MyCloudFulfillment สตาร์ทอัพมาแรง พร้อมจัดการบริหารหลังบ้านให้ e-Commerce

หลายคนที่ทำธุรกิจออนไลน์จะรู้ได้เลยว่า ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งที่ธุรกิจเป็นที่รู้จักมากขึ้น เรื่องของการรับออร์เดอร์ และการจัดการสต๊อก จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากไปในทันที

ซึ่งคุณนิธิ สัจจทิพวรรณ เข้าใจถึงปัญหานี้ดี จากประสบการณ์ตรงในเรื่องของการทำธุรกิจออนไลน์มาก่อน จึงได้ก่อตั้ง MyCloudFulfillment ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาหลังบ้านทั้งหมดให้หมดไป

MyCloudFulfillment คืออะไร

ทุกวันนี้การขายของออนไลน์นับเป็นหนึ่งในช่องทางการหารายได้เสริมของใครหลายๆ คน ซึ่งมีเครื่องมือต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์อย่างมาก แต่หนึ่งในนั้นที่ต้องบอกว่ามีจุดเด่นและสร้างประโยชน์ให้กับทุกคนได้อย่างแท้จริงก็คือ MyCloudFulfillment นั่นเอง

“เราเป็นเหมือนคลังสินค้าให้กับคนขายของออนไลน์ โดยการที่ลูกค้าเอาของมาไว้กับเรา เราจะทำการเก็บของให้ แพ็คของให้ ส่งของให้ ตามช่องทางการขายของเขาครับ นอกจากนั้นเรายังมีระบบจัดการที่สามารถทำให้เขารู้ได้ว่าสต๊อกเป็นยังไง ต้องการออเดอร์เท่าไหร่ หรือจะดูรีพอร์ตย้อนหลังก็ทำได้

ส่วนใหญ่แล้วร้านค้าจะขายของหลายช่องทาง พอเริ่มมีช่องทางการขายช่องที่ 2 ช่องที่ 3 ขายบน Facebook ด้วย ขายบน Lazada ด้วย ขายบน Shopee ด้วย มันจัดการไม่ไหว แต่ละช่องทางก็มีขั้นตอนไม่เหมือนกัน ทำให้คนที่เขาไปขยายกิจการต่อไปมันทำไม่ได้

SME ไทยไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทใหญ่และไม่สามารถเติบโตขึ้นไปอีกขั้นได้เพราะเรื่องเหล่านี้ เขาไม่มีโลจิสติกส์ที่แข็งแรง ถ้าเขาจะมีเขาต้องลงทุนเยอะ สร้างทางสร้างคนด้วยตัวเอง ฉะนั้นแล้วเป็นปัญหามากๆ เขาเติบโตมากกว่านี้ไม่ได้เพราะไปต่อช่องทางนี้ไม่ได้ เราเชื่อว่า SME ไทยหลายคนติดเพดาน ไปต่อไม่ได้จริงๆ จึงคิดทำ MyCloudFulfillment ขึ้นมา

เขาตัดส่วนหลังบ้านมาให้เราทั้งหมดเลย เราก็เป็นแผนกโลจิสติกส์ของเขาแทน ทุกอย่างง่ายขึ้น การบริหารจัดการคนก็ไม่ต้องจัดการแล้วคือโยนมาให้เราทีเดียว”

MyCloudFulfillment  สร้างจากประสบการณ์ตรง ตอบโจทย์ตรงความต้องการ

MyCloudFulfillment  ถูกสร้างขึ้นมาจากประสบการณ์ตรงของคุณนิธิที่เคยผ่านการขายของออนไลน์มาก่อน ซึ่งสินค้าขายได้ดีแต่ติดปัญหาการรับออร์เดอร์ แพ็คของ ส่งของ จนไม่สามารถเติบโตไปกว่าเดิมได้

“เราทำระบบ MyCloudFulfillment ขึ้นมาเพื่อจะได้ช่วยจัดการออร์เดอร์ได้ สั่งของได้ ส่งของได้ บวกกับที่บ้านทำคลังสินค้าอยู่แล้วเป็นธุรกิจครอบครัว แล้วตัวคลังสินค้าเราเริ่มเห็นแล้วว่าธุรกิจแบบ B to B แบบปล่อยเช่าทั้งคลัง มันไม่ค่อยเวิร์ก ทุกวันนี้มีคู่แข่งมากขึ้น ราคาก็แพงขึ้น เราก็เลยคิดว่าเราน่าจะเอาคลังไปบวกกับระบบที่เราสร้าง และเจาะลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่เป็น SME ดีกว่า คนที่เขามีปัญหาเหมือนกัน มีเงินจ่าย แต่เขาไม่สามารถไปเช่าทั้งคลังได้ ก็เลยออกมาเป็นโมเดลนี้” คุณนิธิ อธิบาย

กว่าจะประสบความสำเร็จ เป็นโมเดลที่ทำกำไร

MyCloudFulfillment เข้าสู่ 3 ปีของการทำธุรกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคุณนิธิได้เผยให้เราทราบว่า ทุกวันนี้มีลูกค้าเกือบ 200 ราย และมีรายได้อยู่ระดับหนึ่ง และ MyCloudFulfillment สามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรก แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน

“อุปสรรคส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของคนทำระบบ เพราะว่าต้องยอมรับว่าในประเทศไทยคนที่ทำระบบเก่งๆ ไม่ค่อยเยอะ ถึงเยอะก็ค่อนข้างเลือกงาน ทำให้การพัฒนาระบบของเราไม่ได้เป็นไปตามที่คาดคิดไว้ ถ้าเกิดศักยภาพในการทำระบบเราหรือคนที่ทำให้เรามันดีกว่านี้ MyCloudFulfillment น่าจะไปได้ไกลกว่านี้ 2 เท่า”

เคล็ดลับการทำการตลาดให้ประสบความสำเร็จตั้งแต่ปีแรก ของ MyCloudFulfillment

คุณนิธิ เล่าว่า  “จริงๆ แล้วลูกค้าเราเกือบ 100% คือส่วนหนึ่งมาจาก Facebook มีเพจ Facebook ชื่อว่า MyCloudFulfillment ตอนนี้มีคนไลค์อยู่ประมาณ 65,000 คน คอนเทนต์ค่อนข้างดี อธิบายและสอน Tips ต่างๆ เราทำ Video ตัวหนึ่งไว้ ซึ่งผลตอบรับดี มีคนดู ถึง4,500,000 คน พอคนดูเยอะมากมันเลยกระจายไปอย่างรวดเร็ว ก็เป็นแผนการของเราที่จะทำ Video แบบนี้ไปเรื่อยๆ”

รับรางวัล Startup Thailand 2017

เมื่อมีใครมองเห็นช่องทางธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ย่อมมีคู่แข่งเกิดขึ้นตามมาเสมอ ซึ่ง MyCloudFulfillment เองก็พบเจอกับปัญหานี้เช่นกัน เพราะหลังจากที่เอาชนะรางวัล Startup Thailand 2017 ไปได้ ก็มีคนที่เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรม และรูปแบบธุรกิจนี้ และเกิดขึ้นเป็นคู่แข่งอีกมากมายนับสิบบริษัท

“ยิ่งโฆษณาที่ตัวแบรนด์เรา ก็เห็นได้ชัดว่ามีคนมาทำตามเราเยอะมาก อันนี้ในตลาดภาพใหญ่แล้ว ไม่มีใครทำคลังแบบ 2 ล้านตารางเมตรแล้วจัดการให้คนทั้งประเทศได้ มีแค่ในกรุงเทพฯด้วยซ้ำ ตลาดมันใหญ่มาก แล้วมันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มันไม่มีทางที่จะมีคนพอ

เซอร์วิสของแต่ละราย แต่ละลูกค้าไม่เหมือนกัน การที่เราจะสามารถพัฒนาได้เราต้องไปในทางที่มันดีได้เรื่อยๆ ถ้าถามว่ามีคู่แข่งอันอื่นไหม ก็เหมือนคำถามว่ามีตลาดสดกี่แห่งในประเทศไทย แล้วตลาดสดอันนี้มันไม่ชนะตลาดสดทั้งหมด มันไม่ใช่ มันก็จะมีได้เรื่อยๆ รวมถึงในอนาคตระบบของเราที่พัฒนามาเรื่อยๆ เนื่องจากเราอยู่กับลูกค้ามานานมากเราก็มีความรู้ว่าจะคิดพัฒนาระบบอย่างไรให้ถูกใจลูกค้าที่เรามีอยู่

อย่างสุดท้ายความสำคัญที่เรามาก่อนคนอื่นเรามาก่อน 3 ปี เรามี Data เยอะมาก ตอนนี้มีกว่า 8 แสนกว่า Data ของลูกค้า แต่ละคนขายของ ซื้อของราคาเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน โลเคชั่นอะไร ตัวนี้เป็นเรื่องสำคัญในการทำ AI ของเราในอนาคต”

แสดงความคิดเห็น