรมีอาชีพเต็มตัว

จุดพลิกผันชีวิตของ คุณวาสนา ต้องย้อนไปเมื่อปี 2546 จากนักวิชาการด้านการวิจัยอนาคตไกล จบการศึกษาดีกรีปริญญาตรีจากรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาควิชาสถิติ ได้ทำงานประลองวิชาความรู้ได้ระยะหนึ่ง โดยทำงานวิจัยไม่ได้กลับบ้าน จนลูกต้องมานอนค้างที่ทำงานด้วย สามีเลยให้ลาออกมาเลี้ยงลูก ดูแลลูก

“ช่วงนั้นมีเวลาว่างมากจึงคิดอยากทำการเกษตรเป็นฆ่าเวลา พอทำไปทำมาเกิดติดใจอยากผันชีวิตเป็นเกษตรกรเต็มขั้น จึงตระเวนไปอบรมเสริมภูมิความรู้และศึกษาดูงานสารพัดด้านการเกษตร เมื่อมั่นใจแล้วลงทุนปลูกพืชสารพัดชนิดแบบลองผิดลองถูกอยู่นานสมควร และยังไม่สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดได้”

จนมาเริ่มจับทิศทางถูกได้ว่าการปลูกแตง “เมล่อน” และ”แคนตาลูป” คุณภาพสูงเพื่อส่งขายตามท้องตลาดได้ก็ในช่วง 6 ปีให้หลัง เพราะช่วงนั้นพืชทั้งสองชนิดเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่เกษตรกรชาวไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จัก และยังไม่นิยมปลูกในเมืองไทยเหมือนทุกวันนี้ จากนั้นพลิกผืนนาของพ่อแม่ที่มีทั้งหมดกว่า 30 ไร่

โดยในช่วงแรกเน้นเพาะปลูกแบบค่อยเป็นค่อยไปควบคู่กับศึกษาวิธีดูแลอย่างลึกซึ้งท่องแท้ ถึงแม้ต้นตระกูลมีอาชีพทำเกษตรกรรม แต่ไม่เคยลงมือทำเองเพราะครอบครัวมุ่งให้การศึกษาอย่างเดียวไม่อยากให้ทำการเกษตร เพราะเป็นอาชีพทำแล้วมีแต่จนกับจนแถมยังลำบากยากเข็น แต่หลังลงมือทำอย่างจริงจังแล้วทำให้เกิดการเปลี่ยนมุมมอง หากทำการเกษตรสอดคล้องกับทฤษฎีสมัยใหม่ยกฐานะร่ำรวยได้

“เดิมครอบครัวมีพื้นฐานด้านงานเกษตรอยู่แล้วเมื่อมาลงมือทำเอง เกิดความคิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงหากมุ่งมั่นทำการเกษตรอย่างจริงและปรับเปลี่ยนทัศนะคติใหม่ ไม่ทำการเกษตรเหมือนคนอื่นที่ตลาดมีความต้องการก็สามารถยกฐานะเป็นคนรวยได้ เช่น สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน และญี่ปุ่น เกษตรกรร่ำรวยอาชีพมั่นคงกว่าอาชีพอื่นๆ ด้วยซ้ำ ทำให้เราต้องกลับมาคิดใหม่ว่า ทำไมเกษตรกรไทยจึงไม่รวย นั่นจึงกลายเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เราอยากหันมาพัฒนาตนเองและยกระดับความเป็นเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น”


ลงทุนเทคโนโลยี ใช้ข้อมูลสู้ยุค Digital

ตลอดปี 2546 คุณวาสนาเดินหน้าเพาะปลูกเมล่อนอย่างเต็มตัวภายใต้ชื่อ “วาสนา ฟาร์ม” จากปีแรกเริ่มต้นที่ 2 แปลง ค่อยๆ ขยับขยายที่เล็กที่ละน้อยตามกำลังทรัพย์ ด้วยการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต  ถือว่าประสบความสำเร็วจพอสมควร หลังจากนั้นผลผลิตออกสู่ท้องตลาดได้ลงนามทำสัญญา กับเดอะมอลล์ กรุ๊ป นำสินค้าไปวางจำหน่ายบนแผง “FARM FRESH” ในห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขา ตลอดทั้งขยายตลาดสู่ห้างโมเดิร์นเทรดต่างๆ สร้างรายได้โดยตรง เมื่อมองเห็นช่องการตลาดของสินค้าไปได้สวยจึงขยายกิจการ “วาสนาฟาร์ม” จาก 30 ไร่ เป็น 200 ไร่

โดยเมือเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด จำเป็นต้องมีสินค้าให้สม่ำเสมอตลอดทั้งปี ในแต่ละเดือน คุณวาสนา เพาะเม็ดพันธุ์เมล่อนและแคนตาลูปเพื่อใช้ต่อยอดปลูกรุ่นถัดไป เดือนละกว่า 1 หมื่นต้น ซึ่งในแต่ละรุ่นจะใช้เวลาในการปลูกราว 3 เดือนกว่า ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งให้พันธมิตรธุรกิจได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปีไม่ต่ำกว่าเดือนละ 30 ตัน ซึ่งพันธุ์เมล่อน และแคนตาลูป ที่ปลูกอยู่ในวาสนาฟาร์มเป็นทั้งระบบเปิดที่เน้นปลูกในช่วงฤดูหนาว และระบบโรงเรือนปิดปลูกหน้าร้อนและหน้าฝน

“ครั้งแรกเริ่มปลูกเมล่อนควบคู่กับแคนตาลูปจำนวน 4 แปลง แปลงหนึ่งปลูกได้ประมาณ 250 ต้น โดยปลูกแบบระบบเปิดเหมือนปลูกพืชชนิดอื่นทั่วไป การปลูกวิธีนี้แม้เป็นวิธีที่ง่ายและลงทุนไม่สูงมาก แต่มีปัญหาด้านการควบคุมสภาพอากาศและยากต่อการป้องกันแมลงรบกวน ทำให้ต้องศึกษาและปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกเรื่อยมา จนมาลงตัวที่ปลูกในโรงเรือนระบบปิดซึ่งใช้ต้นทุนสูงตกโรงเรือนหลักล้านบาท แต่ได้ผลผลิตดี คุณภาพเยี่ยมแต่ต้นทุนแพง เพราะเป็นการปลูกด้วยระบบเทคโนโลยีในการจัดการดูแลทั้งหมด แต่ก็คุ้มทุนเพราะราคาก็ได้สูงขึ้นตามคุณภาพ”

นอกการจากในเทคโนโลยีโรงเรือนแล้วก็เริ่ม ในเทคโนโลยีเพิ่มเก็บข้อมูลในการปลูก เพื่อจะนำข้อมูลไปพัฒนาการผลิตให้แม่นย่ำขึ้นของเสียน้อยลง และเป็นจุดที่เริ่มไปสู่การผลิตที่ใช้การควบคุ่มแบบ Automation ได้ในอนาคต ซึ่งเป็นลักษณะของเกษตรกรก้าวหน้า ที่มีการปรับตัว และนำเทคโนโลยี มาใช้ โดยยังมีการบริหารจัดการทั้งการผลิตแบบโรงเรืองและปลูกแบบนอกโรงเรือง เพื่อบริหารต้นทุนและปริมาณสินค้าให้มีตลอดทั้งปีอีกด้วย 


ต่อยอดธุรกิจรุกตลาดอีคอมเมิร์ซ ไทย-อาเซียน

ในยุคที่กระแสอีคอมเมิร์ซกำลังมาแรงเป็นอีกช่องทางการทำตลาดใหม่ที่ คุณวาสนา ไม่เคยมองข้าม แม้ว่าจะมีบริษัทคู่ค้าประจำมารับผลผลิตถึงฟาร์ม แต่เนื่องจากตลาดอีคอมเมิร์ซเป็นตลาดคลื่นลูกใหม่ที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทุกเป้าหมาย ทำให้คุณวาสนาขยายโรงเรือนเพิ่มอีกหลายโรงเพื่อรองรับตลาดใหม่ พร้อมกับเปิดเพจ “Farmfresh by Wasana Melon Farm” เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา

โดยช่วงแรกจะเน้นการเจาะกลุ่มลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ ซึ่งปรากฏว่าเปิดมาได้ไม่นานกระแสตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้กลุ่มผู้บริโภคหันมาสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะแพ็กเกจ “เมล่อนเกรดพรีเมียม” 1 กล่อง บรรจุ 3 ผล ( น้ำหนักรวม 5 kg ) จากปกติราคา 845 บาท ลดเหลือราคา 550 บาท (ฟรีค่าส่ง) มีให้เลือกได้ 3 สายพันธุ์ คือ 1.เมล่อนส้ม หวานนุ่ม 2.เมล่อนเขียว หวานกรอบ และ 3.เมล่อนทอง หอมหวานฉ่ำ


ขณะที่กลุ่มชาติอาเซียนเป็นอีกตลาดหนึ่งที่คุณวาสนา บอกว่า กำลังให้ความสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดชายแดนประเทศไทย เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย การขนส่งสะดวกสบาย อีกทั้งเป็นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพกำลังซื้อสูง ตามสภาวะเศรษฐกิจที่มีอัตราการเติบโตก้าวกระโดด และยังมีมูลค่าทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้นไม่หยุด เพราะกลุ่มผู้บริโภคกำลังนิยมรับประทานเมล่อนและแคนตาลูปไม่แพ้กลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งการทำตลาดจะมุ่งเน้นการทำธุรกิจผ่านอีคอมเมิร์ซเป็นหลัก

ท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาด้านการเกษตรก็จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้ก้าวสู่การเกษตรยุคใหม่ให้เป็น สมาร์ทฟาร์ม หรือ เกษตรอัจฉริยะ ที่สามารถตอบสนองตลาด ซึ่งการทำการเกษตรแนวนี้สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยให้หลุดพ้นบ่วงความยากจนสู่เกษตรกรร่ำรวยได้ 

 

สามารถสั่งซื้อได้ผ่านทาง Face book https://m.facebook.com/wasanamelonfarm/



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


บทเรียน (รู้) ตามรอยความสำเร็จธุรกิจนมแพะ

“ฟาร์มแนวตั้ง” เกษตรโมเดลใหม่


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย

สหภาพยุโรป(อียู)ถือเป็นตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่  ประชาชนนิยมบริโภคอาหารปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ ส่งผลทำให้มูลค่าทางด้านตลาดกว่า 30.7…
pin
58475 | 12/06/2019
เอ็กซ์เรย์ 10 อาชีพดาวรุ่ง-ดาวร่วงรับปี 2563

เอ็กซ์เรย์ 10 อาชีพดาวรุ่ง-ดาวร่วงรับปี 2563

เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ปัญญาประดิษฐ์’ หรือ เทคโนโลยี Artificial Intelligence(AI) และเทคโนโลยี…
pin
33373 | 12/12/2019
ส่อง 4 สตาร์ทอัพด้านเกษตรที่ต้องบอกว่าเจ๋งสุดๆ

ส่อง 4 สตาร์ทอัพด้านเกษตรที่ต้องบอกว่าเจ๋งสุดๆ

ธุรกิจในภาคเกษตรยุคปัจจุบันต้องมีการปรับตัวตามยุคตามสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะช่วยให้เกษตรสมัยใหม่ หรือ Smart…
pin
31871 | 04/01/2020
‘วาสนา ฟาร์ม’ เกษตรอัจฉริยะ