"แพค คอร์ปอเรชั่น" ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “พลังงานส่วนเกิน” ให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ
SME KnowledgeSME Sharing

"แพค คอร์ปอเรชั่น" ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “พลังงานส่วนเกิน” ให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ

30 เม.ย. 2569
|
19

ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยอาจมองว่าต้นทุนพลังงานคือภาระที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งค่าไฟที่ผันผวน ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงการใช้พลังงานที่ต้องจ่ายไม่ว่าจะขายได้หรือไม่ ทุกปัจจัยล้วนเป็นแรงกดดันที่ค่อย ๆ บีบส่วนต่างกำไรขั้นต้น (Margin) ของธุรกิจให้ลดลง

แต่สำหรับ คุณเก๋ อัจฉรา ปู่มี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง “บริษัท แพค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด” กลับเลือกมอง Pain Point เดียวกันนี้ในอีกมุมหนึ่ง โดยมองว่า ต้นทุนพลังงานคือโอกาสในการสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ

แนวคิดดังกล่าวเกิดจากประสบการณ์ตรงของคุณเก๋ในธุรกิจเครื่องปรับอากาศของครอบครัว ซึ่งดำเนินงานด้านการจำหน่ายและติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศ โดยเธอเห็นชัดว่าพลังงานจำนวนมหาศาลถูกใช้และสูญเสียไปโดยที่ไม่มีใครใส่ใจนัก คุณเก๋จึงเริ่มตั้งคำถามว่า เราจะทำให้พลังงานที่เสียไปเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้หรือไม่

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแพค

Line Album 1772023 260319 4

ธุรกิจจะเติบโตได้ ต้องไม่เล่นเกมเดียวกับคนอื่น

คุณเก๋เติบโตมากับธุรกิจเครื่องปรับอากาศของครอบครัว ซึ่งดำเนินงานด้านการจำหน่ายและติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศ ในช่วงแรกของการเข้ามาสานต่อ เธอได้เรียนรู้และทำงานตามแนวทางเดิมของธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะค่อย ๆ เริ่มมองเห็นโอกาสในการพัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะในบริบทของตลาดที่มีการแข่งขันสูงและมีสินค้าในลักษณะใกล้เคียงกันเป็นจำนวนมาก

“เราจะทำธุรกิจเดิมอย่างไรให้ดีขึ้น และจะทำอย่างไรให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น” คุณเก๋ตั้งคำถามกับตัวเองในขณะนั้น เพราะเมื่อมองไปในตลาด เธอพบว่า หากยังคงเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายสินค้าเหมือนผู้ประกอบการรายอื่น ธุรกิจก็จะไม่สามารถสร้างความได้เปรียบได้

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจต่อยอดจากประสบการณ์เดิม คุณเก๋และทีมจึงเริ่มต้นพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างคุณค่าและความแตกต่างให้กับตลาด

คุณเก๋มุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิมของธุรกิจครอบครัว โดยนำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับระบบความร้อนและความเย็นที่สั่งสมมานาน ผสานกับมุมมองใหม่ที่ช่วยให้เห็นโอกาสเพิ่มเติมจากการใช้พลังงานในแต่ละวัน จนกลายเป็นจุดตั้งต้นของผลิตภัณฑ์แรกของแพค ได้แก่ เครื่องทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศ ที่เปลี่ยนพลังงานส่วนเกินให้กลายเป็นมูลค่าได้จริง

Frenergy01

ตอบตัวเองให้ได้ว่า ลูกค้าจ่ายเงินมาแล้ว จะได้คุณค่าอะไรกลับไป

สิ่งที่ทำให้แพคแตกต่างไม่ใช่แค่การมีเทคโนโลยีด้านพลังงาน แต่คือวิธีคิดในการนำเสนอเทคโนโลยี ที่เริ่มจากคำถามที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาว่า “ลูกค้าจะได้อะไร” เพราะในมุมของคุณเก๋ เทคโนโลยีจะล้ำแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย หากไม่สามารถนำไปใช้จริงได้

“เราต้องตอบให้ได้ก่อนว่าเทคโนโลยีของเราช่วยตอบโจทย์อะไรให้กับลูกค้า และสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในธุรกิจได้จริงแค่ไหน”

แนวคิดดังกล่าวทำให้แพควางตัวเองเป็นมากกว่าผู้ให้บริการด้านระบบทำน้ำร้อนและระบบปรับอากาศ แต่เป็น “ผู้ออกแบบการใช้พลังงานใหม่” ซึ่งก็คือพลังงานที่ถูกใช้และสูญเสียไปโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือความร้อนที่แอร์ปล่อยทิ้ง โดยในระบบทั่วไปความร้อนนี้จะถูกระบายออกสู่ภายนอก ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสูญเสียพลังงานและอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่คุณเก๋กลับมองว่านี่คือทรัพยากรที่มีมูลค่า

แพคจึงเริ่มพัฒนาแนวคิดในการนำความร้อนจากระบบเครื่องปรับอากาศกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยนำความร้อนที่เดิมถูกระบายทิ้ง มาปรับใช้เป็นพลังงานสำหรับผลิตน้ำร้อน ก่อนจะต่อยอดเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้ระบบสามารถใช้พลังงานจากกระบวนการเดิมเป็นหลัก และใช้ไฟฟ้าเพียงเล็กน้อยในบางกรณี

เมื่อเทคโนโลยีถูกแปลงเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ สิ่งที่ลูกค้าได้รับจึงไม่ใช่แค่ความล้ำสมัย แต่เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความคุ้มค่าอย่างชัดเจน โดยลูกค้าของแพคครอบคลุมหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกลุ่มธุรกิจโรงแรมและที่อยู่อาศัยที่มีการใช้งานสระว่ายน้ำ ซึ่งเดิมต้องใช้เครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้า ทำให้ค่าไฟอยู่ในระดับหลายหมื่นบาทต่อเดือน แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้เครื่องปรับอุณหภูมิสระว่ายน้ำของแพคค่าไฟต่อเดือนก็ลดลงเหลือเพียงหลักหมื่น

นอกจากนี้ ในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง การปรับระบบพลังงานก็สามารถลดการใช้ไฟลงได้อย่างมีนัยสำคัญ คุณเก๋เล่าว่า “จากเดิมที่เขาเคยใช้ไฟประมาณ 800 กิโลวัตต์ ตอนนี้เหลือแค่ประมาณ 370–480 กิโลวัตต์เท่านั้นเอง”

20250122 105109

เมื่อความท้าทายอยู่ที่ “ช่องว่างความเข้าใจ” ระหว่างผู้ใช้งานกับโซลูชัน

หนึ่งในบทเรียนที่แพคได้รู้จากการทำงานกับลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรมคือความจริงที่ว่า ความท้าทายในการทำธุรกิจไม่ได้อยู่ที่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ดีอย่างเดียว แต่คือการทำให้คนเข้าใจและกล้าตัดสินใจที่จะใช้เทคโนโลยีนั้นต่างหาก เพราะต่อให้โซลูชันจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน หากไม่สามารถสื่อสารให้ลูกค้าเห็นภาพได้ว่า “ช่วยอะไร” และ “คุ้มค่าอย่างไร” โอกาสในการนำไปใช้ก็แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย

คุณเก๋เล่าว่า แม้เทคโนโลยีอย่าง Heat Pump หรือ Heat Recovery จะมีศักยภาพในการลดต้นทุนพลังงานได้อย่างมาก แต่กลับเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก ซึ่งสะท้อนว่า “เทคโนโลยีที่ดี อาจไม่ถูกนำไปใช้ หากผู้ใช้งานยังไม่เข้าใจ”

จากจุดนี้เอง ทำให้แพคต้องแปลงเรื่องที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายสำหรับผู้ใช้งาน โดยเปลี่ยนคำอธิบายเชิงวิศวกรรมให้กลายเป็นคำตอบของคำถามที่ลูกค้าสนใจจริง เช่น ช่วยลดค่าไฟได้เท่าไร หรือใช้เวลากี่ปีจึงจะคืนทุน ซึ่งสะท้อนแนวคิดการบริหารต้นทุนผ่านมิติของพลังงานที่สามารถต่อยอดเป็นกำไรได้ในระยะยาว

ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่ง Insight ที่แพคค้นพบ คือการตัดสินใจของลูกค้ายังขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางการเงินด้วย ลูกค้าหลายรายอาจเห็นแล้วว่าโซลูชันสามารถลดต้นทุนได้จริง แต่ก็ยังลังเลเพราะต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่ต้น

“ลูกค้าบางรายต้องลงทุนถึง 12 ล้านบาท จึงทำให้เกิดความลังเลในการตัดสินใจลงทุน” คุณเก๋อธิบาย ซึ่งจุดนี้สะท้อน “Pain Point” ที่ลึกกว่าที่คิด เพราะแม้ ROI จะชัดเจน แต่ Cash Flow กลับเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถปิดการขายได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ลูกค้าต้องการโซลูชันที่มาพร้อมทางเลือกทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อ Green Finance หรือรูปแบบการผ่อนชำระที่ช่วยให้สามารถลงทุนได้โดยไม่กระทบสภาพคล่องมากเกินไป

จากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้แพคต้องปรับบทบาทของตัวเองจาก “ผู้ขายเทคโนโลยี” ไปสู่ “ผู้ให้คำปรึกษาแบบครบวงจร” ที่นอกจากจะต้องอธิบายว่าระบบทำงานอย่างไรแล้ว ยังต้องช่วยลูกค้ามองภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่การวิเคราะห์พลังงานในธุรกิจ การประเมินความคุ้มค่า ไปจนถึงการแนะนำแนวทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ลูกค้าต้องการไม่ใช่แค่เครื่องจักรหรือระบบใหม่ แต่คือคำตอบของคำถามง่าย ๆ เพียงข้อเดียวว่า “ลงทุนแล้วธุรกิจจะดีขึ้นจริงไหม และจะเริ่มต้นอย่างไร”

649252297 1361819892629632 3751230639513212417 N

เลือกที่จะสร้างความแตกต่างด้วยการออกแบบระบบ มากกว่าการแข่งขันด้านการผลิต

หนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้แพคแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในอุตสาหกรรม คือการเลือกโฟกัสในสิ่งที่สร้างมูลค่าสูงสุดให้กับลูกค้า โดยเลือกลงทุนในส่วนที่คิดมาแล้วว่าสามารถสร้างความแตกต่างได้จริง ได้แก่ การออกแบบระบบ การกำหนดสเปก และการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งาน ส่วนกระบวนการผลิตจะถูกส่งต่อให้พาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญดำเนินการต่อตามที่บริษัทออกแบบไว้

“เราไม่ได้เป็นโรงงานผู้ผลิตเอง แต่เราเป็นคนออกแบบและกำหนดสเปกเครื่องทั้งหมด พร้อมมีสิทธิบัตรของเราเอง และให้ผู้ผลิตดำเนินการผลิตตามแบบที่เราพัฒนา” คุณเก๋กล่าว

ดังนั้น จะเห็นได้ชัดว่าแพคไม่ได้แข่งขันในเกม “ใครผลิตได้ถูกกว่า” แต่โฟกัสที่ “ใครออกแบบได้ตอบโจทย์กว่า” และนั่นทำให้บริษัทสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่มีเอกลักษณ์ พร้อมต่อยอดได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านการผลิต

ในอีกมุมหนึ่ง การมีสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองยังช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจ เพราะทำให้บริษัทได้เป็นเจ้าขององค์ความรู้ที่สามารถพัฒนา ปรับปรุง และสร้างโซลูชันใหม่ได้อย่างยืดหยุ่นในระยะยาว

นอกจากนี้ แพคยังต่อยอดจากการพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่การสร้าง “ระบบที่วัดผลได้” ผ่านการนำ IoT เข้ามาใช้ในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง โดยมีระบบ Energy Monitoring ที่สามารถติดตามการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์ประสิทธิภาพของเครื่อง และแปลงข้อมูลออกมาเป็น Dashboard ที่ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า แพคเลือกสร้างความได้เปรียบผ่านนวัตกรรมและข้อมูลมากกว่าการแข่งขันด้านราคา และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

“หลายธุรกิจมักเริ่มจากคำถามว่าจะลดค่าไฟอย่างไร จะลงทุนเท่าไรถึงจะคุ้ม

แต่สิ่งสำคัญคือการกลับมามองว่า พลังงานในธุรกิจของเรากำลังถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพตรงไหน

เพราะเมื่อคำถามเปลี่ยน วิธีคิดก็จะเปลี่ยนตาม

จากการมองหาของใหม่ไปสู่การมองหาสิ่งที่สูญเสียไปโดยไม่รู้ตัว

และเมื่อเห็นจุดนั้นได้ชัด การตัดสินใจเรื่องเทคโนโลยีและการเงินก็จะง่ายขึ้น”

สิ่งที่น่าสนใจจากแนวคิดของแพคไม่ใช่แค่การทำให้ต้นทุนพลังงานลดลง แต่คือการทำให้ผู้ประกอบการมองเกมธุรกิจได้ลึกขึ้น โดยการตั้งคำถามตั้งต้นที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลต่อแนวทางและผลลัพธ์ของธุรกิจในระยะยาว

ในอีกมุมหนึ่ง ธุรกิจยุคนี้ไม่ได้แข่งขันกันแค่ยอดขาย แต่แข่งขันกันที่โครงสร้างต้นทุนที่แต่ละรายควบคุมได้ไม่เท่ากัน ธุรกิจที่มองพลังงานเป็นเพียงค่าใช้จ่ายอาจต้องวิ่งไล่ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ขณะที่ธุรกิจที่มองพลังงานเป็นระบบที่ออกแบบได้ จะสามารถคุมต้นทุนได้ตั้งแต่ต้นทาง และสร้าง Margin ที่มั่นคงกว่าในระยะยาว

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่แพคสะท้อนให้เห็นคือกรอบความคิดของผู้ประกอบการที่เริ่มต้นจากการเข้าใจปัญหาให้ลึกพอ เพราะเมื่อมองเห็นปัญหาชัด คำตอบที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีหรือการเงิน ก็จะกลายเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ช่วยให้ธุรกิจเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีทิศทาง

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333