Sustainability เทรนด์ ‘ตลาดความงาม’ ยุคใหม่

SME in Focus
27/12/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 3440 คน
Sustainability เทรนด์ ‘ตลาดความงาม’ ยุคใหม่
banner

เมื่อพูดถึง กระแสรักษ์โลก หลายคนมักจะนึกถึงเสื้อผ้า Fast Fashion เป็นอันดับแรก ส่วนหนึ่งเพราะได้มีการรณรงค์มาอย่างยาวนาน แต่อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามทั้งหลายที่มีอัตราการเติบโตมากขึ้นทุกปี มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 2.18 แสนล้านบาท ทำให้กลุ่มตลาดความงามเกิดการแข่งขันทั้งในเรื่องของการผลิต บรรจุภัณฑ์ และการตลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป กลุ่มธุรกิจความงามในหลากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยเองกำลังสร้างเทรนด์ความงามอย่างยั่งยืนมากขึ้น

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ตลาดความงามกับสิ่งแวดล้อม

ตลาดความงาม เป็นตลาดหนึ่งที่สะท้อนถึงการเลือกซื้อสินค้าตามความพึงพอใจของผู้บริโภคไม่ต่างจากตลาดเสื้อผ้า หากเทียบแล้วคงแทบไม่ต่างกับ Fast Fashion โดยเฉพาะสาวๆ คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในแต่ละปีเราจะมีผลิตภัณฑ์จำพวกสกินแคร์ เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามที่ต้องทิ้ง (ทั้งแบบหมดอายุหรือใช้หมดแล้ว) เยอะขนาดไหน องค์กร Zero Waste จึงได้ศึกษาและเปิดเผยรายงานว่า ในแต่ละปีอุตสาหกรรมความงาม จะสร้างขยะจากเฉพาะบรรจุภัณฑ์ออกมามากกว่า 1.2 แสนล้านชิ้น

โดยขยะส่วนใหญ่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้หลากหลายแบรนด์ทั่วโลกจึงได้พัฒนาและแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้ ผ่านไปไม่นานองค์กรสำรวจเทรนด์ทั่วโลก Mintel ได้ออกมาเพิ่มกระแสรักษ์โลกให้วงการความงามเพิ่มเติมอีกว่า ตลาดความงามกับสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกกันว่า ตลาดความงามอย่างยั่งยืน สามารถไปด้วยกันได้ดี และได้รับความนิยมมากในหมูชาวยุคมิลเลนเนียลหัวใจสีเขียว นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมตลาดความงามถึงควรเริ่มหันมาสนใจกลยุทธ์ความงามอย่างยั่งยืนกันบ้าง

 

กลยุทธ์ตลาดความงามอย่างยั่งยืน

1) บรรจุภัณฑ์

ปัญหาหลักที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้น บรรจุภัณฑ์ ยิ่งในยุคที่ผ่านมามีการแข่งขัน จนเกิดการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่ซับซ้อนยากจะนำมารีไซเคิลหรือนำมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ก่อให้เกิดขยะมากมาย บางแบรนด์จากในบางประเทศ จึงเริ่มต้นที่จะหันมาใส่ใจในเรื่องของบรรจุภัณฑ์มากขึ้น เช่น Aveda ที่ทำบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล, The Body Shop ใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิลได้ และมีการสร้างสรรค์มาสก์ชีตที่ปกติใช้แล้วทิ้งสามารถย่อยสลายเองได้ ทำจากไม้ในป่าทดแทน ฯลฯ โดยสรุปแล้วจะเน้นไปในเรื่องของการใช้วัสดุรีไซเคิลหรือเลือกใช้วัสดุย่อยสลายได้มาผลิตบรรจุภัณฑ์

ทั้งนี้อาจจะเน้นรณรงค์โดยให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมอื่นๆ ด้วย เช่น นำบรรจุภัณฑ์ไปใส่แปรงหรือปลูกต้นไม้, ทำกิจกรรมร่วมกับแบรนด์ โดยมอบส่วนลดการสั่งซื้อในอนาคต เมื่อลูกค้าใช้สินค้าหมดแล้วนำไปล้างและกลับมาแยกเตรียมให้แบรนด์รีไซเคิลต่อไป ฯลฯ

2) นวัตกรรมการผลิต

ในหลากหลายแบรนด์ได้เริ่มโครงการและแข่งขันชิงรางวัล เพื่อตามหาแนวคิดสร้างสรรค์สำหรับการหาวิธีกำจัดพลาสติกจากอุตสาหกรรมความงามมากขึ้น เพื่อให้แบรนด์สามารถก้าวไปได้พร้อมกับการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม เช่น ยูนิลีเวอร์ร่วมกับองค์กรพันธมิตรกำลังทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาเครื่องมือ Circulytics ใหม่ของ Ellen MacArthur เพื่อกำจัดวัสดุและทรัพยากรที่สิ้นเปลืองตลอดกระบวนการผลิตเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์

ในเรื่องของการผลิตเนื้อผลิตภัณฑ์ ได้เริ่มมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับ ACULYN™ Siltouch Rheology Modifier เป็นวิธีที่ทำให้ส่วนผสมต่างๆ สามารถรวมตัวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในอุณหภูมิห้อง โดยที่ไม่ต้องใช้ความร้อนหรือพลังงานสูง ลดโอกาสปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกระบวนการผลิต

3) สูตรส่วนผสม

สารเคมีและสารอื่นๆ บางตัวในเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ อาจก่อให้เกิดการเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ บางแบรนด์จึงได้เลือกทำสูตรแบบออร์แกนิค หรือคำนำสูตรเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรกอย่าง LUSH รวมถึงไม่เคยทดสอบผลิตภัณฑ์กับสัตว์ หลีกเลี่ยงการใช้ส่วนผสมที่เป็นอันตราย ลดของเสียและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้มีการรณรงค์ถึงขั้นออกเป็นข้อบังคับเพื่อแบนไม่ให้มีการใช้สารเหล่านั้น เช่น เม็ดไมโครบีตส์ ซึ่งเป็นพลาสติกขนาดจิ๋ว เมื่อมีการใช้สบู่ที่มีสารเหล่านี้เกิดการตกค้างแล้วไหลไปเรื่อยๆ จนถึงมหาสมุทร ก่อให้เกิดจุลินทรีย์ในน้ำ ส่งผลให้เกิดมลพิษและการปนเปื้อนสารพิษในห่วงโซ่อาหาร

อุตสาหกรรมความงามโดยรวมกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แล้วผู้ประกอบการในไทยไปจนถึงผู้บริโภคอย่างพวกเราหละ จะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงเพื่อความสวยของตัวเองและโลกได้ก้าวไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนได้หรือยัง?

 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อ Bualuang Green<<


Waste to Energy เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานเพื่อโลกยั่งยืน

อยากให้ดู! Circular Economy ในมาเลเซีย ธุรกิจยั่งยืนโตได้จริง


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

‘มาม่อนเค้ก’ ขนมเค้ก นุ่ม ฟู ที่กินครั้งแรกก็ติดใจ จนกลายเป็นธุรกิจ ‘มิสมาม่อน’

‘มาม่อนเค้ก’ ขนมเค้ก นุ่ม ฟู ที่กินครั้งแรกก็ติดใจ จนกลายเป็นธุรกิจ ‘มิสมาม่อน’

การเป็น ‘เจ้าของธุรกิจ’ คือสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะได้ทำในสิ่งที่ชอบ บวกกับได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ท้าทายความสามารถของตัวเองในการบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง…
pin
75 | 17/07/2024
เกมเปลี่ยน! 2 จุดพลิกผันสร้างโอกาสแบรนด์ ‘ข้าวมหานคร’  เติบโตแบบก้าวกระโดดในตลาดข้าวพรีเมียม

เกมเปลี่ยน! 2 จุดพลิกผันสร้างโอกาสแบรนด์ ‘ข้าวมหานคร’ เติบโตแบบก้าวกระโดดในตลาดข้าวพรีเมียม

ในปี 2566 ประเทศไทยส่งออกข้าวสารไปตลาดต่างประเทศ 8.7 ล้านตัน เป็นมูลค่า 178,136 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2567 มีการประเมินว่า การส่งออกข้าวอาจลดลงเล็กน้อย…
pin
332 | 14/07/2024
ไอศกรีม รสชาติ ‘ภูเก็ต’ Model Business เจ้าของแบรนด์ไอศกรีมพรีเมียม ที่สร้างสรรค์เมนู จากเอกลักษณ์จังหวัดภูเก็ต

ไอศกรีม รสชาติ ‘ภูเก็ต’ Model Business เจ้าของแบรนด์ไอศกรีมพรีเมียม ที่สร้างสรรค์เมนู จากเอกลักษณ์จังหวัดภูเก็ต

‘ภูเก็ต’ จังหวัดทางภาคใต้ของไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ในฐานะ "ไข่มุกแห่งอันดามัน" ด้วยมนต์เสน่ห์หลากหลาย เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานนับร้อยปี…
pin
274 | 12/07/2024
Sustainability เทรนด์ ‘ตลาดความงาม’ ยุคใหม่