ผลสำรวจสภาพคล่อง SME และจ้างงานช่วงโควิด 19

SME Update
21/08/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 1728 คน
ผลสำรวจสภาพคล่อง SME และจ้างงานช่วงโควิด 19
banner

จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งได้ทำการสำรวจสภาพคล่อง SMEs และสถานการณ์การจ้างงานภายหลังวิกฤตโควิด 19 ในช่วงวันที่ 20-27 มิถุนายน 2563 จากผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 2,582 ราย จาก 21 สาขาธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น ภาคการผลิต 618 ราย ภาคการค้า 912 ราย และภาคการบริการ 1,052 ราย ครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งผลสำรวจระบุว่า

SMEs ส่วนใหญ่ยังไม่มีการกู้ยืม จำนวน 1,434 ราย คิดเป็นร้อยละ 55.5 และ SMEs ที่มีการกู้ยืมเงิน จำนวน 1,148 ราย คิดเป็นร้อยละ 44.5 ซึ่งแหล่งกู้ยืมเงินส่วนใหญ่กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน คิดเป็นร้อยละ 87.8 และกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบสถาบันการเงิน คิดเป็นร้อยละ 12.2 

ทั้งนี้เมื่อแบ่งตามประเภทแหล่งเงินกู้ที่ SMEs เลือกกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน พบว่ากู้ยืมจากธนาคารมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 63.2 และรองลงมาคือการกู้ยืมจากไฟแนนซ์/ลิสซิ่ง คิดเป็นร้อยละ 12.3 และบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด คิดเป็นร้อยละ 5.5 ในส่วนแหล่งเงินกู้นอกระบบสถาบันการเงิน พบว่าธุรกิจมีการกู้ยืมจากเพื่อน/ญาติพี่น้องมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 7.3 รองลงมา คือการกู้ยืมจากกองแชร์ คิดเป็นร้อยละ 3.0 การกู้ยืมจากนายทุนเงินกู้ คิดเป็นร้อยละ 1.6

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

SMEs ส่วนใหญ่อยากให้ขยายเวลาพักชำระหนี้

สำหรับประเด็นคำถามภายหลังวิกฤตโควิด 19 SMEs มองว่ามาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ควรขยายระยะเวลาในการช่วยเหลือหรือไม่ พบว่าผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่มองว่าควรขยายระยะเวลามาตรการต่อไป คิดเป็นร้อยละ 78.9 และผู้ประกอบการ SMEs ที่มองว่ายังไม่ควรขยายระยะเวลามาตรการ คิดเป็นร้อยละ 21.1

ทั้งนี้ผู้ประกอบการ SMEs มีความเห็นว่าควรขยายระยะเวลาต่อจากมาตรการเดิม มองว่าควรจะขยายเป็นระยะเวลาเท่าไร พบว่า SMEs ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าควรขยายเวลาต่อจากเดิมไม่เกิน 6 เดือน คิดเป็นร้อยละ 48.1 รองลงมาคือควรขยายเวลาจากเดิมไม่เกิน 3 เดือน คิดเป็นร้อยละ 26.7 และลำดับอื่นๆ ซึ่งจากความคิดเห็นทั้งหมดของผู้ประกอบการ SMEs พบว่าระยะเวลาเฉลี่ยที่ควรขยายระยะเวลาของมาตรการต่อจากเดิมคือ 4.7 เดือน

ส่วนประเภทเงินกู้ที่ผู้ประกอบการมองว่าควรขยายระยะเวลามากที่สุด พบว่าประเภทเงินกู้สินเชื่อธุรกิจ คิดเป็นร้อยละ 39.8 รองลงมา คือสินเชื่อส่วนบุคคล คิดเป็นร้อยละ 23.6 สินเชื่อรถยนต์ คิดเป็นร้อยละ 11.1 สินเชื่อบ้าน คิดเป็นร้อยละ 8.7 วงเงินกู้ประจำ คิดเป็นร้อยละ 7.4 สินเชื่อบัตรเครดิต คิดเป็นร้อยละ 6.1

ขณะที่ประเด็นมาตรการช่วยเหลือการกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในกิจการแบบใด ที่ตรงตามความต้องการของธุรกิจมากที่สุด คือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำคิดเป็นร้อยละ 59.6 รองลงมาคือการกู้โดยไม่ต้องมีหลักค้ำประกัน คิดเป็นร้อยละ 31.2 วงเงินกู้ประจำ คิดเป็นร้อยละ 4.3  และการเบิกเงินเกินบัญชี คิดเป็นร้อยละ 3.9% 

 

ความต้องการด้านสินเชื่อ

ทั้งนี้จากประเด็นคำถามวงเงินกู้สินเชื่อที่ธุรกิจต้องการจากมาตรการของภาครัฐ และระยะเวลาสินเชื่อที่ต้องการเพื่อใช้จ่ายในกิจการ ซึ่งถูกรวบรวมและจัดกลุ่มจากผู้ตอบแบบสอบถามในลักษณะปลายเปิด พิจารณาจากผู้ประกอบการ SMEs ที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด และนำมาจัดกลุ่มเป็นช่วงคำตอบทั้งวงเงิน และระยะเวลาสินเชื่อ พบว่า

SMEs ส่วนใหญ่ต้องการวงเงินกู้อยู่ในช่วง 1,000–50,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 40.3 รองลงมาคือวงเงินกู้ในช่วง 100,001–500,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 19.2 และวงเงินกู้ในช่วง 50,001–100,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 18.6 ส่วนระยะเวลาสินเชื่อที่ต้องการมากที่สุดคืออยู่ในช่วงที่ไม่เกิน 6 เดือน คิดเป็นร้อยละ 26.0 รองลงมาคืออยู่ในช่วงที่ไม่เกิน 12 เดือน คิดเป็นร้อยละ 25.6 อยู่ในช่วงไม่เกิน 3 เดือน คิดเป็นร้อยละ 15.8 และอยู่ในช่วงไม่เกิน   24 เดือน คิดเป็นร้อยละ 15 

 

การจ้างงาน และการลดแรงงาน

ในส่วนของสถานการณ์การจ้างงานหลังโควิด 19 จากการสำรวจผู้ประกอบการทั้งหมด 2,582 ราย พบว่ากิจการมีจำนวนแรงงานเฉลี่ยทั้งหมด 8 คน (รวมสมาชิกในครอบครัวและเจ้าของธุรกิจ) โดยแบ่งเป็นแรงงานเฉลี่ยที่เป็นสมาชิกในครอบครัว 2 คน ลูกจ้างประจำ 4 คน และลูกจ้างรายวัน 2 คน โดยค่าจ้างแรงงานต่อต้นทุนของกิจการเฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ 27.1 กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก มีแรงงานเฉลี่ย 12 คน มีค่าจ้างแรงงานต่อต้นทุนของกิจการเฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ 28.3 และกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง มีแรงงานเฉลี่ย 119 คน มีค่าจ้างแรงงานต่อต้นทุนของกิจการเฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ 24.3

ขณะที่ประเด็นการเปลี่ยนแปลงด้านแรงงานหลังโควิด 19 สำรวจข้อมูลจากคำถามปลายเปิด และนำมาวิเคราะห์เฉพาะกิจการที่มีลูกจ้างประจำและลูกจ้างรายวันเท่านั้น พบว่าจำนวนแรงงานและค่าจ้างแรงงาน กิจการส่วนใหญ่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง คิดเป็นร้อยละ 84.6 และร้อยละ 86.1 ตามลำดับ รองลงมาคือมีการปรับลดจำนวนและค่าจ้างแรงงานลง คิดเป็นร้อยละ 12.0 และร้อยละ 11.2 ตามลำดับ ในส่วนโบนัส และค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่าเดินทางกิจการส่วนใหญ่ไม่มีให้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม จากการที่ผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่ถึง 84.6% ตอบว่าจะไม่ลดแรงงานและลดค่าจ้างหลังวิกฤติโควิด 19 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ทำให้ลดความกังวลใจต่อปัญหาการว่างงานลงได้มาก เพราะ SMEs เป็นกลุ่มสำคัญในการจ้างแรงงานของประเทศที่มีจำนวนการจ้างงานเกือบ 14 ล้านคน


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


ผู้บริโภคขาดกำลังซื้อ เศรษฐกิจไทยยังไม่พ้นปากเหว

‘SMEs’ ฟันเฟืองพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด 19


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

‘TikTok For All’ Update เทรนด์ใหม่ปี 2024 พร้อมกลยุทธ์เพิ่มโอกาส SME ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

‘TikTok For All’ Update เทรนด์ใหม่ปี 2024 พร้อมกลยุทธ์เพิ่มโอกาส SME ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

TikTok ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มเอนเตอร์เทนเมนต์ที่น่าเชื่อถือสำหรับทุกคน ทั้งครีเอเตอร์ คอมมูนิตี้ผู้ใช้งาน และธุรกิจทุกขนาดในไทย ด้วยการเปิดตัว…
pin
1599 | 14/02/2024
ทอดไม่ทิ้ง! เปลี่ยน ‘น้ำมันเหลือทิ้ง’ เป็น ‘น้ำมันเครื่องบิน’ โอกาสใหม่ SME ไทย เติบโตอย่างยั่งยืน

ทอดไม่ทิ้ง! เปลี่ยน ‘น้ำมันเหลือทิ้ง’ เป็น ‘น้ำมันเครื่องบิน’ โอกาสใหม่ SME ไทย เติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะที่ยานพาหนะต่าง ๆ ทั้ง รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รถไฟ และเรือ ต่างมุ่งสู่การใช้เชื้อเพลิงพลังงานทดแทน ที่เป็นพลังงานสะอาดกันแล้ว แต่สำหรับการเดินทางโดยอากาศยาน…
pin
2045 | 26/01/2024
จับกระแส 'เทรนด์ธุรกิจ' ปี 2024 ใครได้ไปต่อ ใครมาแรง SME ไทยต้องรู้

จับกระแส 'เทรนด์ธุรกิจ' ปี 2024 ใครได้ไปต่อ ใครมาแรง SME ไทยต้องรู้

ปี 2024 นี้ ธุรกิจไหนมาแรง ธุรกิจไหนน่าจับตา เทรนด์ธุรกิจใดกำลังมาแรง Bangkok Bank SME สรุปมาไว้ในบทความนี้ เพื่อเป็นแนวทางแก่ SME และผู้ที่กำลังคิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจทุกท่าน…
pin
2187 | 25/01/2024
ผลสำรวจสภาพคล่อง SME และจ้างงานช่วงโควิด 19