Remotecare รู้ทันเรื่องสุขภาพของคนไกล หมดห่วงเรื่องความปลอดภัยคนในบ้าน

จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถทำงานไปได้ แต่ก็ยังรู้ถึงสุขภาพการใช้ชีวิตของคนสำคัญของเราตลอดเวลา

เคยเป็นไหมครับ ต้องจากบ้านมาไกล เพื่อเข้ามาทำงานในเมือง หรือทำงานหนัก ออกจากบ้านแต่เช้า กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำ ไม่ได้เห็นหน้าพ่อ แม่ หรือแม้แต่ลูกรัก ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของสุขภาพร่างกายเขา เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเจ็บป่วยตรงไหน เมื่อไหร่ ทำให้อาจเกิดความเป็นห่วงและกังวลขึ้นในใจ หนักหน่อยก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่เขาเหล่านั้นบาดเจ็บ ล้มป่วยไปโดยที่เราเองไม่รู้ตัว

จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถทำงานไปได้ แต่ก็ยังรู้ถึงสุขภาพการใช้ชีวิตของคนสำคัญของเราตลอดเวลา ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ Remotecare สตาร์ทอัพที่จะช่วยบอกสุขภาพคนไกล ให้คุณหมดห่วง และหายกังวล จากคุณ ศิววงศ์ วุฒิงพงศ์ประเสริฐ ผู้พัฒนาซอฟแวร์และแพลตฟอร์ตัวนี้กัน

Remotecare รู้เท่าทันสุขภาพคนไกล ทำให้หมดห่วงได้ในเวลาที่ไม่เจอกัน

สมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้แทบจะสามารถทำได้ทุกอย่างที่เรานึกได้แล้วนะครับ ซึ่งแต่ก่อนเราอาจจะเคยคิดกันเล่นๆ ว่า มันน่าจะบอกถึงความเจ็บป่วย อัตราการพักผ่อนของมนุษย์เราได้ เพื่อที่ว่าจะได้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างทันท่วงที ก่อนเกิดโรคร้ายลุกลามใหญ่โต ซึ่งวันนี้ Remotecare ก็พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า สิ่งที่เราคิดมันสามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ

“Remotecare เป็นบริการที่ใช้สำหรับดูแลสุขภาพให้กับคนที่เรารักและห่วงใย โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน เช่น ดูแลคุณพ่อ คุณแม่ หรืออาจจะดูแลญาติพี่น้องที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน หรืออยู่ห่างไกลกัน โดยตัวระบบของเราจะดูข้อมูลสุขภาพ Caregivers Device ยี่ห้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พริซบิส, Jawbone, iHealth, Apple watch ข้อมูลก็จะถูกส่งมาที่มือถือของเรา ตรวจสอบได้ตลอดเวลา ถ้าเกิดมีความผิดปกติเปลี่ยนแปลง เช่น หัวใจเต้นแรงขึ้นผิดปกติ หรือยังนอนไม่ตื่น เราก็จะแจ้งไปที่มือถือเช่นกัน โดยแพลตฟอร์มของเราจะรวบรวมข้อมูลสุขภาพ โดยแสดงผลผ่านมือถือหรือในเว็บไซต์ก็ได้”

Remotecare เข้ามาแก้ปัญหาหรือช่วยเหลือในจุดใดบ้าง

“อันดับแรกเลยคนไทยที่มาทำงานกรุงเทพส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด คนกรุงเทพจริงๆ ค่อนข้างมีน้อย ซึ่งคนพวกนี้ต้องห่างไกลจากครอบครัว ไม่มีโอกาสใกล้ชิดคุณพ่อคุณแม่ ญาติพี่น้อง ด้วยระบบของเราคุณสามารถดูข้อมูลของคุณพ่อคุณแม่หรือคนที่คุณรักผ่านมือถือได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทำให้เรารู้ความเปลี่ยนแปลงของท่าน เช่นรู้ว่าท่านนอนมาก นอนน้อย เดินมาก เดินน้อย ถ้ามีอะไรผิดปกติจะได้โทรไปคุยกับท่านได้เลย

จริงๆ เรากำลังขยายไปถึงเรื่องของข้อมูลพื้นฐาน โดยเราจะเริ่มนำมาวิเคราะห์ และดูจากพฤติกรรมว่าเขามีความเสี่ยงเป็นโรคอะไร ซึ่งเราจะโฟกัสอยู่ 4 โรค ด้วยกัน คือ 1. โรคเบาหวาน เป็นโรคยอดฮิต  2. โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคยอดฮิตอันดับสอง 3.โรค heat stroke และโรคอ้วนลงพุง เราก็นำมาวิเคราะห์ก็จะรู้ว่าพฤติกรรมของท่าน คือจริงๆ ไม่จำเป็นต้องคนอื่น ทำของเราเองก็ได้ ดูว่าเรามีความเสี่ยงเป็นโรคอะไร”

สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ Remotecare จึงตอบโจทย์ความต้องการ

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้นั้น นอกจากการพัฒนาโปรดักต์ที่ตอบโจทย์แล้ว ยังต้องมีตลาดที่รองรับอีกด้วย ซึ่ง Remotecare ได้มองข้ามช็อตไปสู่อนาคตอันใกล้ ที่ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น และจะมีตลาดรองรับกับบริการของเขามากขึ้นนั่นเอง

“ช่วงเริ่มต้น มาจากเห็นว่าประเทศไทยมีผู้สูงอายุเยอะ และเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ส่วนตัวผมเองที่บ้านมีแต่คนสูงอายุ ผมเป็นคนเดียวที่ดูแลทั้งบ้านเลย จึงมองเห็นว่าตรงนี้มันเป็นปัญหา และเทคโนโลยีสมัยนี้มีความก้าวหน้าที่จะสามารถมาช่วยได้ ตอนแรกเราตั้งใจจะทำเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ แต่พอแอปพลิเคชั่นที่ทำออกมามันไม่ตอบโจทย์การใช้งานกับผู้สูงอายุโดยตรง แต่ใช้กับคนทุกวัย ที่ต้องการดูแลสุขภาพ ตอนนี้เราก็เลยมาเน้นตรงจุดนี้แทน แต่จริงๆ ผู้สูงอายุก็ใช้ได้ คนอายุ 30 ปีขึ้นไปก็เริ่มเป็นห่วงสุขภาพกันแล้ว เพราะทำงานหนัก”

ทำการตลาดผ่านพาร์ทเนอร์ ติดจรวดให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักได้เร็วขึ้น

หลังจากเปิดตัวได้ 1 ปี และมีการพัฒนาพร้อมทั้งปรับปรุงระบบอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ทำให้ตอนนี้มีจำนวนผู้ที่ใช้งาน Remotecare ทุกวันจำนวนมากกว่า 500 คน

“การตลาดตอนนี้ คือ เราใช้ Caregivers Device เหมือนเป็น OEM ตอนนี้ก็คือจะไปพาร์ทเนอร์กับทางองค์กรเป็นหลักเพราะว่าตอนนี้กำลังจะร่วมมือกับทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เน้นในเรื่องโครงการลดน้ำหนักของ สสส. คือทาง สสส. เขาแจกทุนให้ทุกโรงพยาบาลในประเทศไทยทำโครงการลดน้ำหนัก เราก็ไปแจก Caregivers Device ให้เขา และไปติดตามการลดน้ำหนักของกลุ่มคนที่เข้าร่วมโครงการกับทางโรงพยาบาลนั้นๆ”

ในอนาคตเราก็จะมีการเพิ่มฟังก์ชันหลักๆ คือการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ วิเคราะห์เชิงลึกมากขึ้น จะมีระบบเรียกว่าเป็นการแนะนำข้อมูลสุขภาพ วันนี้คุณเดินน้อยไป เอาระบบมาดูเลยว่าวันนี้คุณเดินน้อยนะ คุณควรจะทำแบบนี้ หรือวันนี้คุณนอนน้อยไป ควรจะทำอย่างไร จะนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ทำแพทเทิร์น เหมือนเราคุย Facebook Messenger เป็นแชทบอทประมาณว่า วันนี้คุณน้องนอนน้อยนะ ควรจะพักผ่อนมากๆ หรือวันนี้คุณน้องเดินน้อยไปนะ ควรจะออกกำลังกายมากขึ้น วันนี้เหนื่อยหรือเปล่าทำไมหัวใจเต้นแรงจัง ลักษณะนี้เป็นต้น จะนำมาวิเคราะห์เพิ่มเติมให้

คำแนะนำสำหรับคนที่ต้องการทำ Startup จาก Remotecare

ตลาดสตาร์ทอัพมันไม่ง่ายที่จะทำ สำหรับผมคือต้องทุ่มเท และต้องตั้งใจมากๆ ไม่เหมือนงานประจำที่เวลาเหนื่อยยังลาหยุดได้ แต่สตาร์ทอัพปัญหามันมีทุกวัน และต้องแก้ทุกวัน ต้องอดทน และพยายาม

แสดงความคิดเห็น