เทรนด์ธุรกิจ E-Commerce 2020
SME KnowledgeSME Update

เทรนด์ธุรกิจ E-Commerce 2020

13 ธ.ค. 2562
|
4941

ภายในการจัดงาน Priceza E-Commerce Summit 2020 เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เผยให้เห็นเทรนด์ธุรกิจ E-Commerce ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามเทคโนโลยีในโลกยุคปัจจุบัน ที่มีผลต่อพฤติกรรมในการจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภค โดยพบว่าปัจจุบัน 99% นักช้อปชาวไทยในสมาร์ทโฟนในการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ และอีก 70% จะใช้มือถือสมาร์ทโฟนในการวางแผนซื้อสินค้า และเลือกสถานที่ในการจับจ่าย

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ปัจจุบัน มูลค่าของธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทย อยูที่ประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท เติบโต 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งการค้าออนไลน์ถือเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ซึ่งผลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า 75% ของเอสเอ็มอีที่ใช้ช่องทางการขายที่หลากหลาย ธุรกิจมีโอกาสที่จะเติบโตสูง

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่มีช่องทางขายผ่านออนไลน์เพียงอย่างเดียว คิดเป็นสัดส่วน 53% มีทั้งหน้าร้านร่วมกับช่องทางออนไลน์ 38% และมีหน้าร้านเพียงอย่างเดียว 9% ส่วนร้านค้าออนไลน์ ที่มีหน้าร้านด้วย คิดเป็นสัดส่วน 42% และ 80% ของร้านค้าทั่วไปจะขายผ่านออนไลน์ด้วย โดยแพลตฟอร์มหลักของร้านค้าออนไลน์จะขายผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก

จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA พบว่าแพลตฟอร์มที่นิยมในการซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทย คือ โซเชี่ยลมีเดีย มีสัดส่วน 40% รองลงมาเป็นร้านค้าออนไลน์ต่างๆ เช่น ลาซาด้า ช้อปปี้ เจดี เซ็นทรัล วีมอลล์ เป็นต้น และอีก 25% เป็นร้านค้าออนไลน์ของแบรนด์ต่างๆ โดยจากข้อมูลของ Priceza มีคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาและค้นหาสินค้าประมาณ 18 ล้านคนต่อเดือน และมีอัตราการเติบโตของยอดขาย 8.71% โดยมีมูลค่าการจับจ่าย 475 ล้านบาทต่อครั้ง

กลุ่มสินค้าที่มีการซื้อผ่านออนไลน์มากขึ้น ได้แก่ กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม อุปกรณ์สำนักงาน ดีลและคูปองต่างๆ และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยช่องทางในการชำระเงินจะผ่านระบบการโอนเงินของธนาคารเป็นหลัก (43%) จ่ายผ่านบัตรเครดิต (38%) และเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (17%)

 

เทรนด์ธุรกิจ E-Commerce ในปี 2020 มีแนวโน้มที่สำคัญอยู่ 5 ด้าน

1. E-Commerce is global ธุรกิจ E-Commerce ที่จะไม่ใช่แค่ข้ามภูมิภาคเท่านั้น แต่จะเป็นการข้ามประเทศ และการขนส่งสินค้าข้ามประเทศจะรวดเร็วขึ้น ปัจจุบันการส่งสินค้าจากจีนมาไทยใช้เวลาเพียง 6 วัน เท่านั้น

2. DTC : Direct to Consumer การขายสินค้าสู่ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านตัวกลาง (distributor) เพราะแบรนด์สินค้าต้องการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง

3. Thailand World’s Leader in Social Commerce จากการวิจัยของ Facebook พบว่าพฤติกรรมของคนไทยมีการช้อปปิ้งผ่าน Social Commerce สูงถึง 40% และในปี 2020 Social Commerce Platform ไม่ว่าจะเป็น Facebook Instagram และLine จะสามารถปิดการขายได้ภายในแอปพลิเคชันเดียว ทำให้การช้อปปิ้งสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

4. บริการสั่งซื้อสินค้า Ride Hailing จะขยายจากการซื้ออาหาร สู่การส่งซื้อสินค้าออนไลน์ Ecommerce Delivery ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นตลาดที่แข่งขันสูงจากการเปิดให้บริการของผู้เล่นหลายราย

5. โมเดลการขายหลากหลายช่องทาง Omni channel สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การซื้อสินค้าลูกค้าที่มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าหลากหลายช่องทาง


ที่สำคัญ สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้จากการเปิดร้านค้าออนไลน์ คือสามารถรับรู้ถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการจับจ่ายซื้อสินค้า และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อเจาะลึกพฤติกรรมของผู้บริโภค นำข้อมูลที่ได้ไปวางแผนการตลาด การนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีในการขยายธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น


7 เมกะเทรนด์โอกาสก้าวข้ามพายุเศรษฐกิจ

กลยุทธ์สำคัญธุรกิจค้าปลีกจากออนไลน์ สู่ออฟไลน์

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333