Recommerce Trend โอกาสขายสินค้ารีเซลที่ SME สามารถร่วมวงได้!
SME InsightsMega Trends

Recommerce Trend โอกาสขายสินค้ารีเซลที่ SME สามารถร่วมวงได้!

30 ก.ค. 2568
|
22
ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า และความยั่งยืนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้สินค้ารีเซล หรือการซื้อขายสินค้ามือสองกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรง และกำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมค้าปลีกไป นี่คือโอกาสทองที่ธุรกิจ SME ในไทยสามารถเข้ามาร่วมวง และช่วยให้ SME ไทยเติบโตได้ ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเทรนด์สินค้ารีเซลไปพร้อมกัน

ภาพรวมของ Recommerce จากกระแสรอง สู่แนวโน้มหลักของธุรกิจ


ReCommerce ย่อมาจาก Resale Commerce ที่แปลว่า สินค้ารีเซล คือ การซื้อขายสินค้าที่ใช้แล้ว หรือการขายสินค้ามือสองนั่นเอง โดยเทรนด์สินค้ารีเซลมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในระดับโลก โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

 

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มซื้อขายเสื้อผ้ามือสองออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ThredUp คาดว่า ภายในปี 2027 ตลาดสินค้ารีเซลทั่วโลกจะมีมูลค่าทะลุ 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เห็นได้ว่าเทรนด์นี้กำลังได้รับการยอมรับในระดับเมนสตรีม (Mainstream) โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และต้องการสนับสนุนธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนเทรนด์สินค้ารีเซลมาจากความรู้สึกที่ว่าการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่านั้นดีกว่าการเลือกสินค้าใหม่ที่พวกเขาไม่สามารถมั่นใจได้ว่าจะมาจากกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน และโปร่งใสจริงหรือไม่


ธุรกิจสินค้ารีเซล เป็นหนึ่งธุรกิจที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ และบางครั้งสินค้ารีเซลบางชนิดยังสามารถสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มได้ และการขายสินค้าลักษณะนี้ยังเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบของแบรนด์ต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ในการผลิตและปริมาณขยะอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้า Generation ใหม่ๆ ที่คำนึงถึงการเลือกซื้อสินค้าที่มีความยั่งยืนซื้อของอย่างมีสติมากขึ้น ซึ่งสำหรับสินค้าแบรนด์ที่มีมูลค่า ของสะสม ก็สามารถนำมาขายต่อทำกำไรได้อีกในอนาคต ส่งผลทางความรู้สึกผูกพันระหว่างผู้ซื้อกับแบรนด์มากขึ้น และอยากกลับมาซื้อซ้ำ ขณะที่ Business Research Insights ระบุว่าตลาดสินค้ารีเซลจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยทบต้นต่อปีอยู่ที่ 10.5% ภายในปี 2024 ถึง 2033 ทำให้เห็นว่าธุรกิจนี้มีแนวโน้มจะสามารถขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้ออกไปได้อีกเรื่อย ๆ ดังนั้นธุรกิจสินค้ารีเซลจึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามองต่อไป




โอกาสของ SME ไทยในตลาด Recommerce

โมเดลธุรกิจขายสินค้า Refurbished ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม


สินค้ารีเซลที่เราคุ้นเคยและพบเห็นได้ทั่วไปอาจเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ แต่ยังมีสินค้าอีกหนึ่งประเภทที่น่าสนใจนั่นคือ กลุ่มสินค้า IT และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่เดิมทีสินค้าในหมวดหมู่นี้มักเป็นที่ต้องการในฐานะของสินค้ามือหนึ่ง โดยสินค้ารีเซล Refurbished หรือ สินค้ารีเซลในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีที่ได้ผ่านการซ่อมแซม และทดสอบอย่างเป็นระบบแล้วจะทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในคุณภาพ และประสิทธิภาพการใช้งานของสินค้า 

ขณะที่บทความวิจัยจาก ScienceDirect ระบุว่าอุตสาหกรรมดิจิทัลทั้งหมดมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกคิดเป็น 4% และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 14% ของการปล่อยก๊าซทั่วโลกทั้งหมดภายในปี 2040 ซึ่งสินค้ารีเซลดังกล่าวจะเข้ามาช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการบริโภคมากเกินไปในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีคุณภาพดีในราคาถูกกว่าของใหม่

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายโมเดลมาขายสินค้ารีเซลประเภทนี้ได้ เช่น กรณีของBack Market แพลตฟอร์มขายสินค้ารีเซล Refurbished ทั้งโทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป หรือแท็บเล็ต ไปจนถึงเครื่องเกมคอนโซล และยังมีบริการรับซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อยืดอายุการใช้งานสินค้าอีกด้วย





ใช้ระบบ Buy-Back Program ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน


การใช้ระบบรับซื้อคืนสินค้า (Buy-Back Program) และนำกลับมาขายเป็นสินค้ารีเซลคือวิธีที่ยั่งยืนสำหรับธุรกิจนอกจากผลลัพธ์ทางธุรกิจแล้วยังส่งเสริมในเรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น กรณีตัวอย่าง IKEA ที่รับซื้อเฟอร์นิเจอร์เก่าที่สาขา เพื่อนำมาขายเป็นสินค้ารีเซล และลูกค้าจะได้รับบัตรของขวัญเพื่อเลือกซื้อของใน IKEA ต่อไปได้ ช่วยดึงดูดผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ประหยัดต้นทุนในระยะยาว และรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้ารายเก่าได้ด้วย

การนำเสนอภาพลักษณ์เรื่องความยั่งยืนของแบรนด์ผ่านสินค้ารีเซล


สำหรับแบรนด์ที่มีแนวคิดเรื่องของความยั่งยืน การนำเสนอจุดแข็งของแบรนด์ผ่านสินค้ารีเซลก็เป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจ เช่น การสื่อสารว่าแบรนด์มีนโยบายไม่สร้างขยะ (Zero Waste) หรือการใช้วัสดุรีไซเคิลหรือใช้แพ็กเกจจิง Eco-Friendly เป็นต้น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณการตลาด เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดีในฐานะธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ รายงาน Consumer Perspective on Recommerce report ยังระบุว่าผู้บริโภคกว่า 40% มองว่าสินค้ารีเซลเป็นสัญลักษณ์ของสถานะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการซื้อสินค้ารีเซลสะท้อนถึงรสนิยมหรือความฉลาดในการบริโภคด้วย ซึ่งแบรนด์สามารถนำจุดนี้มาขยายเป็นการสื่อสารทางการตลาดให้เหมาะสมกับแบรนด์ต่อไปได้ เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่มีค่านิยมตรงกัน นอกจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้วแบรนด์เองก็ต้องดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสเช่นเดียวกัน เป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรอย่างแท้จริง


วิธีการเริ่มต้นธุรกิจ Recommerce สำหรับ SME

ประเมินสินค้าสามารถนำไปรีเซลได้


ผู้ประกอบการควรประเมินสินค้า และคัดเลือกสินค้าหลากหลายชนิดที่จะสามารถนำมาเป็นสินค้ารีเซลที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าของตนเอง โดยสินค้าที่นำมารีเซลควรเป็นสินค้าที่มีมูลค่าคงทนหรือเสื่อมสภาพช้า เช่น เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ มีมูลค่าเป็นของสะสมได้ในอนาคต เช่น แผ่นเสียงไวนิล ของตกแต่งวินเทจ สินค้าแบรนด์เนม และหนังสือหายาก เป็นต้น

สร้างกระบวนการคัดแยก ซ่อมแซม และตรวจสอบคุณภาพ


แม้ว่าจะเป็นสินค้ารีเซล แต่ผู้บริโภคยังคาดหวังว่าสินค้ารีเซลจะมีคุณภาพดี คุ้มราคา โดยธุรกิจควรมีกระบวนการเลือกสินค้า คัดแยก ซ่อมแซม และตรวจสอบคุณภาพสินค้าด้วย และอาจกำหนดการจัดเกรดคุณภาพสินค้า เช่น สภาพเหมือนใหม่ สภาพดีใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพแต่มีตำนิเล็กน้อย หรือสภาพพอใช้และมีบางส่วนที่จำเป็นต้องซ่อมแซม ทั้งนี้ ธุรกิจควรสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาถึงตำหนิต่าง ๆ ให้ผู้บริโภคได้รับรู้ เพื่อแสดงความจริงใจของแบรนด์และสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค

สร้างช่องทางการขายเฉพาะสำหรับสินค้ารีเซล


การสร้างช่องทางการขายเฉพาะสำหรับสินค้ารีเซล เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจ Recommerce ประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างยั่งยืน สร้างความชัดเจนและแยกกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและดำเนินการ ช่วยให้การบริหารจัดการสต็อก เพื่อให้การจัดส่ง บริการลูกค้า และการตลาดของสินค้ารีเซลมีระบบชัดเจน ไม่ปะปนกับสินค้าใหม่ เช่น Lululemon ขยายแพลตฟอร์ม “Like New” แยกออกมาโดยเฉพาะสำหรับสินค้ารีเซล สร้างความชัดเจนและมาตรฐานคุณภาพสำหรับสินค้ากลุ่มนี้ 



สร้างระบบโลจิสติกส์ที่รองรับสินค้ามือสอง


ระบบโลจิสติกส์ของสินค้ารีเซลมีความซับซ้อนกว่าการจัดการสินค้าใหม่ เพราะสินค้าแต่ละชิ้นมีสภาพไม่เหมือนกันทำให้ต้องจัดการแบบชิ้นต่อชิ้น ไม่ใช่ล็อตใหญ่เหมือนของใหม่ นอกจากนี้ของมือสองมาจากหลายแหล่งทั้งจากลูกค้าและการซื้อคืน ควรมีการทำระบบโลจิสติกส์สำหรับสินค้ารีเซล เป้าหมายเพื่อให้ธุรกิจสามารถบริหารสินค้าได้อย่างเป็นระบบ เช่น ขั้นตอนการรับเข้าและคัดแยก นอกจากนี้ยังต้องมีพื้นที่สำหรับทำความสะอาด ซ่อมแซม และตรวจสอบคุณภาพก่อนขาย สต๊อกสินค้า และการจัดส่ง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า

สำหรับในส่วนของธุรกิจบริการก็สามารถนำ Recommerce Trend ไปปรับใช้ได้โดยเป็นส่วนหนึ่งของบริการผ่านกิจกรรมพิเศษที่ส่งเสริมด้านความยั่งยืนให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ การจัดเวิร์คช็อป Upcycling หรือ DIY ของที่ใช้แล้ว เช่น การ DIY เสื้อผ้าเก่า หรือการทำของตกแต่งจากวัสดุเหลือใช้ เป็นต้น


Case Study: ตัวอย่างธุรกิจ SME ที่ประสบความสำเร็จในตลาด Recommerce


Perrine Porter เป็นแพลตฟอร์มสินค้ารีเซลสำหรับการรับซื้อ ฝากขาย และเทรด กระเป๋า เครื่องประดับ รวมทั้งสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมซึ่งเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนม และสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดสินค้าลักชัวรี่มือสองซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง

 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากคุณออน สมฤทัย จากความหลงใหลในแฟชั่นกว่า 10 ปี และมีวิสัยทัศน์ในเรื่องการหมุนเวียนสินค้าแบบยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม โดยการส่งต่อสินค้าที่เคยผูกพัน ไปให้คนที่อยากจะใช้ต่อ เพื่อให้ผู้ซื้อ และผู้ขายได้ประโยชน์ทุกฝ่าย



กลยุทธ์ของ Perrine Porter ในตลาด Recommerce


  • มองเห็นโอกาสทางธุรกิจและแฟชั่นที่ยั่งยืน คุณออน สมฤทัย ผู้ก่อตั้ง Perrine Porter ที่มองเห็นโอกาสในการเป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงสินค้าแบรนด์เนม และเห็นว่าตลาดสินค้าแบรนด์เนมยังมีความต้องการสูง เนื่องจากข้อจำกัดของกระเป๋าแบรนด์เนมที่ผลิตมาจำนวนไม่มากจึงสามารถขายต่อในราคาที่ดีได้ นอกจากนี้เธอเล็งเห็นว่าแฟชั่นที่ยั่งยืนมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคคำนึงถึงปัญหาภาวะลดโลกร้อนมากขึ้น โดยธุรกิจสินค้ารีเซลนี้ยังสามารถยืดอายุการใช้งานของสินค้าได้เช่นกัน 


  • สร้างความไว้ใจ การันตีของแท้ 100% จากความใส่ใจของแบรนด์ที่มีการตรวจสอบหลายขั้นตอน เริ่มจากการใช้ AI และมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบสินค้า ส่งผลให้สินค้ารีเซลภายในร้านมีคุณภาพ และสร้างความไว้วางใจจากผู้บริโภคด้วย

  • แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้งานง่าย การมีเว็บไซต์ของแบรนด์เองที่ออกแบบมาอย่างดี ใช้งานง่าย ช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้ารีเซล และใช้บริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก


บทสรุปและแนวทางสู่ความสำเร็จ


ตลาดสินค้ารีเซลกำลังเติบโตทั่วโลก และแบรนด์ใหญ่ ๆ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทรนด์นี้แล้ว ดังนั้นผู้ประกอบการไทยยิ่งไม่ควรพลาดโอกาสดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากการพิจารณาสินค้าหรือบริการที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนและตลาดสินค้ารีเซล หรือการใช้กลยุทธ์การรับซื้อคืนสินค้า (Buy-Back Program) เพื่อช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม ไปจนถึงการสื่อสารถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ด้วย นอกจากนี้ การสร้างกระบวนการดำเนินงานที่เป็นมาตรฐาน ตั้งแต่การประเมินสินค้า การคัดแยก ซ่อมแซม ตรวจสอบคุณภาพ และการสื่อสารที่โปร่งใส รวมถึงการมีช่องทางและระบบโลจิสติกส์เฉพาะสำหรับสินค้ารีเซล จะช่วยให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือ และสามารถแข่งขันในตลาดสินค้ารีเซลได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.imm-cologne.com/magazine-archive/business-insights/buy-backs-the-sustainable-way-to-retain-customers-in-the-long-term/

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333