กล้วยไม้ไทยกระอัก! เร่งปรับกลยุทธ์สู้ตลาดออนไลน์
ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทยเป็นอันดับ
1 ของโลก มีมูลค่าการส่งออกกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี
ไปยังประเทศนำเข้าหลัก เช่น จีน ยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี สหรัฐอเมริกาออสเตรเลีย
และญี่ปุ่น เป็นต้น
แต่ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทวีความรุนแรง และยังไม่ปรากฎสัญญาณว่าจะมีแนวโน้มสิ้นสุดได้เมื่อไหร่
ได้ส่งผลให้ธุรกิจการส่งออกดอกกล้วยไม้ทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิต
และผู้ส่งออก ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เพราะเมื่อส่งออกไม่ได้ แต่จะต้องตัดดอกกล้วยไม้ทิ้งทุกวัน ผู้ผลิตทุกรายขาดรายได้จากการส่งออกโดยทันที ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตกล้วยไม้ทุกระดับเริ่มอ่อนกำลัง ขาดสภาพคล่องที่จะสามารถแบกรับภาระที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme
"เจตน์
มีญาณเยี่ยม"
อุปนายกสมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเยียวยา
เพื่อรอวันให้ธุรกิจให้ประเทศไทยฟื้นกลับมาและยังคงครองความเป็นอันดับ 1 เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ โดยเสนอขอให้ธนาคารพาณิชย์
และธนาคารของรัฐทั้งหมด หยุดพักชำระหนี้ชั่วคราวแก่บริษัทและผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้
และหากมีการพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้
ให้ยกเว้นการนำเงื่อนไขต่างๆ มาเป็นเหตุผลในการปฏิเสธการพิจารณาการขอกู้ใหม่
และให้บรรษัทประกันสินเชื่อขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้
โดยให้ระยะเวลาการผ่อนชำระคืนไม่ต่ำกว่า 5 ปี
พร้อมทั้งขออนุมัติเงินกู้วงเงินดอกเบี้ยต่ำแบบไม่มีเงื่อนไขเป็นกรณีพิเศษ
ให้กับบริษัทผู้ส่งออกกลัวยไม้ และเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ทั้งหมด
วงเงินรายละไม่เกิน 20 ล้านบาท
เพื่อช่วยเหลือกรณีพิเศษช่วงวิกฤตการณ์ส่งออกไม่ได้
ขณะเดียวกันเสนอให้รัฐยกเลิก
หรือลดการนำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม
ลดการจัดเก็บภาษีรายได้นิติบุคคลของบริษัท/ผู้สงออกดอกกล้วยไม้ไทยลง 5% ในเวลา 2-5 ปี
ตลอดจนขอให้ลดการจัดเก็บค่าสาธารณูปโภคต่างๆ
และขอการสนับสนุนช่วยเหลือค่าแรงงานให้กับบริษัท/ผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้
ที่มีประวัติการขึ้นทะเบียนนำส่งเงินกองทุนประกันสังคม
เพื่อรักษาแรงงานไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนา ซึ่งเป็นการลดการแพร่ระบาด
และรักษาเศรษฐกิจให้คงอยู่ได้ในอนาคต
และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว
ขอให้ภาครัฐพิจารณา ยกเลิก แก้ไขปรับปรุงมาตรการ ข้อกำหนด หรือข้อกฎหมายต่างๆ
เพื่อส่งเสริมการส่งออกดอกกล้วยไม้ทั้งระบบให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
และขอยกเลิกหรือลบข้อมูลเครดิตบูโรให้แก่เกษตรกรผู้ปลูก และบริษัทผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทยทุกราย
อีกด้านหนึ่ง นายเจตน์
ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท กล้วยไม้ไทย จำกัด ในเครือ TOC
GROUP ซึ่งเป็นผลิตและผู้ส่งออกกล้วยไม้ครบวงจรรายใหญ่ของไทยที่อยู่ในธุรกิจนี้มายาวนานกว่า
30 ปี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ ยอมรับว่าตลาดส่งออกหลัก
เช่น สหรัฐ จีน อิตาลี ออสเตรเลียและเวียดนาม
ทุกตลาดได้รับผลกระทบจากโควิดจึงชะลอการสั่งซื้อ
คาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อรายได้บริษัทซึ่งเฉลี่ยปีละ
300 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกยอดส่งออกกล้วยไม้ของไทยกลายเป็นศูนย์
ขณะที่ตลาดกล้วยไม้ในประเทศก็ได้รับผลกระทบจากโควิดเป็นผลจากกำลังซื้อชะลอตัวลง
แต่ผู้ผลิตกล้วยไม้ยังจำเป็นต้องตัดดอกทุกวัน
หรือหากจะเก็บดอกไว้บนต้นจะมีต้นทุนในการดูแลรักษาตามมา
ทางบริษัทกล้วยไม้ไทยจึงได้วางกลยุทธ์การปรับตัวของธุรกิจส่งออกกล้วยไม้
เพื่อรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด COVID-19
โดยอาศัยจังหวะนี้ในการทดลองเปิดช่องทางจำหน่ายผ่านทางช่องทางออนไลน์
ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ website จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ เช่น
กล้วยไม้สกุลหวายกล้วยไม้สกุลมอคคาร่า และกล้วยไม้สกุลแนนเทียร่า
นอกจากนี้บริษัทได้ปรับไลน์การผลิต ธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากกล้วยไม้แบรนด์ Waii เพื่อต่อยอดการใช้วัตถุดิบและกระจายความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างในการประคองธุรกิจ คงรักษาภาวะการจ้างแรงงานอีก 200 คนต่อเนื่องต่อไป และรอจังหวะที่กลับมาลุยตลาดส่งออกอีกครั้งเมื่อโควิดคลี่คลาย