กล้วยไม้ไทยกระอัก! เร่งปรับกลยุทธ์สู้ตลาดออนไลน์
SME KnowledgeSME Update

กล้วยไม้ไทยกระอัก! เร่งปรับกลยุทธ์สู้ตลาดออนไลน์

15 มิ.ย. 2563
|
0

ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทยเป็นอันดับ 1 ของโลก มีมูลค่าการส่งออกกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี ไปยังประเทศนำเข้าหลัก เช่น จีน ยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี สหรัฐอเมริกาออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เป็นต้น

แต่ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทวีความรุนแรง และยังไม่ปรากฎสัญญาณว่าจะมีแนวโน้มสิ้นสุดได้เมื่อไหร่ ได้ส่งผลให้ธุรกิจการส่งออกดอกกล้วยไม้ทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิต และผู้ส่งออก ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก

เพราะเมื่อส่งออกไม่ได้ แต่จะต้องตัดดอกกล้วยไม้ทิ้งทุกวัน ผู้ผลิตทุกรายขาดรายได้จากการส่งออกโดยทันที ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตกล้วยไม้ทุกระดับเริ่มอ่อนกำลัง ขาดสภาพคล่องที่จะสามารถแบกรับภาระที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

"เจตน์ มีญาณเยี่ยม" อุปนายกสมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเยียวยา เพื่อรอวันให้ธุรกิจให้ประเทศไทยฟื้นกลับมาและยังคงครองความเป็นอันดับ 1 เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ โดยเสนอขอให้ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารของรัฐทั้งหมด หยุดพักชำระหนี้ชั่วคราวแก่บริษัทและผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้

และหากมีการพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ ให้ยกเว้นการนำเงื่อนไขต่างๆ มาเป็นเหตุผลในการปฏิเสธการพิจารณาการขอกู้ใหม่ และให้บรรษัทประกันสินเชื่อขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้ โดยให้ระยะเวลาการผ่อนชำระคืนไม่ต่ำกว่า 5 ปี

พร้อมทั้งขออนุมัติเงินกู้วงเงินดอกเบี้ยต่ำแบบไม่มีเงื่อนไขเป็นกรณีพิเศษ ให้กับบริษัทผู้ส่งออกกลัวยไม้ และเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ทั้งหมด วงเงินรายละไม่เกิน 20 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกรณีพิเศษช่วงวิกฤตการณ์ส่งออกไม่ได้

ขณะเดียวกันเสนอให้รัฐยกเลิก หรือลดการนำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ลดการจัดเก็บภาษีรายได้นิติบุคคลของบริษัท/ผู้สงออกดอกกล้วยไม้ไทยลง 5% ในเวลา 2-5 ปี ตลอดจนขอให้ลดการจัดเก็บค่าสาธารณูปโภคต่างๆ และขอการสนับสนุนช่วยเหลือค่าแรงงานให้กับบริษัท/ผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ ที่มีประวัติการขึ้นทะเบียนนำส่งเงินกองทุนประกันสังคม เพื่อรักษาแรงงานไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนา ซึ่งเป็นการลดการแพร่ระบาด และรักษาเศรษฐกิจให้คงอยู่ได้ในอนาคต

และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ขอให้ภาครัฐพิจารณา ยกเลิก แก้ไขปรับปรุงมาตรการ ข้อกำหนด หรือข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อส่งเสริมการส่งออกดอกกล้วยไม้ทั้งระบบให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และขอยกเลิกหรือลบข้อมูลเครดิตบูโรให้แก่เกษตรกรผู้ปลูก และบริษัทผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทยทุกราย

อีกด้านหนึ่ง นายเจตน์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท กล้วยไม้ไทย จำกัด ในเครือ TOC GROUP ซึ่งเป็นผลิตและผู้ส่งออกกล้วยไม้ครบวงจรรายใหญ่ของไทยที่อยู่ในธุรกิจนี้มายาวนานกว่า 30 ปี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ ยอมรับว่าตลาดส่งออกหลัก เช่น สหรัฐ จีน อิตาลี ออสเตรเลียและเวียดนาม ทุกตลาดได้รับผลกระทบจากโควิดจึงชะลอการสั่งซื้อ

คาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อรายได้บริษัทซึ่งเฉลี่ยปีละ 300 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกยอดส่งออกกล้วยไม้ของไทยกลายเป็นศูนย์ ขณะที่ตลาดกล้วยไม้ในประเทศก็ได้รับผลกระทบจากโควิดเป็นผลจากกำลังซื้อชะลอตัวลง แต่ผู้ผลิตกล้วยไม้ยังจำเป็นต้องตัดดอกทุกวัน หรือหากจะเก็บดอกไว้บนต้นจะมีต้นทุนในการดูแลรักษาตามมา 

ทางบริษัทกล้วยไม้ไทยจึงได้วางกลยุทธ์การปรับตัวของธุรกิจส่งออกกล้วยไม้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 โดยอาศัยจังหวะนี้ในการทดลองเปิดช่องทางจำหน่ายผ่านทางช่องทางออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ website จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ เช่น กล้วยไม้สกุลหวายกล้วยไม้สกุลมอคคาร่า และกล้วยไม้สกุลแนนเทียร่า

นอกจากนี้บริษัทได้ปรับไลน์การผลิต ธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากกล้วยไม้แบรนด์ Waii เพื่อต่อยอดการใช้วัตถุดิบและกระจายความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างในการประคองธุรกิจ คงรักษาภาวะการจ้างแรงงานอีก 200 คนต่อเนื่องต่อไป และรอจังหวะที่กลับมาลุยตลาดส่งออกอีกครั้งเมื่อโควิดคลี่คลาย



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


เกษตรยอดขายพุ่ง ฮิตติดตลาดออนไลน์รับ New Normal

เทรนด์การตลาดในปีหน้ากับ 5 สิ่งที่เปลี่ยนไป!


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333