สัมพันธ์จีน-เมียนมา : บนเส้นทางลงทุน Belt and Road
SME KnowledgeSME Go Inter

สัมพันธ์จีน-เมียนมา : บนเส้นทางลงทุน Belt and Road

27 ก.พ. 2563
|
2961

"เมียนมา" ถือเป็นประเทศแรกที่ "สี จิ้น ผิง" ประธานธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เริ่มสตาร์ทเดินทางเยือนในปี 2020 นี้ โดยกำหนดการเยือนนับจากวันที่ 17-18 มกราคม ที่ผ่านมา ได้พบกับนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและประธานาธิบดี วิน มิ้นท์ ณ กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศเมียนมา 

ก่อนหน้านี้ "เจียง เจ๋อ หมิน" เป็นประธานธิบดีคนล่าสุดของจีนที่เยือนเมียนมา เมื่อ 19 ปีที่แล้วในปี 2001 และมีการลงนามข้อตกลงทางด้านเศรษฐกิจและการค้าชายแดนหลายฉบับในครั้งนั้น

อาจกล่าวได้ว่า ปัจจุบัน "จีน" เป็นมหามิตร ซึ่งเป็นทั้งประเทศผู้ลงทุนและคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดในเมียนมา หากเมียนมาถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรจากข้อกล่าวหาเรื่องสิทธิมนุษยชนในรัฐยะไข่ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเมียนมาจึงนับได้ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจเมียนมา (ข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ประจำกรุงย่างกุ้ง)

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


สำหรับผลการเยือนครั้งนี้เมียนมาและจีนได้มีการลงนามข้อตกลงร่วมกัน 33 ฉบับ เป็นความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และการค้า โดยทั้งสองประเทศได้ลงนามความตกลงในการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกในเขตเศรษฐกิจพิเศษจ้าวผิ่ว (Kyaukphyu Special Economic Zone) ในรัฐยะไข่

หากพัฒนาท่าเรือแห่งนี้ได้สำเร็จ จ้าวผิ่วจะกลายเป็น "Oil and Gas Terminal" เชื่อมโยงท่อ (Pipeline) ในการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียไปยังจีนโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา โครงการนี้ถือเป็นโครงการสำคัญภายใต้กรอบระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา หรือ China-Myanmar Economic Corridor (CMEC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Belt and Road Initiative ของจีน

ดังนั้นจีนในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ของเมี่ยนมา คิดเป็น 40% ของหนี้ที่เมียนมากู้ยืมจากต่างประเทศจึงได้เร่งเครื่องเต็มที่ 

นอกจากนี้ ยังมีข้อตกลงในการพัฒนาอื่นๆ เพื่อยกระดับความร่วมมือในเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจชายแดนมูเซ-รุ่ยลี่ บริเวณชายแดนจีน-เมียนมาในรัฐฉาน รวมท้ังยังมีการตกลงเพิ่มทุน 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ โครงการพลังงานไฟฟ้า LNG ขนาด 1,390 เมกะวัตต์ ที่เมือง Mee Laung Gyaing 

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าการเดินทางเพื่อกระชับความสัมพันธ์ครั้งนี้ จีนยัง "ไม่" หารือถึงความคืบหน้าโครงการเขื่อนมิตโซน (Myitsone dam) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำอีก 6 โครงการในรัฐคะฉิ่นซึ่งมี มูลค่ารวมกว่า 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขนาดกำลังการผลิต 21,000 เมกะวัตต์ ที่มีแผนที่จะส่ง ไฟฟ้าส่วนหนึ่งไปยังประเทศจีน

แต่โครงการดังกล่าวได้ถูกระงับไว้นานเกือบ 10 ปี นับจากปี 2011 และ 2012 เนื่องจากสาธารณชนคัดค้านอย่างรุนแรงและยังไม่ได้ข้อสรุปแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหตุการณ์ไม่สงบที่กระทบต่อการค้าบริเวณชายแดนมูเซ – ลุ่ยลี่ ระหว่างจีนและเมียนมา

นักเศรษฐศาสตร์เมียนมา ให้ความเห็นต่อกรณีนี้ว่า หากปัญหาความมั่นคงภายในเมียนมายังคงอยู่ จีนอาจยังไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุนต่างๆ รวมทั้งอาจจะต้องขาดทุนจานวนมหาศาล


และล่าสุด "จีน" ได้ปิดด่านการค้าชายแดนกับเมียนมา จากผลพวงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 ประเด็นนี้ส่งผลกระทบต่อสินค้าที่ค้าขายระหว่างกันมหาศาล ทั้งผัก ผลไม้ ข้าว และปศุสัตว์  และหากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมียนมาอาจพิจารณาห้ามการเดินทางประชาชนชาวจีนเข้าประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนเมียนมา-จีน มหาศาล

ทั้งนี้ผู้ประกอบการไทยต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่ออาศัยจังหวะนี้ในการสร้างโอกาสในด้านการค้าและการลงทุนคู่ขนานไปกับทั้งจีนและเมียนมา ซึ่งหากไทยสามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง Belt and Road Initiative ของจีนได้สำเร็จจะส่งผลดีต่อการค้าของไทยในระยะยาวมหาศาล


 

สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


มิงกาลาบา! เมียนมาปรับโฉมรับลงทุน 2020

โอกาสลงทุนด้านเกษตรและท่องเที่ยวในรัฐฉาน

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333