จากวิศวกรตกงาน สู่เศรษฐี 30 ล้าน ภายในเวลา 1 ปี

ศึกษาวิธีสร้างธุรกิจ จากวิศวกรตกงาน สู่เศรษฐี 30 ล้าน ภายในเวลา 1 ปี ด้วยแนวคิดเปลี่ยนชีวิต ต้องมีความแตกต่าง ต้องมีนวัตกรรม และสิ่งที่ทำต้องเป็นอะไรที่ตลาดต้องการ

ความคิด ผลิตได้

“iDeaMe” ซึ่งเป็นแพ็กเกจธุรกิจเสริมรายได้ เปลี่ยนทุกไอเดียให้เป็นเงิน เป็นโรงงานผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ต่อเนื่องรวมทั้งวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตสินค้าไอเดียแปลกใหม่หลากหลายรูปแบบ สำหรับสร้างอาชีพเสริม รายได้เสริม ภายแคมเปญง่ายๆ ว่า “ความคิด ผลิตได้”

ซึ่งคุณกฤษณะ ภูสิทธ์อุดม ประธานกรรมการบริษัท เอ็นเอชแอล เทคนิค เจ้าของธุรกิจ ขยายความว่า “iDeaMe” มีระบบธุรกิจให้เลือกลงทุนหลากหลายรูปแบบทั้งในแบบธุรกิจออนไลน์และธุรกิจออฟไลน์ โดยครอบคลุมถึง 20 แพ็กเกจธุรกิจยอดนิยม สามารถเลือกลงทุนตามงบประมาณและความถนัด

พร้อมระบบการฝึกอบรมการใช้งานเครื่องมือและอุปกรณ์ การใช้งานซอฟต์แวร์ และการผลิตสินค้าไอเดียต่างๆ มากมาย อีกทั้งมีคอร์สการสร้างอาชีพ หลักสูตรการตลาดหลากหลายรูปแบบ เพื่อสนับสนุนการสร้างธุรกิจส่วนตัวอย่างมืออาชีพแบบครบวงจร เป็นรูปแบบของธุรกิจสำหรับผู้ที่อยากมีอาชีพเสริมเข้ามาเรียนรู้ ต่อยอดไอเดียไปเป็นสินค้าและบริการต่างๆ ได้

แนวคิดเปลี่ยนชีวิต

ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้นั้น คุณกฤษณะ กล่าวว่า การเริ่มต้นของธุรกิจต้องเล่าย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ช่วงประมาณปี 2540 ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ขณะนั้นตนเองทำงานเป็นวิศวกรประจำโรงงานให้กับบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ต้องกลายเป็นคนตกงาน ผลของการตกงานจึงเกิดแนวคิดการเป็นเจ้าของกิจการ มีโอกาสได้เข้าไปเรียนหลักสูตรสร้างอาชีพของสถาบันพัฒนาเอสเอ็มอี

การเข้าฝึกอบรมทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของชีวิตทันที ได้แนวคิดที่ว่า อยากประสบความสำเร็จในธุรกิจให้ทำสองเรื่อง คือ 1.ต้องมีความแตกต่าง และ 2.ต้องมีนวัตกรรม

จากแนวคิดดังกล่าว คุณกฤษณะกลับมาศึกษาต่อว่าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร โดยมองจากเรื่องปัจจัยสี่ซึ่งคือเรื่องพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อชีวิต เลือกธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เพราะมองเห็นโอกาสที่ว่า “เสื้อทรงเดิม เปลี่ยนลวดลายขายได้อีก เป็นแบบนี้ตลอดไปไม่มีวันจบสิ้น”

“สามารถสร้างความแตกต่างเพื่อเป็นจุดขายได้ตลอด ลวดลายเปลี่ยนแปลงไปตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ลายดอกไม้อาจเป็นผู้หญิง ลายกะโหลกอาจเป็นไบค์เกอร์ ลายการ์ตูนคือกลุ่มเด็กๆ” คุณกฤษณะกล่าว

จากวิศวกรตกงาน สู่เศรษฐี 30 ล้าน

เมื่อเลือกทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อทำให้สามารถตอบโจทย์ตามคอนเซ็ปต์ข้อที่ 1 คือเรื่องความแตกต่าง จากนั้นคุณกฤษณะคิดต่อถึงขั้นต่อไปคือคอนเซ็ปต์ในเรื่องนวัตกรรม ได้ศึกษางานซิลค์สกรีนพบว่ามีขั้นตอนมาก ทั้งการปาดสี สร้างบล็อก ทำเพลต ซึ่งจะมีนวัตกรรมอะไรที่จะสามารถข้ามขั้นตอนตรงจุดนี้ได้

โดยตั้งธงในการสร้างนวัตกรรมว่าจะต้องสะดวกรวดเร็วกว่าวิธีการลวดลายแบบเดิมๆ เป็นนวัตกรรมที่แตกต่างและผู้อื่นตามยาก ใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ด้านระบบควบคุมอัตโนมัติที่มีอยู่ คิดออกแบบและพัฒนาเครื่องพิมพ์อัตโนมัติขึ้นมาด้วยตนเอง ใช้เวลาประมาณ 8 เดือน จนประสบความสำเร็จ

คุณกฤษณะเล่าต่อว่า ในยุคนั้นมีคนตกงานมากมาย ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของตลาดนัดเปิดท้ายที่คนนิยมเอาข้าวของต่างๆ มาเลหลังขาย ธุรกิจเริ่มจากตลาดนัดเปิดท้ายโดยนำเครื่องพิมพ์อัตโนมัติไปพิมพ์เสื้อขาย ซึ่งประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกขายหมด 20 ตัว ได้เงินมากถึง 4,000 บาท ภายในเวลา 1 ชั่วโมง เนื่องจากมีความน่าสนใจเพราะจะพิมพ์ลวดลายไหนสีอะไรก็ได้ อีกทั้งใช้เวลาเพียง 7 วินาที

จากนั้นคุณกฤษณะกล่าวว่า ธุรกิจของตนเป็นเหมือนโรดโชว์ ตระเวนพิมพ์เสื้อไปขายตามตลาดนัด เดือนที่ 3 เริ่มขยายธุรกิจมีรูปแบบรับสั่งของแล้วนำไปขายต่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกจนสูงถึง 7-8 แสนบาท นอกจากตลาดนัดแล้วยังขยายไปตามงานอีเวนต์ต่างๆ ด้วยความรวดเร็วในการพิมพ์ทำให้ขายได้มากถึง 700 ตัวต่อวัน กำไรเฉลี่ยตัวละ 100  มีรายได้วันเดียว 70,000 บาท จากนั้นได้มีการผลิตเครื่องพิมพ์เพิ่มขึ้นอีก 10 ตัว จ้างพนักงานกระจายลงตามงานอีเวนต์ต่างๆ สร้างรายได้หลักหลายแสนบาทต่อวัน ครบ 1 ปีในการทำธุรกิจสามารถเก็บเงินได้ 30 ล้านบาท

“ปี 40 ฟองสบู่แตก ตกงาน จากนั้นก็มาหาความรู้ ประดิษฐ์เครื่อง สร้างธุรกิจ จนปี 41 มีเงิน 30 ล้านบาท ที่สำเร็จเพราะเรามีความต่างและมีนวัตกรรม ทำอะไรก็ได้หากมีสองสิ่งนี้ มีโอกาสประสบความสำเร็จแน่นอน” คุณกฤษณะกล่าว

ทำสิ่งที่ตลาดต้องการ

เมื่อประสบความสำเร็จได้จากสองข้อคือความแตกต่างและการมีนวัตกรรม คุณกฤษณะพบว่าอีกหนึ่งข้อสำคัญที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้คือ “สิ่งที่เราทำต้องเป็นสิ่งที่ตลาดต้องการ” เช่นเครื่องพิมพ์ที่ประสบความสำเร็จคือสามารถพิมพ์รูปอะไรก็ได้ ภาพที่ลูกค้าชอบ หรือรูปของตัวลูกค้าเอง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

เอสเอ็มอีที่สร้างแบรนด์จากความชอบของตัวเองอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องพัฒนาจากพื้นฐานความต้องการของตลาดด้วย ซึ่งจะทำให้สินค้าขายได้ ผู้ประกอบการที่ต้องการเติบโตควรมองให้ออกว่าตลาดต้องการอะไร ดูว่ามีช่องให้เข้าไปได้หรือไม่ ถ้าเห็นโอกาสจงกลับมาพัฒนาองค์ความรู้ของตัวเอง เพื่อที่จะเข้าไปตรงจุดนั้นให้ได้

ซึ่งคุณกฤษณะกล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมายึดแนวทางนี้มาโดยตลอด พัฒนาและต่อยอดมาเรื่อยๆ พอแตกไลน์ธุรกิจใหม่ก็ใช้พื้นฐานเดิมทั้ง 3 ข้อดังกล่าว  ซึ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมาได้การตอบรับที่ดีมาก ปัจจุบันพัฒนาเป็นธุรกิจ 3 รูปแบบหลักที่ประกอบไปด้วย 1.เครื่องมือสร้างแบรนด์ 2.ระบบซอฟต์แวร์ออนไลน์ และ 3. Module เว็บไซต์เพื่อรับงาน สำหรับทำการตลาดออนไลน์ในทุกธุรกิจ ซึ่งเป็นโปรดักต์ใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในยุคออนไลน์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

สุดท้าย เจ้าของธุรกิจ iDeaMe ได้ฝากถึงเอสเอ็มอีที่ต้องการประสบความสำเร็จ โดยให้คำแนะนำว่า ในการทำธุรกิจ การลองผิดลองถูกเป็นเรื่องที่ดี ควรเรียนรู้จากผู้ที่ประสบความสำเร็จเพื่อเป็นทางลัด ซึ่งเราอาจไม่ต้องฝ่าฟันมากเท่าเขาแต่ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ขอให้มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน บวกกับหลักสำคัญทั้งสามข้อที่กล่าวไป

“ถ้าเราแตกต่างคนจะจดจำได้ เรามีนวัตกรรมคู่แข่งก็ตามยาก และสินค้าเราเป็นที่ต้องการของตลาดก็ขายของได้” คุณกฤษณะกล่าวทิ้งท้าย

iDeaMe โทรศัพท์ 0-2948-5680 www.iDeaMeClub.com

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น