ESG คือกลยุทธ์สร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจในการแข่งขันระยะยาว
SME KnowledgeSME Update

ESG คือกลยุทธ์สร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจในการแข่งขันระยะยาว

21 ก.ย. 2568
|
680

ในยุคที่การแข่งขันสูงและการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอด ESG จึงเป็น “กลยุทธ์สำคัญ” ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม เพราะ ESG Model คือหัวใจที่จะสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว บทความนี้ จะพาผู้ประกอบการไปทำความรู้จักกับ ESG ในทุกมิติ พร้อมแนวทางการนำไปปรับใช้เพื่อยกระดับธุรกิจของคุณให้เติบโตไปอีกขั้น

Key Takeaway

  • ESG ย่อมาจาก Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล)

  • ESG คือ กรอบการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงมิติของความยั่งยืนและผลกระทบด้านจริยธรรม

  • ESG ไม่ใช่ภาระของธุรกิจเล็ก แต่คือเครื่องมือสร้างความมั่นคงระยะยาว

  • ในระยะยาว ESG ช่วยลดความผันผวนและเพิ่มความน่าสนใจให้ธุรกิจในสายตานักลงทุน

สารบัญบทความ

Header Tag 2 : ESG คืออะไร?

Header Tag 2 : ปัจจัยที่ทำให้ ESG กลายเป็นกระแสหลักของธุรกิจยุคใหม่ มีอะไรบ้าง?

Header Tag 2 : การประเมินและตัวชี้วัดด้าน ESG มีอะไรบ้าง?

Header Tag 2 : ESG Risk ความเสี่ยงที่ธุรกิจมองข้ามไม่ได้

Header Tag 2 : ทำไมผู้ประกอบการ SME ต้องให้ความสำคัญกับ ESG?

Header Tag 2 : 4 ขั้นตอนเริ่มต้นทำ ESG สำหรับธุรกิจ SME มีอะไรบ้าง?

Header Tag 2 : ตัวอย่างธุรกิจ SME ไทยที่เติบโตได้ ด้วยแนวคิด ESG

Header Tag 2 : ESG คือกลยุทธ์ธุรกิจยุคใหม่ที่ SME ไม่ควรมองข้าม

Header Tag 2 : คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ESG คืออะไร? 

ESG คืออะไร 

ESG คือคำที่ย่อมาจาก Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) หมายถึง กรอบการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงมิติของความยั่งยืนและผลกระทบด้านจริยธรรม อันเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและลูกค้าในปัจจุบัน ใช้เพื่อประเมินศักยภาพและความน่าเชื่อถือขององค์กร มีความเชื่อมโยงโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการได้รับการลงทุนในระดับโลกได้อีกด้วย

E - Environmental (สิ่งแวดล้อม): ธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

มิติด้านสิ่งแวดล้อม คือการดำเนินธุรกิจโดยใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อธรรมชาติ เช่น ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ลดของเสีย เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ Eco-Friendly หรือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากธุรกิจ ในยุคที่ปัญหา Climate Change ส่งผลต่อทุกอุตสาหกรรม การตั้งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน

S - Social (สังคม): การดูแลพนักงานและชุมชน

มิติด้านสังคม คือ การบริหารองค์กรอย่างเป็นธรรมและรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งพนักงาน ลูกค้า และชุมชน เช่น ค่าจ้างที่เหมาะสม สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย การพัฒนาทักษะ และการดูแลผลกระทบต่อชุมชน แนวปฏิบัติที่ดีด้านสังคมไม่เพียงช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กร แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในระยะยาว

G - Governance (ธรรมาภิบาล): การบริหารจัดการอย่างโปร่งใส

ธรรมาภิบาล คือ การบริหารจัดการอย่างโปร่งใส มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน ต่อต้านคอร์รัปชัน และดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรมและกฎหมาย การมี Governance ที่แข็งแรงช่วยลดความเสี่ยง สร้างเสถียรภาพ และสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำที่มุ่งเน้นความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ปัจจัยที่ทำให้ ESG กลายเป็นกระแสหลักของธุรกิจยุคใหม่ มีอะไรบ้าง?

กระแสรักษ์โลกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัญหาโลกร้อนและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น ทำให้แนวคิดด้าน Sustainability กลายเป็นวาระสำคัญของโลก ธุรกิจถูกคาดหวังให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และปรับตัวสู่พลังงานสะอาด หลายองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับการจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนและวางแผนลดการปล่อยในระยะยาว ESG คือกรอบที่ช่วยให้เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเกิดผลอย่างเป็นระบบ

พฤติกรรมผู้บริโภคและนักลงทุนที่เปลี่ยนไป

ผู้บริโภคยุคใหม่เลือกสนับสนุนแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เห็นได้จากความนิยมในธุรกิจอย่าง Green Hotel หรือสินค้าที่เป็นมิตรต่อโลก ขณะเดียวกัน นักลงทุนจำนวนมากมองว่าองค์กรที่ดำเนินงานตามหลัก ESG สามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี และมีศักยภาพสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว จึงทำให้เงินทุนไหลเข้าสู่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดยั่งยืนมากขึ้น

กฎหมาย มาตรการ และแรงกดดันจากภาครัฐ

หลายประเทศกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนและมุ่งสู่ Net Zero ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัว เครื่องมือทางการเงินอย่าง Green Loan จึงเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ ESG คือตัวช่วยให้องค์กรสอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ ๆ และลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในอนาคต

ESG กับการสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์

องค์กรที่ผสานแนวคิด ESG เข้ากับกลยุทธ์หลักของธุรกิจ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงหรือการกำกับดูแล แต่ยังต่อยอดสู่โอกาสใหม่ เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ Sustainability การใช้พลังงานสะอาด และโมเดลธุรกิจคาร์บอนต่ำ ESG คือกลยุทธ์ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การประเมินและตัวชี้วัดด้าน ESG มีอะไรบ้าง?

 

ESG Sustainable

การประเมิน ESG ไม่ได้ดูแค่นโยบายบนกระดาษ แต่พิจารณาทั้งแนวทางการดำเนินงาน ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ และความต่อเนื่องในการพัฒนา แล้ว ESG มีอะไรบ้าง?

ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม 

มิติสิ่งแวดล้อมประเมินว่าองค์กรจัดการผลกระทบต่อธรรมชาติอย่างไร ตัวชี้วัดสำคัญ เช่น ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการของเสียและการรีไซเคิล การใช้น้ำและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และแผนรับมือความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ

สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การมีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เช่น สินเชื่อ SME ที่สนับสนุนโครงการเพื่อความยั่งยืน องค์กรที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส มักได้รับคะแนน ESG ในระดับสูง

ตัวชี้วัดด้านสังคมและแรงงาน

ด้านสังคมจะประเมินความรับผิดชอบต่อพนักงาน ลูกค้า และชุมชน โดยเฉพาะเรื่องความเป็นธรรมและความปลอดภัย เช่น สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม
ความหลากหลายและความเท่าเทียมในองค์กร การเคารพสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน และการดูแลผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม

ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของ Family Business การกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจน อย่างการจัดทำ ธรรมนูญครอบครัว สามารถช่วยลดความขัดแย้งภายใน เสริมความโปร่งใส และยกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลควบคู่ไปกับมิติทางสังคม องค์กรที่สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นธรรมและมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง จะได้รับการประเมินในเชิงบวก

ตัวชี้วัดด้านบรรษัทภิบาลและโครงสร้างการกำกับดูแล

มิติธรรมาภิบาลเน้นโครงสร้างการบริหารและระบบควบคุมภายใน ตัวอย่างตัวชี้วัด ได้แก่ ความชัดเจนของโครงสร้างคณะกรรมการและผู้บริหาร ระบบบริหารความเสี่ยง นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน ความโปร่งใสทางการเงิน และการคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่หรือ SME การมีโครงสร้างกำกับดูแลที่ชัดเจน จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นจากนักลงทุน สถาบันการเงิน และพันธมิตรทางธุรกิจ ธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง คือรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ESG Risk ความเสี่ยงที่ธุรกิจมองข้ามไม่ได้

ESG Risk คือความเสี่ยงที่เกิดจากการบริหารจัดการด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่ไม่รอบด้าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งต่อรายได้ ต้นทุน และความเชื่อมั่นของธุรกิจในระยะยาว

ความเสี่ยงจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องทั้งกับผลกระทบที่ธุรกิจสร้างขึ้น และผลกระทบที่ธุรกิจต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ และกฎลดคาร์บอนที่เข้มงวดขึ้น ล้วนเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน หากองค์กรไม่มีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาจต้องลงทุนปรับตัวสูงในอนาคต ในอีกด้านหนึ่ง ภาพลักษณ์ที่ไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอาจทำให้นักลงทุนและลูกค้าลดความเชื่อมั่น ดังนั้น ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมคือความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ที่กระทบความสามารถในการแข่งขันโดยตรง

ความเสี่ยงด้านแรงงาน ชุมชน และภาพลักษณ์องค์กร

ธุรกิจเกี่ยวข้องกับพนักงาน ชุมชน ลูกค้า และคู่ค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากบริหารไม่เหมาะสม เช่น ละเลยความปลอดภัยหรือความเป็นธรรม อาจเกิดความขัดแย้งตามมา กระแสวิจารณ์ในโซเชียลมีเดียสามารถกระทบชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็ว ปัญหาอาจลุกลามสู่การฟ้องร้องหรือการสูญเสียบุคลากรคุณภาพ
ความเสี่ยงด้านสังคมจึงกระทบทั้งภาพลักษณ์และประสิทธิภาพธุรกิจโดยตรง

ความเสี่ยงจากการขาดธรรมาภิบาลและความโปร่งใส

ธรรมาภิบาลที่อ่อนแอส่งผลต่อโครงสร้างการบริหารทั้งระบบ การทุจริต ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือการเปิดเผยข้อมูลไม่ชัดเจน ลดความน่าเชื่อถือทันที ทำให้นักลงทุนและสถาบันการเงินอาจชะลอการสนับสนุน และองค์กรยังเสี่ยงต่อการถูกสอบสวน ปรับ หรือบทลงโทษทางกฎหมายในระยะยาว ปัญหาธรรมาภิบาลสามารถกระทบมูลค่าและความอยู่รอดของธุรกิจอย่างรุนแรง

ESG กับ SDGs แตกต่างและเชื่อมโยงกันอย่างไร?

แม้ว่าทั้ง ESG และ SDGs จะพูดถึง “ความยั่งยืน” เหมือนกัน แต่บทบาทและระดับการใช้งานแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ESG คือรอบที่ภาคธุรกิจและนักลงทุนใช้ประเมินความเสี่ยงและโอกาสขององค์กร ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เป้าหมายหลักคือช่วยให้บริษัทบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น สร้างความโปร่งใส และเพิ่มความน่าเชื่อถือในระยะยาว

ส่วน SDGs (Sustainable Development Goals) คือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก 17 ข้อ ที่กำหนดโดย United Nations เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ของโลก เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต โดยเน้นความร่วมมือจากรัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม

ทำไมผู้ประกอบการ SME ต้องให้ความสำคัญกับ ESG?

1. เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อ

การทำ ESG คือตัวช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาธนาคารและนักลงทุน เพราะสะท้อนว่าธุรกิจมีการบริหารความเสี่ยงรอบด้าน ปัจจุบันสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับแนวคิด การเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) มากขึ้น ทำให้ธุรกิจที่มีแนวทางชัดเจนด้านความยั่งยืนมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อง่ายขึ้น รวมถึงโอกาสเข้าถึงสินเชื่อรูปแบบพิเศษ เช่น Green Loan หรือสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน ที่อาจมีเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกว่า

2. สร้างความเชื่อมั่น มัดใจลูกค้าและคู่ค้า

ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม SME ที่มีแนวทาง ESG ชัดเจน จะสร้างความไว้วางใจและภาพลักษณ์ที่ดีได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ บริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากเริ่มกำหนดให้คู่ค้าต้องมีมาตรฐานด้าน ESG การปรับตัวตั้งแต่วันนี้จึงช่วยให้ SME เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานขององค์กรใหญ่ได้ในระยะยาว

3. ดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ (Talent Attraction & Retention)

การสำรวจของ Deloitte พบว่า ปัจจุบันพนักงานรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Millennials และ Gen Z ให้ความสำคัญกับการทำงานในองค์กรที่มีเป้าหมาย และค่านิยมที่สอดคล้องกับความเชื่อของพวกเขา การทำ ESG จึงมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงาน และเพิ่มความพึงพอใจและรักษาพนักงานที่มีคุณภาพไว้ เพราะเมื่อพนักงานรู้สึกถึงคุณค่าและจุดมุ่งหมาย (Purpose and Pride) ของงานที่ทำ ไม่ใช่เพียงงานประจำทั่วไป ก็จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการรักษาพนักงานไว้ได้ในระยะยาว

4. บริหารจัดการความเสี่ยงและลดต้นทุนในระยะยาว

ESG ช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นความเสี่ยงที่อาจมองข้าม เช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อม ปัญหาแรงงาน หรือประเด็นด้านธรรมาภิบาล การวางระบบที่ดีตั้งแต่ต้น ช่วยลดโอกาสเกิดวิกฤตที่กระทบชื่อเสียงและการเงิน ในหลายกรณี การปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานหรือการจัดการทรัพยากร ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้จริง ESG ไม่ใช่ภาระ แต่คือเครื่องมือบริหารธุรกิจอย่างมืออาชีพสำหรับ SME ยุคใหม่

4 ขั้นตอนเริ่มต้นทำ ESG สำหรับธุรกิจ SME มีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนที่ 1: สำรวจธุรกิจและค้นหาจุดเริ่มต้น

เริ่มจากการวิเคราะห์ธุรกิจตาม 3 มิติหลักของ ESG คือ

  • Environmental (E): ตรวจสอบการใช้พลังงาน น้ำ วัตถุดิบ การจัดการขยะ และการปล่อยคาร์บอน

  • Social (S): ทบทวนการดูแลพนักงาน สวัสดิการ ความปลอดภัย ความเป็นธรรม และความสัมพันธ์กับชุมชน

  • Governance (G): ตรวจสอบความโปร่งใส ระบบบัญชี การกำกับดูแล และนโยบายต่อต้านการทุจริต

เป้าหมายของขั้นตอนนี้คือ “เห็นภาพรวม” และค้นหาจุดที่ควรปรับปรุงก่อนวางแผน ESG ระยะต่อไป

ขั้นตอนที่ 2: ตั้งเป้าหมาย ESG เล็ก ๆ ที่วัดผลได้

เมื่อรู้จุดที่ต้องพัฒนาแล้ว ควรกำหนดเป้าหมายแบบวัดผลได้ (Measurable) และมีกรอบเวลา ตัวอย่างเช่น

  • ลดการใช้กระดาษ 20% ภายใน 6 เดือน

  • จัดงบพัฒนาทักษะพนักงานประจำปี

  • จัดทำนโยบายธรรมาภิบาลและประกาศใช้ทั้งองค์กร

การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ช่วยให้ SME เปลี่ยน ESG จากแนวคิดเชิงภาพลักษณ์ ให้กลายเป็นแผนปฏิบัติจริง

ขั้นตอนที่ 3: การดำเนินงานและการสื่อสารในองค์กร

การทำ ESG ให้สำเร็จ ต้องเกิดจากความร่วมมือทั้งองค์กร

  • สื่อสารให้พนักงานเข้าใจว่า ESG เชื่อมโยงกับความมั่นคงของธุรกิจ

  • เปิดโอกาสให้ทีมมีส่วนร่วม เช่น โครงการลดพลังงาน หรือกิจกรรมเพื่อสังคม

  • ผู้บริหารควรเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง

เมื่อ ESG กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ผลลัพธ์จะยั่งยืนมากกว่าการทำเพียงชั่วคราว

ขั้นตอนที่ 4: บอกเล่าเรื่องราวสู่ภายนอก 

การสื่อสาร ESG ไม่ใช่แค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจ SME สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ เช่น

  • สื่อสารกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมผ่านโซเชียลมีเดีย

  • จัดทำหน้าเว็บไซต์สรุปนโยบายและเป้าหมาย ESG

  • อัปเดตความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้

ความโปร่งใสและความสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ดึงดูดลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนในระยะยาว

ตัวอย่างธุรกิจ SME ไทยที่เติบโตได้ ด้วยแนวคิด ESG 

  • ธุรกิจ 1 : Earthology Studio (แฟชั่นรักษ์โลก) แบรนด์แฟชั่นไทยที่นำแนวคิด ESG มาปรับใช้ผ่านการผลิตเสื้อผ้า กระเป๋า และหมวกจากเส้นใยรีไซเคิล เช่น ขวดพลาสติกใช้แล้ว และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร 100% โดยเน้นโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดของเสียตั้งแต่ต้นทางการผลิต (Environmental) พร้อมสร้างงานและรายได้ให้ชุมชนผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน (Social) อีกทั้งมีการสื่อสารที่โปร่งใสเกี่ยวกับที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิต (Governance) จนกลายเป็นจุดขายที่ช่วยให้แบรนด์เติบโตในตลาดสายรักษ์โลกทั้งในและต่างประเทศ

  • ธุรกิจ 2 : Winnonie (Startup แพลตฟอร์มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า) ธุรกิจแพลตฟอร์มให้เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและระบบสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) ที่ช่วยลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนในภาคขนส่ง (Environmental) โมเดลธุรกิจยังช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้ไรเดอร์และผู้ขับขี่รายย่อย (Social) พร้อมวางระบบบริหารจัดการและความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างชัดเจน (Governance) ทำให้ธุรกิจสามารถขยายตัวได้รวดเร็วและตอบโจทย์เทรนด์พลังงานสะอาดในประเทศไทย

ESG คือกลยุทธ์ธุรกิจยุคใหม่ที่ SME ไม่ควรมองข้าม

ESG ไม่ใช่เรื่องขององค์กรขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่เป็น “มาตรฐานใหม่” ที่ SME ควรให้ความสำคัญ เพราะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและคู่ค้า ดึงดูดบุคลากรคุณภาพ และลดความเสี่ยงทางธุรกิจในอนาคต

การเริ่มต้นทำ ESG สำหรับ SME ไม่ซับซ้อน เพียงสำรวจธุรกิจของตนเอง ตั้งเป้าหมายที่วัดผลได้ ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง และสื่อสารอย่างโปร่งใส ตัวอย่างเช่น SELIC บริษัทผู้ผลิตกาวอุตสาหกรรมของไทยที่ได้รับการจัดอันดับ ESG100 ได้นำแนวคิด ESG มาปรับใช้จริง ทั้งการลดการใช้พลังงานและน้ำ การพัฒนาทักษะพนักงาน และการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล

ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่ภาระต้นทุน แต่ ESG คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจแข็งแรง แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกธุรกิจยุคใหม่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องทำ ESG หรือไม่?

จำเป็น “ในเชิงกลยุทธ์” แม้ไม่จำเป็นต้องทำแบบองค์กรขนาดใหญ่ ปัจจุบันลูกค้า คู่ค้า และสถาบันการเงินเริ่มให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ESG มากขึ้น SME ที่เริ่มปรับตัวก่อน จะได้เปรียบในการแข่งขันและเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ การทำ ESG ไม่ต้องใช้งบสูงเสมอไป แค่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่วัดผลได้และทำต่อเนื่อง ดังนั้น ESG ไม่ใช่ภาระของธุรกิจเล็ก แต่คือเครื่องมือสร้างความมั่นคงระยะยาว

บริษัทที่ทำ ESG ดีจะได้ประโยชน์ด้านการลงทุนอย่างไร? 

บริษัทที่มีแนวทาง ESG ชัดเจน มักได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนมากกว่า เพราะสะท้อนว่ามีการบริหารความเสี่ยงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ปัจจุบันกองทุนและสถาบันการเงินจำนวนมากใช้เกณฑ์ ESG ในการพิจารณาลงทุน ธุรกิจจึงมีโอกาสเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวมถึงเงื่อนไขทางการเงินที่เหมาะสมกว่าในระยะยาว ESG ช่วยลดความผันผวนและเพิ่มความน่าสนใจให้ธุรกิจในสายตานักลงทุน

ข้อมูลอ้างอิง

  1. เว็บไซต์ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ (FTPI) – Blog: ESG เพื่อธุรกิจไทยก้าวหน้าและยั่งยืน (สืบค้นข้อมูลเมื่อ 27 สิงหาคม 2568)

  2. เว็บไซต์ Constant Energy – Blog: What Are ESG Goals? And Why Do They Matter for Your Business? (สืบค้นข้อมูลเมื่อ 27 สิงหาคม 2568)

  3. เว็บไซต์ Great Place To Work – Blog: Workplace ESG: How ESG Factors Shape Employee Engagement (สืบค้นข้อมูลเมื่อ 27 สิงหาคม 2568)

  4. เว็บไซต์ KPMG Netherlands – บทความ: ESG and (out)sourcing: the success factor for suppliers in attracting and retaining clients (สืบค้นข้อมูลเมื่อ 27 สิงหาคม 2568)

ช่อง YouTube: SME Successor – ตอน เปิดความสำเร็จ SELIC จากอุตสาหกรรมเคมี สู่ความยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม | SME Successor Ep:21 (สืบค้นข้อมูลเมื่อ 27 สิงหาคม 2568)

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333