เอฟเฟค “ภาษีบริโภค” กับเศรษฐกิจญี่ปุ่น

SME Go Inter
25/09/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 721 คน
เอฟเฟค “ภาษีบริโภค” กับเศรษฐกิจญี่ปุ่น
banner

ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว หากยังจำได้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่น ประกาศปรับขึ้นภาษีบริโภค (Consumer Tax) จาก 5% เป็น 8% ในเดือนเมษายน 2557 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 17 ปี นับจากที่เคยปรับขึ้นเมื่อปี 2540 จาก 3% เป็น 5% ผลจากการปรับขึ้นภาษีครั้งนี้ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงสั้นเลยก็ว่าได้

ล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นชุดที่ได้การเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้ประกาศนโยบายชัดเจนว่าจะมีการปรับขึ้นภาษีบริโภคจาก 8% เป็น 10% อย่างแน่นอนและจะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2562 โดยเป็นนโยบายได้เคยประกาศไว้ก่อนเลือกตั้ง แต่ก็ได้ประกาศเลื่อนการมีผลบังคับใช้ออกมาถึง 2 ครั้ง ด้วยเหตุผลว่าอาจจะสะเทือนต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


โดยมีการคาดการณ์ว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการปรับขึ้นภาษีบริโภคจะอาจเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนซื้อสินค้า หรือใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อกักตุนไว้ แต่หลังจากการขึ้นภาษีมีผลบังคับใช้ไปแล้วจะทำให้ประชาชนลดการจับจ่ายลง และที่สำคัญระดับราคาสินค้าหลังขึ้นภาษีจะปรับสูงขึ้น รายได้สุทธิลดลง ทำให้การจับจ่ายใช้สอยลดลงในลำดับต่อไป

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นประเมินว่าผลกระทบที่จะเกิดจากการปรับขึ้นภาษีครั้งนี้จะรุนแรงน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากอัตราภาษีที่ปรับขึ้นเป็นอัตราต่ำกว่าครั้งก่อน 1% หรือปรับขึ้นเพียง 2% จากเดิมที่ปรับขึ้น 3% และระยะเวลาในการปรับขึ้นภาษี ที่รัฐบาลเลือกช่วงเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงกลางปีงบประมาณ ซึ่งโดยปกติจะเป็นช่วงที่มีการจับจ่ายใช้สอยคึกคักอยู่แล้ว

ที่สำคัญรัฐบาลยังได้เตรียมมาตรการเสริมไว้รับมือพร้อม ประกอบไปด้วย มาตรการลดผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีทางตรง โดยให้คงอัตราภาษีสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องดื่มที่ไม่ใช่สุรา อาหารบริโภคนอกบ้าน มาตรการช่วยเหลือเรื่องการศึกษาฟรีของเด็ก มาตรการช่วยเหลือผู้สูงวัย ซึ่งรัฐบาลได้เพิ่มเม็ดเงินจุดนี้มากขึ้นถึง 15% ของอัตราการเก็บภาษี หรือราว 1.7 ล้านล้านเยน อีกทั้งยังมีมาตรการเสริมเพื่อบรรเทาผลจากรายได้สุทธิลดลง เช่น การใช้ระบบคืนแต้ม 5% ของรายจ่ายสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกโชวห่วย โดยใช้เงินสด การให้บัตรของขวัญเพื่อซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่าในบัตร และมาตรการลดหย่อน เพื่อสนับสนุนการซื้อที่อยู่อาศัยและยานยนต์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2563 ซึ่งคาดว่าปัจจัยนี้จะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในระบบ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยไม่ลดลง


อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ส่งออกไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังตลาดญี่ปุ่นก็ยังจำเป็นต้องจับตาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพราะตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดหลักในการส่งออกของไทย ถือครองส่วนแบ่งการส่งออกประมาณ 9 -10% ดังนั้น หากมีการปรับขึ้นภาษีบริโภค ย่อมทำให้สินค้ามีราคาแพงขึ้น ทั้งสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่น และสินค้านำเข้า โดยประเภทสินค้าที่จะได้รับผลกระทบ เช่น อัญมณี เฟอร์นิเจอร์ ส่วนสินค้าบางประเภทยังมีอัตราภาษีคงเดิม เช่น อาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์

สำคัญยิ่งไปกว่าการปรับราคาสินค้า คือ ผลกระทบจากการปรับภาษีต่อเศรษฐกิจ และกำลังซื้อในตลาดญี่ปุ่น ถือว่าเป็นเอฟเฟคที่รุนแรงกว่า หากเศรษฐกิจประสบปัญหาถดถอยในช่วงสั้นซ้ำรอยปี 2557 ย่อมกระทบต่อกำลังซื้ออย่างแน่นอน

ดังนั้นแนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมการคือ การพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนอความต้องการของผู้บริโภค แทนการแข่งขันด้วยราคา รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นในห่วงโซ่การผลิต เพื่อสร้างความได้เปรียบในเรื่องต้นทุน ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี ไม่ว่าจะเป็นความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) หรือความตกลงอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนั้นนับเป็นความท้าทายต่อผู้ส่งออกไทยอย่างยิ่ง

ร้าวลึก! ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ กระทบต่อโลกการค้า

UNCTAD ชี้ต่างชาติลงทุนไทยสูงสุดในอาเซียน 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
229410 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
78719 | 12/06/2019
Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร SME Go Inter

Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร

ยุคสมัยนี้ เป็นที่รู้กันว่า “นักช็อปปิ้งชาวจีน” จะให้น้ำหนักกับคำว่า “ของแท้” (Genuine Product Guarantee) อยู่เหนือปัจจัยด้านราคาและระยะเวลาขนส่งเวลา...
19734 | 02/07/2019
banner
banner