จับตา! เมื่ออินเดียเจอวิกฤติโควิดรอบ 2
SME KnowledgeSME Go Inter

จับตา! เมื่ออินเดียเจอวิกฤติโควิดรอบ 2

15 ส.ค. 2563
|
1736

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายอดจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในอินเดียสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอินเดียครองอันดับ 3 ของโลก (ข้อมูลล่าสุด 15 สิงหาคม 2563) พบรายงานผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่มสูงกว่า 6 หมื่นรายต่อวันติดต่อกัน ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 2.53 ล้านราย เสียชีวิตแล้วเกือบ 5 หมื่นราย โดยรัฐมหาราษฏระยังคงเป็นรัฐที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในอินเดีย (5.6 แสนราย) ตามมาด้วยรัฐทมิฬนาดู (3.2 แสนราย) และรัฐอานธรประเทศ (2.64 แสนราย)

ปัญหาการแพร่ระบาดรุนแรงอย่างต่อเนื่องนี้ ได้กลายเป็นแรงกดดันทำให้รัฐบาลอินเดียประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ประเทศรอบใหม่ในหลายรัฐที่มีการระบาดรุนแรง ซึ่งมาตรการนี้ห้ามผู้คนออกนอกที่พัก ยกเว้นกรณีที่จำเป็น ขณะที่สถานศึกษา ร้านค้า ศาสนสถาน และหน่วยงานต่างๆ ปิดเกือบทั้งหมด

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ทั้งนี้การใช้มาตรการล็อกดาวน์ในช่วงแรกเมื่อเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจอินเดียชะลอตัวและทำให้มีคนตกงานหลายล้านคน นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี จึงประกาศยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ แต่ท้ายที่สุดเมื่อปัญหารุนแรงก็ต้องกลับมาประกาศมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง และยังไม่แน่นอนว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี เปิดเผยรายงานธนาคารกลางอินเดีย ปรากฏว่า รายได้จากการส่งออกของอินเดียโดยรวม (ทั้งภาคสินค้าและบริการ) ในเดือนเมษายน 2563-มิถุนายน 2563 มูลค่า 1.01 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 25.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านการนำเข้ามีมูลค่าประมาณ 8.931 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 45.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้การค้าเกินดุล 1.170 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

หากแยกเฉพาะภาคการส่งออกสินค้าในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2563 มีมูลค่า 5.132 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (3,890,162.7 ล้านรูปี) เมือเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หดตัว 36.71% ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 6.044 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (4,583,951.8 ล้านรูปี) เมือเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีมูลค่า 1.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 52.43% 

ข้อมูลรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าอินเดียประจำเดือนมิถุนายน 2563 ในภาคสินค้าอินเดียมีมูลค่าการส่งออก 2.19 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และมีการนำเข้า 2.11 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เกินดุลการค้า 0.79 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผลจากการคลายล็อคดาวน์เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ทําให้การส่งออกดีขึ้น แต่ผลจากการระบาดล่าสุดทำให้อินเดียต้องปิดประเทศอีกครั้ง

นาย Rahul Bajoria หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์อินเดีย ณ สถาบัน Barclays แสดงความคิดเห็นว่า สถานการณ์การส่งออกอินเดียที่ดีขึ้นหลังคลายล็อกดาวน์ และเกินดุลครั้งแรกในรอบมากกว่า 10 ปี ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับการเติบโตของระบบเศรษฐกิจอินเดีย ส่วนสถานการณ์การนำเข้าที่ยังคงไม่กระเตื้องขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงผลจากการล็อคดาวน์ต่ออุตสาหกรรมบางส่วน ราคาสินค้าต่ำลง และอุปสงค์อ่อนแอ ตัวเลขการค้าเกินดุลคาดว่าจะไม่ต่อเนื่องไปตลอด เนื่องจากเริ่มเห็นถึงอุปสงค์ในประเทศที่เริ่มเข้าใกล้ระดับปกติแล้ว การนำเข้าจึงน่าจะสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้

นาง Aditi Nayar นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันจัดอันดับ ICRA กล่าวว่าเนื่องจากการฟื้นตัวของภาคนำเข้าที่ล่าช้า จึงคาดว่าในด้านดุลการชำระเงินการค้าสินค้าจะขาดดุลลดลงเหลือ 10-12 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2564 แต่ความไม่แน่นอนในสถานการณ์เศรษฐกิจอาจจะส่งผลอย่างรุนแรงต่อการรับเงินโอนขาเข้าจากต่างประเทศ (inward remittances) เมื่อหักลบกันแล้ว คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุลราว 14-16 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2564

และอีกปัจจัยที่น่าจับตามอง คือกรณีพิพาทบริเวณพรมแดนจีน-อินเดีย ที่ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านการใช้สินค้า จากจีนอย่างรุนแรง โดยระหว่างเดือนเมษายน-กุมภาพันธ์ ปีงบประมาณ 2562-2563 อินเดียนำเข้าสินค้าจากจีนคิดเป็นมูลค่าราว 62.38 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 14% ของการนำเข้าทั้งหมด สินค้าที่นำเข้าจากจีนมากที่สุดได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์และชิ้นส่วน เครื่องจักรและชิ้นส่วน เป็นต้น

กระแสต่อต้านสินค้าจีนดังกล่าวก่อให้เกิดช่องว่างในระบบห่วงโซ่อุปทานในการผลิต ทําให้เอกชนจากหลายภาคอุตสาหกรรมเร่งหาคู่ค้าจากประเทศอื่น เพื่อนำเข้าสินค้าทดแทนสินค้าจากจีน ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่กําลังมองหาโอกาสขยายการค้าและการลงทุนมายังอินเดียควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจต่อไป

ประเด็นที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 ในอินเดียโดยเฉพาะในเมืองอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งกระทบต่อภาคการผลิตและการนำเข้า–ส่งออกในประเทศ จะทำให้อินเดียต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำลงอย่างแน่นอนในปีนี้ ด้วยเหตุนี้การค้าไทยอินเดียหลังจากนี้คงไม่สวยหรูและอาจย่ำแย่เหมือน 2 ไตรมาสแรกปี 2563 ตามข้อมูลตารางที่เรานำมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


“แทรกเตอร์-เครื่องจักรเกษตร” สบช่องส่งออกตลาดอินเดีย 

จับตา! อินเดียลดนำเข้าสินค้าจีน จุดกระแสชาตินิยม-พึ่งพาตัวเอง



 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333