สัญญาณเตือน Burnout Syndrome
SME KnowledgeSME Update

สัญญาณเตือน Burnout Syndrome

8 ม.ค. 2563
|
7857

ถ้าคุณรู้สึกว่าร่างกายเหนื่อยล้า เครียด หงุดหงิด ขาดสมาธิในการทำงาน  เกิดความเบื่อหน่าย จิตใจหดหู่ ไม่อยากเจอผู้คน รู้สึกน้อยใจและผิดหวัง จนเป็นเหตุที่ทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานแย่ลง  นี่อาจจะไม่ใช่อาการของคนเป็นโรคซึมเศร้า หรือโรคขี้เกียจทำงาน แต่คุณอาจกำลังเริ่มเข้าสู่ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome)

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


อาการภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome) นี้กำลังกลายเป็นกลุ่มอาการยอดฮิตที่มาพร้อมกับวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ยุคดิจิตอล ที่ต้องทำงานท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันสูง  ล่าสุดองค์การอนามัยโลกได้หันมาให้ความสนใจกับภาวะอาการของกลุ่มนี้

โดยกล่าวถึงอาการหมดไฟในการทำงาน ว่าเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความเครียดที่สะสมมาจากการทำงานหนักเรื้อรัง  ซึ่งอาการของ Burnout ต้องประกอบด้วย 3 อาการคือ รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีความสุขจากการทำงาน และประสิทธิภาพการทำงานลดลง 

ในมุมมองของนักจิตวิทยากล่าวถึง ภาวะหมดไฟในการทำงานกับโรคซึมเศร้านั้นมีอาการที่ใกล้เคียงกันมาก  ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจที่ยังไม่ถึงขั้นเจ็บป่วยทางจิตเวช แต่เป็นอาการที่มีผลต่อสุขภาวะที่อาจจะนำไปสู่โรคต่างๆ ได้ เช่น ภาวะโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือแม้กระทั่งปวดหัวชนิดเทนชั่น หรือโรคนอนไม่หลับ เป็นต้น ดังนั้นใครที่คิดว่ามีอาการหรือพฤติกรรมเข้าข่ายเสี่ยงจะเป็นโรคนี้  ขอแนะนำให้รีบไปปรึกษาจิตแพทย์ด่วน


สงสัยว่าจะเป็น Burnout Syndrome  หรือเปล่า สามารถเช็คอาการได้ดังนี้

ทางกาย : รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หรือนอนหลับยาก มีอาการคล้าย Office Syndrome คือ ปวดหลัง-ไหล่ ปวดคอ ปวดหลัง ภูมิคุ้มกันโรคลดลง

ทางอารมณ์ : อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โกรธง่าย  รู้สึกหดหู่ สิ้นหลัง ไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีความสุขในสิ่งต่าง ๆ กลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา

พฤติกรรม : ชอบเก็บตัว เงียบขรึม พูดคุยกับกันอื่น ๆ น้อยลง หมกมุ่นกับงานมากเกินไป  ไม่กระตือรือร้น  มาทำงานสายและกับเร็ว ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ ๆ

 

ลักษณะงานที่ทำให้หมดไฟในการทำงาน  

1. ภาระงานหนัก และปริมาณงานมาก รวมถึงงานมีความซับซ้อน ต้องทำในเวลาเร่งรีบ

2. ขาดอำนาจในการตัดสินใจ และมีปัญหาการเรียงลำดับความสำคัญของงาน

3. ไม่ได้รับการตอบแทน หรือรางวัลที่เพียงพอต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทไป

4. รู้สึกไร้ตัวตนในที่ทำงาน หรือไม่เป็นส่วนหนึ่งของทีม

5. ไม่ได้รับความยุติธรรม ขาดความเชื่อใจ และการเปิดใจยอมรับกัน

6. ระบบบริหารในที่ทำงานที่ขัดต่อคุณค่า และจุดมุ่งหมายในชีวิตของตนเอง

 

วิธีจัดการภาวะหมดไฟในการทำงาน

- ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่าง ๆ

- เปิดใจฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

- ทำสมาธิ

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

- อย่าทำงานหักโหมเกินไป

- อย่าเอางานกลับไปทำที่บ้าน

- ลดความกดดันในการทำงาน

- รู้จักขอความช่วยเหลือและปฏิเสธอย่างเหมาะสม

- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ


แต่ถ้าทำตามคำแนะนำเหล่านี้แล้วก็ยังไม่ได้ผล  คุณควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาทางจิตวิทยาก่อนที่จะสายเกินไป


จัดการความคิด เมื่อชีวิตทำงานไม่สนุก

งานวิจัยชี้กินอาหารสุขภาพ ดีต่อสภาพจิต

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333