ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหราชอาณาจักรหลัง Brexit
SME KnowledgeSME Go Inter

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหราชอาณาจักรหลัง Brexit

8 ม.ค. 2564
|
1690

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าสหราชอาณาจักร (ยูเค) จะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) อย่างเป็นทางการ หรือ Brexit ในวันที่ 1 มกราคม 2564 โดยสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) แถลงการณ์ว่าได้ร่างข้อตกลงทางการค้าใหม่ระหว่างสองภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อย หลังใช้เวลาเจรจามานานถึง 11 เดือนกว่าจะสามารถตกลงกันได้ หากไม่มีข้อตกลงฉบับนี้ อาจจะมีผลต่ออัตราภาษีสินค้านำเข้า ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ยูเคจะประกาศข้อสรุปการเจรจาความตกลงกับอียู ก็ได้เร่งเจรจาความตกลงกับประเทศคู่ค้าเมื่อครั้งที่อยู่ในอียูเพื่อเตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว ซึ่งในจำนวนนี้คือการเจรจาความตกลงการค้ากับเวียดนาม 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ทั้งนี้ยูเคและเวียดนามได้ร่วมลงนามความตกลงการค้าเสรีเวียดนาม-สหราชอาณาจักร (UKVFTA) ไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านหลัง Brexit เพื่อให้แน่ใจว่าหากแยกออกจากอียูแล้วการนำเข้าสินค้าเวียดนามจะไม่มีปัญหาด้านภาษี 

ความตกลง UKVFTA ได้เริ่มเจรจากันเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในต้นปี 2564 โดยความตกลงฉบับนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งจะมีส่วนส่งเสริมให้เวียดนามสามารถรักษาระดับการค้ากับยูเคได้ จากมูลค่าการค้ารวมปี 2562 ที่ผ่านมา เท่ากับ 6,857 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเวียดนามส่งออกไปยูเค มูลค่า 6,064 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ยูเคส่งออกไปเวียดนามมูลค่า 793 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ภายหลังจากความตกลง UKVFTA มีผลบังคับใช้ จะทำให้สินค้าเวียดนามและยูเคสัดส่วน 65% ของสินค้าที่ค้าระหว่างกัน จะได้รับการยกเว้นภาษีทันที และจากนั้นจะเพิ่มจำนวนเป็น 99% จะเหลือสินค้าที่มีความอ่อนไหวสูง 1% 

ประโยชน์ที่เวียดนามจะได้รับจากการลงภาษีดังกล่าว คิดเป็นมูลค่า 151 ล้านเหรียญสหรัฐ จากอัตราภาษีที่เวียดนามส่งไปยูเค ขณะที่ฝั่งยูเคจะได้ประโยชน์จากการลดภาษี 48 ล้านเหรียญสหรัฐ และทำให้ผู้บริโภคทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์จากสินค้านำเข้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะสินค้าที่เวียดนามมีศักยภาพส่งออก นั่นคือเสื้อผ้าและรองเท้า 

ซึ่งคาดว่าผลดีจากการเปิดตลาดยูเคครั้งนี้ทำให้เสื้อผ้าและรองเท้าที่ผลิตจากเวียดนามกลายเป็นเสือติดปีก เพราะก่อนหน้านี้เวียดนามได้ทำความตกลงเปิดเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป หรือ EVFTA และข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนแปซิฟิก หรือ CPTPP ไปแล้ว 

ข้อมูลจากสมาคมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเวียดนาม (VITAS) ระบุว่า อุตสาหกรรมรองเท้า และเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามมีแนวโน้มเติบโตดี ท่ามกลางปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด โดยเฉพาะในตลาดอียูซึ่งหลังจากทำ EVFTA แล้วทำให้ส่วนแบ่งตลาดเวียดนามในอียูมีแนวโน้มจะปรับขึ้นจาก 50% ไปเป็น 67% ในปี 2568 

ในมุมของไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ก็ต้องจับตามองผลการลงนามกับ UKVFTA ความตกลงฉบับใหม่ เพราะมีการคาดการณ์แต้มต่อนี้จะขยายโอกาสตลาดให้เวียดนามสามารถส่งออกได้ 3 เท่า คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,500-7,600 ล้านเหรียญในอนาคต ซึ่งนั่นอาจจะเป็นโอกาสในการขยายการลงทุนเข้าไปในเวียดนาม หรือเป็นจุดเปลี่ยนของการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าของไทยในอนาคตด้วย  



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


ฐานการผลิตเครื่องนุ่งห่มกัมพูชา ยังเป็นโอกาสของทุนไทย?

จับตา! อภิมหาโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมียนมา

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333