Green Economy สร้างรายได้อย่างไร? โอกาสใหม่ของ SME ไทยในเศรษฐกิจสีเขียว
SME KnowledgeSME Update

Green Economy สร้างรายได้อย่างไร? โอกาสใหม่ของ SME ไทยในเศรษฐกิจสีเขียว

22 พ.ค. 2569
|
16

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติที่อาจส่งผลต่อการดำรงชีวิต และการค้าขายบนระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ทำให้แนวคิด Green Economy ได้กลายมาเป็นวาระสำคัญที่รัฐบาลทั่วโลกต่างผลักดันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี ค.ศ.2030 ซึ่งระบบเศรษฐกิจแบบ Green Economy ก็ได้สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ธุรกิจ SME เพิ่มรายได้ได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า Green Economy คืออะไร และเปิดโอกาสทางการค้าให้กับธุรกิจ SME ไทยได้อย่างไรบ้าง

Key Takeaways

 

  • Green Economy หรือระบบเศรษฐกิจสีเขียว คือระบบเศรษฐกิจที่มุ่งพัฒนาสังคมควบคู่กับสิ่งแวดล้อม

  •  Green Economy ช่วยให้ธุรกิจ SME ได้รับผลตอบแทนในการดำเนินงานที่สูงขึ้น ด้วยการลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และพัฒนาสินค้าใหม่ที่ขายได้ในราคาสูงขึ้น

  • การมุ่งสู่ Green Economy ของธุรกิจ SME ช่วยเปิดโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ เช่น ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป

  • ภาครัฐมีมาตรการต่าง ๆ ในการสนับสนุนธุรกิจ SME ในการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Economy เช่น มาตรการทางภาษี หรือมาตรการเงินอุดหนุน

  • การมุ่งสู่ Green Economy มีความท้าทายหลายประการที่ธุรกิจ SME ต้องเผชิญ เช่น มีต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงขึ้น หรือหากดูแลสิ่งแวดล้อมเพียงผิวเผิน ก็อาจถูกกล่าวหาว่าฟอกเขียว (Green Washing) ได้

สารบัญ

Green Economy คืออะไร?

3 วิธีที่ Green Economy “สร้างรายได้” ให้ธุรกิจ

Green Economy Strategy สำหรับ SME

Framework ปรับธุรกิจสู่ Green Economy

Green Finance แหล่งเงินทุนที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม

ธุรกิจจะเสียโอกาสอะไร หากไม่ปรับสู่ Green Economy?

ความท้าทายที่ต้องรู้ก่อนเข้าสู่ Green Economy

Green Economy แนวคิดระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ธุรกิจ SME ต้องปรับตัวตาม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Green Economy คืออะไร?

เศรษฐกิจสีเขียว

Green Economy หรือระบบเศรษฐกิจสีเขียว คือระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลายคนมักสับสนว่า Green Economy, BCG และ ESG คือแนวคิดเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแต่ละแนวคิดมีบทบาทและจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน โดย BCG คือ โมเดลเศรษฐกิจที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1. เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) 2. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 3. เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)

ส่วน ESG คือ หลักเกณฑ์ในการพัฒนาองค์กรเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน (Sustainability) โดยองค์กรจะต้องดำเนินธุรกิจ ด้วยการคำนึงถึงความรับผิดชอบหลัก 3 ประการ ซึ่งประกอบไปด้วย 

  • E - สิ่งแวดล้อม (Environment)

  • S - สังคม (Social)

  • G- ธรรมาภิบาล (Governance)

ด้วยเหตุนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า ESG เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาองค์กรเพื่อมุ่งสู่ Green Economy และ Green Economy เป็นส่วนหนึ่งของโมเดลเศรษฐกิจ BCG นั่นเอง

 

3 วิธีที่ Green Economy “สร้างรายได้” ให้ธุรกิจ

ระบบเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไม่ใช่เพียงแนวคิดในเชิงวิชาการเท่านั้น แต่ยังสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ SME อีกด้วย ซึ่ง 3 วิธีดังต่อไปนี้ เป็นแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ลดต้นทุนทันที (พลังงาน / ของเสีย / Resource Efficiency)

ธุรกิจสามารถลดต้นทุนเพื่อมุ่งสู่ Green Economy ได้หลายวิธี เช่น เปลี่ยนมาติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าไฟ และช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน หรือนำเศษวัสดุเหลือใช้กลับมาหมุนเวียนใหม่ในกระบวนการผลิต ซึ่งลดการทิ้งขยะที่ไม่จำเป็นได้ เป็นต้น 

สร้างสินค้าใหม่ที่ขายได้แพงขึ้น (Green Premium)

ผู้บริโภครุ่นใหม่ มีแนวโน้มเลือกบริโภคสินค้าที่ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้สินค้าที่มีนวัตกรรมรักษ์โลก หรือที่เรียกกันว่า ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Product) มักจะเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสนใจ นอกจากนี้สินค้า Green Product ยังสามารถขายได้ในราคาที่สูงกว่า เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

เข้าถึงตลาดและลูกค้าใหม่ (Export / Brand-conscious)

ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป มีกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด เช่น ข้อบังคับเรื่องบรรจุภัณฑ์และขยะจากบรรจุภัณฑ์ (EU Packaging and Packaging Waste Directive) ซึ่งเป็นข้อบังคับ เพื่อให้สหภาพยุโรป บรรลุเป้าหมายการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 75 ภายในปี ค.ศ.2030 ส่งผลให้สินค้าที่บรรจุภัณฑ์นำไปรีไซเคิลได้ สามารถจำหน่ายในสหภาพยุโรปโดยลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบทางการค้า เป็นต้น


Green Economy Strategy สำหรับ SME

การมุ่งสู่ Green Economy ธุรกิจ SME ควรวางแผนที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งธุรกิจ SME สามารถนำโมเดล BCG เพื่อมุ่งสู่ Green Economy และวัดผลความสำเร็จด้วยการประเมินตามหลัก ESG (ESG Assessment)

BCG Model 

องค์ประกอบของ BCG Model ซึ่งได้แก่ 1.เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) และ 2.เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวสู่ Green Economy ได้ เช่น นำเทคโนโลยีมาแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตร ให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น อาทิ เปลี่ยนมันสำปะหลังธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นพลาสติกชีวภาพ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอยู่ในส่วนของ Bioeconomy หรือนำหลักการ 3R (Reuse, Repair, Recycle) มาใช้ในการบริหารธุรกิจ เพื่อลดของเสียและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งหลักการ 3R เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Circular Economy

ESG

หากต้องการประเมินว่าธุรกิจ SME ปรับตัวสู่ Green Economy ได้มากน้อยเพียงใด สามารถนำตัวชี้วัด ESG ในส่วนของ “E” - สิ่งแวดล้อม (Environment) มาใช้ประเมินผลได้ เช่น ระดับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร, ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือปริมาณน้ำที่นำกลับมาใช้ซ้ำ เป็นต้น


Framework ปรับธุรกิจสู่ Green Economy

green economy คือ

การปรับธุรกิจสู่ Green Economy ไม่ได้หมายถึงเพียงการลดการใช้พลังงาน หรือเริ่มแยกขยะเท่านั้น แต่ต้องวางโครงสร้างของธุรกิจใหม่ ตั้งแต่ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานภายในธุรกิจ ไปจนถึงการคัดเลือกคู่ค้า ซึ่งกรอบแนวคิด (Framework) ดังต่อไปนี้ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างเป็นรูปธรรม 

Green Operation: ลดต้นทุนและพลังงาน

Green Operation เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานภายในองค์กร ด้วยการหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น ติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดต้นทุนค่าไฟ รวมไปถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วยวิธีการต่าง ๆ อาทิ ใช้เทคโนโลยี Smart Grid หรือระบบไฟฟ้าอัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนระดับพลังงานได้ตามความต้องการใช้งานแบบเรียลไทม์ หรือใช้เทคโนโลยีกักเก็บพลังงานอย่าง Energy Storage System (ESS) เข้ามาเก็บพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ที่ไม่เสถียร

Green Supply Chain: เลือกคู่ค้าที่ยั่งยืน

เป็นการคัดเลือกคู่ค้าตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ด้วยหลักการของ ESG กล่าวคือ ธุรกิจ SME จะต้องดำเนินธุรกิจร่วมกับกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมีหลักธรรมาภิบาลที่ดี ซึ่งธุรกิจขนาดใหญ่ในต่างประเทศ กำลังนำหลักการ ESG เข้ามาใช้ในการคัดเลือกคู่ค้า ทำให้ธุรกิจ SME ต้องปฏิบัติตนตามหลัก ESG เพื่อให้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจขนาดใหญ่

Green Innovation: พัฒนาสินค้าใหม่

เป็นการพัฒนาสินค้า หรือบริการใหม่ ๆ ที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ธุรกิจการผลิตในอุตสาหกรรม ที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับลดส่วนผสมของพลาสติกลงเป็นพิเศษ หรือธุรกิจบริการอย่าง Green Hotel ที่สร้างจุดขายให้กับโรงแรม ด้วยการจำหน่ายสินค้าของท้องถิ่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

Green Branding: สร้างความแตกต่างในตลาด

Green Branding คือ แนวทางการสื่อสารและดำเนินธุรกิจว่าเป็นองค์กรที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความแตกต่างจากธุรกิจรายอื่นในตลาด โดยการสร้าง Green branding จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ธุรกิจมีการลงมือปฏิบัติจริง และมีเครื่องมือวัดผลความสำเร็จที่ชัดเจน เช่น การคำนวณ Carbon Footprint ในการวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ที่ธุรกิจสร้างขึ้น หรือใช้กรอบแนวคิด ESG เป็นต้น

Green Economy กับการเงินและการลงทุน

การมุ่งสู่ Green Economy เปิดโอกาสให้ธุรกิจ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ และการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด มีแนวโน้มคุ้มค่ามากขึ้น เนื่องจากมีจำนวนการใช้งานเพิ่มขึ้น และภาครัฐให้การสนับสนุนด้วยมาตรการภาษี หรือมาตรการรับซื้อไฟฟ้า

Green Finance และ ESG Investment

Green Finance เป็นแหล่งเงินทุนที่สถาบันการเงิน เสนอให้กับธุรกิจ SME ที่ปรับตัวสู่ Green Economy โดยเฉพาะ เช่น สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) หรือเงินอุดหนุนของภาครัฐ ซึ่งธุรกิจที่วางแผนมุ่งสู่ Green Economy ก็สามารถขอแหล่งเงินทุนดังกล่าว เพื่อลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ตามหลักการของ ESG investment ได้

การเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่

หากธุรกิจ SME ดำเนินการตาม Framework ครบทุกขั้นตอนตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะเปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ ๆ เพิ่มเติม เช่น ในกรณีที่ธุรกิจ SME แห่งนั้นอยู่ในตลาดหุ้น ก็จะมีโอกาสได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากนักลงทุนสถาบัน หรือเข้าถึงโครงการสนับสนุน Green Economy ของภาครัฐ เป็นต้น


Green Finance แหล่งเงินทุนที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม

การปรับตัวสู่ระบบเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้ SME สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่อาจมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไปได้อีกด้วย

  • สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) : Green loan เป็นสินเชื่อที่สถาบันการเงินให้การสนับสนุนโครงการของธุรกิจ SME ที่ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย หรือโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เป็นต้น

  • ตราสารหนี้สีเขียว (Green Bond) : เป็นตราสารหนี้ที่นำเงินที่ได้จากการระดมทุน ไปลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการอาคารสีเขียว, โครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ออก Green bond สามารถเป็นได้ทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน หรือบริษัทเอกชน

  • เงินอุดหนุนจากภาครัฐและเอกชน : ภาครัฐได้เล็งเห็นความสำคัญของการปรับตัวสู่ Green Economy จึงได้มีการออกมาตรการเงินอุดหนุน และมาตรการทางภาษี ให้แก่ผู้ประกอบการที่ลงทุนในเครื่องจักรประหยัดพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้บริษัทเอกชนชั้นนำบางแห่ง ยังมีเงินทุนสนับสนุนสำหรับธุรกิจ SME ในการดำเนินโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ


ธุรกิจจะเสียโอกาสอะไร หากไม่ปรับสู่ Green Economy?

เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) กำลังกลายเป็นแนวทางที่หลายประเทศและภาคธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจ SME จำเป็นต้องเริ่มปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและรองรับความเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคต โดยตัวอย่างของผลกระทบที่ธุรกิจอาจเผชิญ มีดังนี้ 

  • ความเสี่ยงทางด้านกฎระเบียบ - ปัจจุบันหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสหภาพยุโรป เริ่มมีกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น ธุรกิจ SME ที่ยังไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม อาจมีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น หรือมีข้อจำกัดในการเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจขนาดใหญ่ 

  • ความเสี่ยงด้านการแข่งขันทางการตลาด - ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากธุรกิจไม่มีแนวทางด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน อาจทำให้เสียโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าบางกลุ่มในอนาคต 

  • ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือ - ปัจจุบันผู้บริโภคและคู่ค้าหลายรายให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากธุรกิจไม่มีแนวทางด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน ก็อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและโอกาสในการเติบโตในอนาคต 


ความท้าทายที่ต้องรู้ก่อนเข้าสู่ Green Economy

แม้ Green Economy จะสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ แต่การเปลี่ยนผ่านก็ยังมีต้นทุนและข้อจำกัดที่ SME ต้องวางแผน ทำให้ผู้ประกอบการ SME ควรศึกษา และทำความเข้าใจ เพื่อวางแผนเปลี่ยนรูปแบบของธุรกิจ ให้ตรงกับแนวคิด Green Economy

  • ต้นทุนและการลงทุนเริ่มต้น : การลงทุนในเครื่องจักรที่ใช้พลังงานสะอาดในการขับเคลื่อน มีต้นทุนสูงกว่าเครื่องจักรทั่วไป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต้องใช้เงินลงทุนสูง และมีระยะเวลาคืนทุนค่อนข้างนาน

  • ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี : เทคโนโลยีพลังงานสะอาดส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้ตลอดทั้งวัน เช่น แผงโซลาร์เซลล์ระบบ On-Grid ที่สามารถผลิตกระแสไฟได้ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น หากต้องการใช้ไฟในช่วงเวลากลางคืนได้ จะต้องติดตั้งแบตเตอรี่สำรอง ซึ่งจะมีต้นทุนในการติดตั้งเพิ่มเข้ามา

  • ความเสี่ยง Greenwashing : Greenwashing หรือ การฟอกเขียว คือ การที่ธุรกิจ SME โฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งที่ไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานได้ ซึ่งหากผู้บริโภคเห็นว่าธุรกิจนั้น ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ ก็อาจนำไปสู่การแบนสินค้า และบริการ


Green Economy แนวคิดระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ธุรกิจ SME ต้องปรับตัวตาม

ระบบเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่ธุรกิจ SME ต้องเตรียมพร้อมรับมือ หากธุรกิจใดเริ่มต้นปรับตัวเข้าสู่ Green Economy ด้วยการนำแนวคิด Go Green มาประยุกต์ใช้ในองค์กร ย่อมได้รับความสนใจจากสถาบันการเงิน จนมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว แต่หากธุรกิจใดยังไม่ปรับตัวสู่ Green Economy ย่อมเผชิญกับความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจหลายประการ ทั้งความเสี่ยงจากกฎระเบียบ หรือความเสี่ยงในการสูญเสียตลาด


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Green Economy ต่างจาก ESG ยังไง?

Green Economy เป็นโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ แต่ ESG เป็นกรอบการดำเนินงานในระดับองค์กร ซึ่งกำหนดให้ธุรกิจจะต้องบริหารงานแบบมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมีธรรมาภิบาล

ธุรกิจใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบหากไม่ปรับตัวสู่ Green Economy

ทุกธุรกิจที่ใช้พลังงานและดำเนินธุรกิจที่ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม Green Economy กำลังจะเปลี่ยน “สิ่งแวดล้อม” ให้กลายเป็น “ปัจจัยทางธุรกิจ” ธุรกิจที่ไม่อาจปรับตัวอาจเสียเปรียบทั้งด้านต้นทุน ลูกค้า และโอกาสในการเติบโตในอนาคต

ต้นทุนในการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมสูงหรือไม่

การเปลี่ยนผ่านสู่ Green Economy อาจจะมีต้นทุนช่วงเริ่มต้น แต่หากมีการวางแผนที่ดี จะช่วยลดต้นทุนได้ในระยะยาว เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในอนาคต

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333