สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน รอบใหม่ไทยอาจได้ประโยชน์

SME in Focus
14/09/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 1236 คน
สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน รอบใหม่ไทยอาจได้ประโยชน์
banner

ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนมีท่าทีว่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี แต่ผลกระทบจากโรคโควิดยังไม่จบสิ้น ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯกลับจุดชนวนให้เกิดสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีนปะทุขึ้นมาระลอกใหม่ ส่งผลทำให้ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศเลวร้ายตกต่ำสุดขีดในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา เพราะต่างฝ่ายก็ใช้นโยบายตาต่อตา ฟันต่อฟัน สร้างความเสียทางด้านเศรษฐกิจมูลค่าหลายแสนล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ความขัดแย้งครั้งใหม่สหรัฐฯ อาจยกเลิกข้อตกลงเศรษฐกิจการค้าระยะแรกกับจีน หากจีนไม่ทำตามข้อตกลงการซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 2 ปี (วันที่ 1 มกราคม 2563–31 ธันวาคม 2564) และพร้อมจะกลับมาใช้มาตรการกับจีนเพิ่มเติม โดยอ้างเหตุการพบความเชื่อมโยงระหว่างจีนและการแพร่ระบาดของโรคโควิด ที่กำลังสร้างความเสียหายต่อประชากรและเศรษฐกิจโลกอย่างกว้างขวาง แต่หากมองในแง่ดีกลายเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะใช้โอกาสในช่วงวิกฤติความขัดแข้งครั้งนี้ เพิ่มช่องทางส่งออกสินค้าทดแทนใน 2 ประเทศ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ที่ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการผลิตอันดับต้นๆ ของโลก

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ไทยส่งออกสินค้าสหรัฐฯ ขยายตัว 11.8%

ท่ามกลางสงครามการค้าในช่วงปีที่ 2562 ผ่านมา แม้ว่าการส่งออกจากไทยไปจีนจะหดตัว 3.8% แต่การส่งออกไปสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น 11.8%  และยังมีโอกาสทั้ง 2 ตลาดด้วยความสามารถในการทดแทนสินค้าที่สหรัฐฯ และจีนขึ้นภาษีระหว่างกัน โดยในปี 2562 ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 1.35% (จาก 1.26% ในปี 2561)

สินค้าที่เติบโตดีในตลาดสหรัฐฯ อาทิ อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป (ขยายตัว 1.0%) ผลิตภัณฑ์พลาสติก (ขยายตัว 15.9%) รถยนต์และส่วนประกอบ (ขยายตัว 6.9%) เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ (ขยายตัว 6.6%) เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว และของใช้ในบ้านเรือน (ขยายตัว 32.8%) เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (ขยายตัว 93.1%) รวมทั้งมีส่วนแบ่งในตลาดจีนเพิ่มขึ้น 2.23% (จาก 2.10% ในปี 2561) สินค้าที่เติบโตดีในตลาดจีน อาทิ กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง (ขยายตัว 69.7%) เครื่องดื่ม (ขยายตัว 23.4%) เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า (ขยายตัว 21.0%) และเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว (ขยายตัว 34.8%)

สำหรับการส่งออกของไทยในปี 2563 พบว่า สินค้าที่เคยได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าอย่างอิเล็กทรอนิกส์ (สัดส่วน 14% ของการส่งออกรวม) กลับมาขยายตัวตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 สะท้อนการปรับตัวของการส่งออกไทย ทำให้ผลกระทบของสงครามการค้าต่อการส่งออกไทยเริ่มลดลง และอานิสงส์จากการที่ไทยสามารถเป็นห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ทดแทนสินค้าจีน ในช่วงโรงงานในอู่ฮั่นปิดทำการจากไวรัสโควิด 19

โดยในไตรมาสแรกของปี 2563 การส่งออกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัว 4.5% สินค้าที่เติบโตได้ดี อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (ขยายตัว 8.8%) เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ (ขยายตัว 229.2%) วงจรพิมพ์ (ขยายตัว 6.3%) เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ (ขยายตัว 26.3%) และการเติบโตกระจายตัวในหลายตลาดมากขึ้น ได้แก่ สหรัฐฯ (ขยายตัว 39.1%) ฮ่องกง (ขยายตัว 1.0%) จีน (ขยายตัว 14.6%) สิงคโปร์ (ขยายตัว 22.8%) เวียดนาม (ขยายตัว 20.4%) ไต้หวัน (ขยายตัว 28.7%) เกาหลีใต้ (ขยายตัว 6.5%) และอินโดนีเซีย (ขยายตัว 7.1%)

 

จีน-ญี่ปุ่น แห่ย้ายฐานการผลิตเข้าไทยหนีสงครามการค้า

ประเทศไทยยังเป็นอันที่ 1 ในกลุ่ม 10 ชาติอาเซียนที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศยังให้ความสนใจย้ายฐานการผลิตเข้ามาลงทุนด้วย เนื่องจากเป็นศูนย์กลางส่งออกของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนจากจีน ถือว่าเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอันหนึ่ง 1 แซงหน้าญี่ปุ่นมานับตั้งแต่ปี 2561 โดยคิดมูลค่าลงทุน 2.62 แสนล้านบาทต่อปี เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นมีมูลค่า 7.31 หมื่นล้านบาทต่อปี

และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มนักลงทุนจากจีนเตรียมหนีภัยสงครามการค้าเข้ามาลงทุนในไทยไม่ต่ำกว่า 100 บริษัท ซึ่งที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่องขอความสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ส่วน 5 บริษัทผู้ผลิตล้อยางรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีน ได้ลงนามเซ็นสัญญาก่อนหน้าจะย้ายฐานผลิตเข้ามาลงทุนกับไทยผ่านบีโอไออย่างแน่นอน ประกอบด้วย บริษัทจงเซ่อ, เซ็นจูรี, แอลแอลดี, แม็กซิส และหวาอี้

เช่นเดียวกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นที่ตั้งฐานผลิตในประเทศจีน ต่างเตรียมย้ายฐานผลิตมายังประเทศไทย อาทิ พานาโซนิค, โตชิบา, ไดกิ้น, ฟูจิตสึ และชาร์ป ซึ่งยังไม่รวมอีกหลายร้อยบริษัทต่างพาเหรดเตรียมย้ายฐานผลิตหนีภัยสงครามมาลงทุนในไทยและชาติอาเซียน เพื่อลดการพึ่งพาการผลิตในประเทศจีน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนไม่มีท่ายุติความหมาดหมางและยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ตราบใดที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ

แม้ “ไบเดน” โค่น ”ทรัมป์” ขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐฯ ก็คงไม่ญาติดีกับจีน

ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 หลายประเทศที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดี ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน แบบแข็งกร้าวตลอดระยะเวลา 4 ปี ต่างก็ส่งเชียร์ นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ รวมทั้งประเทศจีน หาก ทรัมป์ ถูกโค่นลงจากอำนาจในช่วงปลายปีนี้ไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะดีขึ้น

อย่างไรก็ตามบรรดานักวิเคราะห์ทางการเมืองสหรัฐฯ และจีนต่างก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้ ไบเดน ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่จีนก็ยังคงเผชิญกับเรื่องลำบากอยู่ดี รัฐบาลของไบเดนจะยึดมั่นในข้อเท็จจริงและเหตุผลมากกว่า การใช้คำพูดโจมตีกันและเล่นการเมืองแบบรุนแรง

สอดคล้องกับบริษัทต่างๆ ในจีนต่างก็เชื่อว่า ไม่ว่าใครก็ตามได้เข้ามาบริหารสหรัฐฯ ก็ยังคงมีท่าทีที่แข็งกร้าวกับจีนต่อไป ซึ่งไม่ว่าพรรคเดโมแครต หรือพรรครีพับลิกัน ได้ครองทำเนียบขาว วุฒิสภา หรือรัฐสภา ก็ไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะผ่อนคลายความแข็งกร้าวที่สหรัฐฯ มีต่อจีน หากไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทน

ในภาวะความขัดแย้งของสองชาติมหาอำนาจรอบใหม่ครั้งนี้ จะกลายเป็นโอกาสที่ดีของไทยที่จะดึงดูดกลุ่มนักลงทุนมาลงทุนด้วย เพราะไม่เพียงแต่เป็นประเทศไม่ฝักใฝ่ข้างใดข้างหนึ่งแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียนเชื่อมโยงตลาดโลกจึงเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุด


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


รู้เพื่อตั้งรับ! 5 รูปแบบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม

พลิกโฉมซัพพลายเชนโลก ผู้ผลิต ‘หนีจีน’ แห่ย้ายฐานสู่อาเซียน



Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจของผู้คนไปทั่วโลก…
147353 | 09/06/2020
Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561…
33590 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน…
20578 | 14/06/2019
สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน รอบใหม่ไทยอาจได้ประโยชน์