เอสเอ็มอีอาหารดาวรุ่งของนิวยอร์ค

กรณีศึกษา Red Rabbit ทำให้หันกลับมามองผู้ประกอบการด้านอาหารขนาดกลางและย่อมของเราบ้าง เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบและมีชื่อเสียงทางด้านอาหารในระดับโลก มีนโยบายเด่นชัดที่จะเป็นครัวของโลก ส่งออกอาหารไทย และใช้อาหารเป็นจุดดึงดูดให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งมองเผินๆ เหมือนกับว่าแทบจะไม่มีช่องว่างให้กับผู้เข้ามาใหม่

          Red Rabbit เป็นธุรกิจขนาดย่อมประจำเมืองนิวยอร์ค ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดำเนินการเฉพาะอาหารปลอดภัยสำหรับเด็กเพียงอย่างเดียว โดยเน้นจุดแข็งของความเป็นท้องถิ่น Locally Base แล้วก็เติบโตเป็นดาวรุ่งจนขนาดเว็บไซต์ข่าวสาร  www.forbes.com เขียนถึง **1

กิจการของเจ้ากระต่ายแดงแห่งแมนฮัตตัน สามารถจะเป็นกรณีศึกษาจุดประกายความคิดให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในยุค 4.0 ที่รัฐบาลกำลังผลักดันสังคมเมืองยุคใหม่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC ซึ่งจะประกอบขึ้นจากนักลงทุนและแรงงานชาวต่างชาติจำนวนมาก ตลอดถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตสิ่งแวดล้อมจากเดิมตามแนวทางสมาร์ทซิตี้

ผู้คนจำนวนไม่น้อยอาจนึกเห็นภาพกิจกรรมในเขตเศรษฐกิจเป็นโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ ท่าเรือส่งออก สนามบิน รถไฟฟ้า เมืองใหม่ ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นกิจการขนาดใหญ่ โดยลืมมองไปว่าการรวมกันของประชากรระดับสิบล้านคนที่มีกำลังซื้อและระดับคุณภาพชีวิตสูงนั้น ยังเป็นโอกาสอันเปิดกว้างของธุรกิจขนาดกลางและย่อมพร้อมกันไปด้วย แนวคิดของการสร้างเมืองใหม่และสมาร์ทซิตี้ไม่ได้มีเฉพาะแค่เทคโนโลยีและความทันสมัย หากยังต้องรวมเอานิเวศสีเขียวและการยกระดับคุณภาพชีวิตเข้าไปพร้อมกัน

ธุรกิจด้านอาหารมีขนาดใหญ่เกี่ยวข้องกับคนทุกชั้นทุกระดับและก็ทุกวัน บางครั้งความใหญ่ก็ไม่ได้นำมาซึ่งความได้เปรียบ เพราะลูกค้าบางกลุ่มที่เป็นกลุ่มเฉพาะ อาจจะเลือกไว้วางใจธุรกิจที่คุ้นเคย รู้จักหน้าตาที่มาที่ไป มั่นใจว่าอาหารที่ได้รับ เป็นของใหม่ สด และปลอดภัยจริงๆ ในยุคที่รอบตัวมีแต่ของไม่ปลอดภัยและอาหารขยะรายรอบไปหมด

นี่เป็นช่องว่างทางการตลาดของเอสเอ็มอีชื่อว่า Red Rabbit ธุรกิจอาหารโภชนาการสำหรับเด็ก ก่อตั้งเมื่อปี 2005 โดย ริส โพเวลล์ Rhys Powell ดีกรีวิศวกรมคอมพิวเตอร์จาก MIT แต่เกิดล้มเหลวจากตลาดวอลล์ตรีท  เริ่มกิจการในย่านฮาเล็ม บนเกาะแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์ค แรกสุดเขาคิดโมเดลธุรกิจที่ง่ายที่สุดก่อน ก็คือ อาหารโภชนาการและปลอดภัยสำหรับเด็กในโรงเรียน จนกระทั่งมาถึงปี 2011 มีนักลงทุนเสนอจะร่วมลงในบริษัท 5 แสนดอลลาร์ ขยายธุรกิจอาหารปลอดภัยและราคาถูกจากการจับจัดอาหารกลางวันโรงเรียนเอกชน (Private School) ไปยังกลุ่มเด็กในโรงเรียนทั่วไปที่หลากหลาย ครบทั้งตลาด คือทั้งโรงเรียนในกำกับรัฐบาล(Chater School) สถานรับเลี้ยงเล็กวัยก่อนอนุบาล และโรงเรียนระดับอนุบาลทั่วทั้งนิวยอร์ค แล้วมันได้ผลทำให้กิจการขยายอย่างรวดเร็ว

เว็บไซต์ http://www.myredrabbit.com ของ Red Rabbit มีเมนูอาหารและระดับราคาให้กับลูกค้า ซึ่งก็คือผู้ปกครองและโรงเรียนได้เลือก โดยรักษาระดับราคาต่อมื้อที่ประมาณ 3 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับราคาอาหารกลางวันของผู้ใหญ่ในมหานครแห่งนี้ นั่นทำให้กิจการของเขาต้องจ้างลูกจ้างเพิ่มเป็น 100 ชีวิตทั้งยังมีรายได้ต่อปีเกิน 10 ล้านดอลลาร์ ในปี 2016

วิธีการที่ Red Rabbit นำเสนอภาพลักษณ์ตนต่อสาธารณะไม่ใช่แค่ธุรกิจขายอาหาร แต่ได้ชูภาพความเป็นธุรกิจเพื่อสุขภาพ ที่ให้ข้อมูลและความรู้กับเด็กเยาวชนในเรื่องอาหารโภชนาการ การเรียนรู้ที่จะเลือกอาหารที่ดีผ่านช่องทางออนไลน์

ซึ่งไม่ธรรมดาเลยกับธุรกิจอาหารดีราคาถูกที่จับกลุ่มเป้าหมายแค่เด็กและเยาวชนในโรงเรียน หรือ ค่ายกิจกรรมต่างๆ ของเด็ก ธุรกิจขนาดย่อมของท้องถิ่นที่ทำรายได้ปีละเกิน 10 ล้านเหรียญ

กรณีศึกษา Red Rabbit ทำให้หันกลับมามองผู้ประกอบการด้านอาหารขนาดกลางและย่อมของเราบ้าง เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบและมีชื่อเสียงทางด้านอาหารในระดับโลก มีนโยบายเด่นชัดที่จะเป็นครัวของโลก ส่งออกอาหารไทย และใช้อาหารเป็นจุดดึงดูดให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งมองเผินๆ เหมือนกับว่าแทบจะไม่มีช่องว่างให้กับผู้เข้ามาใหม่ แต่ที่แท้แล้วตลาดสำหรับผู้บริโภคอาหารโภชนาการและปลอดภัย ยังเปิดกว้างอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมยุคใหม่ที่เริ่มมีค่านิยมด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย และกลุ่มผู้บริโภคอาหารคลีน ฯลฯ เป็นต้น

ในช่วงที่ผ่านมา Healthy Food เป็นหนึ่งในธุรกิจสตาร์ทอัพที่มาแรงในปลายๆ ประเทศ ในประเทศไทยของเราก็มีสตาร์ทอัพอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพส่งถึงบ้าน เปิดให้บริการให้เห็นแล้วในเขตกรุงเทพมหานคร และยังมีการแยกอาหารจัดเป็นพิเศษคำนวณแคลอรี่สำหรับกลุ่มผู้กำลังอยู่ระหว่างโปรแกรมลดน้ำหนัก แยกจากกลุ่มลูกค้าผู้ต้องการอาหารปลอดภัยทั่วไป แนวโน้มการแตกเซ็กเมนท์ลงไปเฉพาะกลุ่มแยกย่อยและหลากหลายขึ้นอย่างแน่นอน

หากเป็นกลุ่มเทคโนโลยีหรือการผลิตชั้นสูง ผู้ประกอบการไทยอาจจะขึ้นเวทีชกกับเขาลำบาก แต่สำหรับการอาหารนั้น เชื่อแน่ว่าความคิดสร้างสรรค์และการมองเห็นลู่ทางของผู้ประกอบการคนไทยไม่แพ้ใครในโลก

***

1 At Red Rabbit, A Former Wall Street Trader Tries To Make A Profit Selling Healthy School Lunches https://www.forbes.com/sites/forbestreptalks/2016/11/30/at-red-rabbit-a-former-wall-street-trader-tries-to-make-a-profit-selling-healthy-school-lunches/#50aa93672f3b

แสดงความคิดเห็น