ส่องเทรนด์อาหารและพฤติกรรมของผู้บริโภคปี 2021

SME Update
22/12/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 10204 คน
ส่องเทรนด์อาหารและพฤติกรรมของผู้บริโภคปี 2021
banner

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาความเปลี่ยนแปลงในทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่ “อุตสาหกรรมอาหาร” ที่ต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อรับกระแสการบริโภคของผู้บริโภคในวิถีใหม่ หรือ new normal ซึ่งจะมุ่งเน้นการดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น

 

ทั้งยังมีการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่การทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้บริโภคสามารถปรับมาใช้เวลาในการปรุงอาหารรับประทานเองมากขึ้น นำมาสู่การให้ความสำคัญกับเลือกสรรตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงการปรุงอาหาร เพื่อสุขอนามัย

 

ผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารจึงจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ในปี 2021 เพื่อจะผลิตสินค้าอาหารตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้


ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

 

ข้อมูลจากห้าง whole Food ซึ่งเป็นเชนซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมที่จำหน่ายสินค้าออร์กานิคในสหรัฐ และสหภาพยุโรป โดยผ่านสาขากว่า 500 สาขาของห้าง เมื่อเร็วๆ นี้ โดยผ่านการรายงานของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ระบุว่า จากการเก็บข้อมูลของฝ่ายจัดซื้อสินค้าที่มาจากท้องถิ่นและต่างประเทศ รวมถึงทีมงานด้านอาหารของบริษัทกว่า 50 ราย ชี้ชัดว่าเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มในปี 2021 มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปอย่างมากหากเทียบกับยุคก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของโควิด

 

พฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคยุค 2021 จะเน้นการปรุงอาหารรับประทานเองมากขึ้น โดยจะจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพมากขึ้น และรับประทานอาหารมื้อเช้ามากขึ้น

 

สำหรับประเภทสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตดี ยังเป็นกลุ่มอาหารที่เรียกว่า “ซุปเปอร์ฟู้ด” ซึ่งเป็นสินค้าอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการสูงมีความสำคัญต่อร่างกาย เต็มไปด้วยคุณค่าวิตามินต่างๆ อาทิ กลุ่มฟังก์ชั่นนอลฟู้ด โปรไบโอติกส์ ยังสามารถขายตัวเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การผลิตอาหารกลุ่มนี้ได้รับการพัฒนาแปรรูปให้สามารถรับประทานได้ง่ายขึ้น เก็บได้ระยะยาวและคงคุณค่าสารอาหารเอาไว้ได้

 

ทั้งนี้ข้อมูลพบว่า ความหลากหลายของเมนูเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่มาก ผู้บริโภคจะเน้นบริโภคอาหารเช้าที่ปรุงเอง แต่จะใส่ใจในรายละเอียดด้วยการเพิ่มลูกเล่นต่างๆ ลงไป ทำให้เกิดเมนูใหม่ๆ ซึ่งนั่นจะทำให้อาหารทางเลือกต่อสุขภาพมีโอกาสเติบโตขึ้น

 

โดยเฉพาะกลุ่ม “โปรตีนจากพืช” ซึ่งเริ่มมีตัวอย่างให้เห็นหลายชนิดเช่น โปรตีนจากถั่วลูกไก่ (chickpea) ซึ่งได้มีการนำไปผลิตเป็นอาหารหลากหลายรูปแบบ เช่น แป้งจากถั่วลูกไก่ ซีเรียลถั่วลูกไก่ หรือเต้าหู้ถั่วลูกไก่ เช่นที่ก่อนหน้านี้เคยมีผู้บริโภคให้ความนิยมในการใช้แป้งจากดอกกะหล่ำ

 

นอกจากการพัฒนาอาหารทางเลือกจากวัตถุดิบใหม่ๆ อย่างโปรตีนจากพืชแล้ว การพัฒนาคิดค้นปรับเปลี่ยนรูปแบบเมนูอาหารเดิมไม่ให้เกิดความซ้ำซากจำเจก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น เดิมผู้บริโภคนิยมดื่มกาแฟในตอนเช้า แต่ในอนาคตกาแฟอาจจะไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม แต่อาจจะไปคิดค้นเป็นอาหารชนิดอื่นที่มีส่วนประกอบของกาแฟ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ก็เป็นได้

 

หรือแม้แต่การพัฒนาสินค้าทางเลือกจากผลิตภัณฑ์เดิมๆ จากวัตถุดิบใหม่ เช่น น้ำมันมะกอกอาจจะถูกลดทอนความสำคัญลง เพราะมีการพัฒนาน้ำมันจากพืชอื่นที่ให้คุณค่าทางอาหารไม่แพ้กัน ทำให้ได้รับความนิยมจนกระทั่งมียอดขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น น้ำมันจากผลวอลนัท น้ำมันจากเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการพัฒนานวัตกรรมอาหารตามเทรนด์เพื่อสร้างเลือกใหม่ให้ผู้บริโภคจะเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ประเด็นเรื่อง “คุณค่าทางโภชนาการ” ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่จะใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจ โดยเฉพาะคุณค่าทางโภชนาการอาหารสำหรับเด็ก การนำวัตถุดิบใหม่ๆ ที่ดีต่อเด็กมาใช้เป็นส่วนผสม เพิ่มความหลากหลายให้เมนู

 

นอกจากการให้ความสำคัญต่อคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ ของอาหารทางเลือกใหม่แล้ว ขณะนี้ผู้บริโภคทั่วโลกยังให้ความสนใจกับการสร้างค่านิยมการรักษาสิ่งแวดล้อมและกระแสรักษ์โลก โดยมุ่งมองหาผลิตภัณฑ์หรือวิธีการที่จะใช้วัตถุดิบในการประกอบอาหารให้คุ้มค่า เพื่อลดขยะจากอาหารให้เหลือน้อยที่สุด

 

ด้วยปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ ผู้ผลิตอาหารไทยซึ่งมีความตั้งใจจะเป็น “ครัวของโลก” จำเป็นต้องเร่งปรับตัว หันมาพัฒนานวัตกรรมอาหารอนาคต เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งไม่เพียงจะต้องมีความหลากหลาย แต่ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เชื่อได้เลยว่าหากดำเนินการสำเร็จไม่เพียงจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมอาหารของไทย แต่ยังช่วยเพิ่มรายได้จากการส่งออกออกอาหารซุปเปอร์ฟู้ด ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 6-7% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด หรือราว 29,000-30,000 ล้านบาท ให้เพิ่มขึ้นไปอีกได้




สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


‘วีแกน’ เทรนด์สินค้ากระแสแรงที่ธุรกิจต้องสนใจ

FTA ดันตลาดส่งออกอาหารแช่แข็งไทยโต


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

ทริคปั้นยอดขายให้ปัง! ด้วยการตลาดผ่าน ‘วิดีโอสั้น’ ที่ทัชใจลูกค้าบนโซเชียลมีเดียได้มากกว่า

ทริคปั้นยอดขายให้ปัง! ด้วยการตลาดผ่าน ‘วิดีโอสั้น’ ที่ทัชใจลูกค้าบนโซเชียลมีเดียได้มากกว่า

ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ผู้บริโภคเริ่มหันมาเสพข่าว เสพความบันเทิงผ่านสื่อโซเชียลมีเดียมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงการช้อปปิ้งออนไลน์ ที่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด…
pin
448 | 20/01/2023
ลด ‘7 Wastes’ ความสูญเสียในธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน

ลด ‘7 Wastes’ ความสูญเสียในธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน

ด้วยต้นทุนต่าง ๆ ที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบัน ผู้ประกอบการ SME จึงต้องหาวิธีปรับตัว บริหารต้นทุนต่ำลง แต่ยังคงให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด…
pin
566 | 04/01/2023
แนวโน้มสำคัญอุตสาหกรรมการผลิตไทยในปี 2566  ผู้ประกอบการไทยจะรับมืออย่างไร ?

แนวโน้มสำคัญอุตสาหกรรมการผลิตไทยในปี 2566 ผู้ประกอบการไทยจะรับมืออย่างไร ?

ภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2565 คงต้องบอกว่าเป็นปีที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย เพราะเป็นปีที่เศรษฐกิจมีความผันผวนตลอดทั้งปี และความผันผวนดังกล่าวจะต่อเนื่องไปในปี…
pin
1002 | 30/12/2022
ส่องเทรนด์อาหารและพฤติกรรมของผู้บริโภคปี 2021