ธุรกิจ Startup มาแรง เตรียมขึ้นแท่นบัลลังก์เศรษฐีในปีนี้

ปัจจุบันเราจะพบว่ามีผู้ประกอบการหลายรายมีความสนใจ อยากจะผันตัวเองเข้ามาลงสนามแข่ง ทำธุรกิจที่เรียกว่า “Startup” มากยิ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลของสมาคม Thai Tech Startup ได้ตอกย้ำถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี

โดยในช่วงระยะปี 2559-2560 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มธุรกิจ Startup ไทยที่สามารถประกอบธุรกิจได้จริงแล้ว มีจำนวนมากกว่า 1,500 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 80 เลยทีเดียว

อีกทั้ง เมื่อเราดูตัวเลขมูลค่ารวมของธุรกิจ Startup จะพบว่ากลุ่มธุรกิจ Startup นั้นมีมูลค่าค่อนข้างสูง โดยมีมูลค่าทรัพย์สินในตลาดรวมกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 53,000 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตของธุรกิจ Startup ยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปได้อีก สำหรับในปี 2561 มีกลุ่มธุรกิจประเภทไหนบ้างที่น่าจับตามอง เรามาดูกันครับ

1.อีคอมเมิร์ซ

ข้อมูลของ E-commerce DHL พบว่าในปี 2560 ที่ผ่านมา ตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลกมีการขยายตัว และมีมูลค่าสูงถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ส่วนในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 2.81 ล้านล้านบาท เติบโตจากปี 2560 ถึงร้อยละ 9.86 สำหรับภาคส่วนของอีคอมเมิร์ซไทยที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ การค้าปลีกและการค้าส่ง การให้บริการที่พัก และการผลิต โดยปัจจัยที่ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซมีการเติบโต ส่วนหนึ่งมาจากปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่นิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งมีความรวดเร็ว สะดวกสบาย

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2564 ตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลกจะเติบโตขึ้นถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 148 ล้านบาท

2.ฟินเทค

“ฟินเทค” เทคโนโลยีทางการเงิน ที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะจะเข้ามาช่วยจัดการในเรื่องการเงิน รวมถึงสามารถแก้ปัญหาได้แบบครบวงจรตั้งแต่การรับชำระเงิน การลงทุน การจัดการด้านการกำกับดูแล ฯลฯ โดยจากข้อมูลของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พบว่า ในปี 2560 “ฟินเทค” มีตัวเลขการเติบโตกว่า 954,798.58 ล้านบาท

3.เทคโนโลยีทางการเกษตร

เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยมีทรัพยากรทางการเกษตรอยู่มากมาย ดังนั้น จึงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายของผู้ประกอบการธุรกิจ Startup ในการหาช่องทางเพื่อเข้าไปเจาะตลาด ที่ผ่านมา เราจะเห็นผู้ประกอบการ Startup เสนอบริการในภาคส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพ, โดรนเพื่อการเกษตร, เครื่องมือที่ทำงานแทนมนุษย์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปี 2560 เทคโนโลยีทางการเกษตรมีมูลค่าการเติบโตกว่า 151,302 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปี 2561 จะมีมูลค่ากว่า 182,226 ล้านบาท

4.เทคโนโลยีการสอน

ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในยุคดิจิทัล จึงไม่น่าแปลกใจหากจะพบการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ตแบบ On-Demand ที่สามารถเลือกเรียนจากที่ไหนก็ได้  ไม่จำเป็นต้องมาเรียนตามสถานศึกษาสอนพิเศษอีกต่อไป ซึ่งการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ๆ ผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันยังสร้างความน่าสนใจให้กับนักเรียน นักศึกษาอีกด้วย

5.บริการออนไลน์

ข้อดีของเทคโนโลยี คือการสร้างความสะดวกสบาย และความรวดเร็วให้กับผู้คนในสังคม ทำให้เราได้เห็นบริการต่างๆ ของเหล่าผู้ประกอบการ Startup ที่ออกมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย เช่น การรับสมัครบริการของค่ายมือถือผ่านแอปพลิเคชัน หรือบริการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยในปี 2559 ธุรกิจบริการออนไลน์ มีมูลค่าอยู่ที่ 9,622 ล้านบาท และในปี 2560 มีมูลค่า 11,280 ล้านบาท

6.Internet of Thing

ปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่าง สามารถควบคุมด้วยระบบอินเทอร์เน็ต โดยการเชื่อมโยงสิ่งของ หรืออุปกรณ์อื่นๆ เช่น บ้าน รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เข้าด้วยกันโดยการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งในปี 2560 Internet of Thing มีมูลค่าอยู่ที่ 50,946 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2561 นี้จะเติบโตขึ้นอีก 7 หมื่นล้านบาท

 

แสดงความคิดเห็น