สวทน.ปั้นยานยนต์แห่งโลกอนาคต เน้นเทรนด์ล้ำแบบปลอดภัย

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) เดินหน้าสู่เป้าหมายการถ่ายทอดความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย

รศ.ดร.สมชาย ฉัตรรัตนา รองเลขาธิการ สวทน. เปิดเผยว่า ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการถ่ายทอดความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญอันจะนำไปสู่การเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าที่ถูกต้อง เข้าใจเหตุการณ์และข่าวสารความก้าวหน้าด้านยานยนต์ไฟฟ้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตลอดจนนำไปสู่การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สวทน. ในฐานะหน่วยงานในกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีแผนงานเพื่อสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์อนาคต ซึ่งรวมถึงยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการถ่ายทอดความรู้จากต่างประเทศ การพัฒนากำลังคน การวิจัยและพัฒนา ผ่านความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัย

 

ซึ่งที่ผ่านมามีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าค่อนข้างหลากหลาย ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนอาจมีความเข้าใจว่าการใช้งานยังเป็นเรื่องของอนาคต และยังไม่สะดวกในการใช้งานในปัจจุบัน ซึ่งความจริงแล้วการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่เป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทยที่เราต้องเรียนรู้

 

โดยในปีที่ผ่านมา สวทน. ได้ร่วมกับสถาบันเฟราน์โอเฟอร์ (Fraunhofer Gesellschaft) ของประเทศเยอรมนีจัดสัมมนาถ่ายทอดความรู้ยานยนต์ไฟฟ้าให้กับภาคส่วนต่างๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งล่าสุด สวทน.ยังร่วมกับพันธมิตรจัดเวทีเสวนา “Open Forum: เปิดโลกเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า EP 1: ความปลอดภัย” โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าหมายรวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นปัจจัยสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ ความเพียงพอของพลังงานไฟฟ้า สถานีชาร์ต รวมถึงมาตรฐานของยานยนต์ไฟฟ้า

 

ทั้งนี้ ตามแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558 – 2579 ที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมเพื่อให้เกิดการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าประเภทไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in hybrid electric vehicle : PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (Battery electric vehicle : BEV) รวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579 นั้น แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเตรียมความพร้อมในการรองรับยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว อาทิ การไฟฟ้านครหลวง มีการเตรียมความพร้อมในการเริ่มจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ ผ่านการทดลองตั้งสถานีชาร์ต และทดลองใช้รถไฟฟ้าจริง มีการออกระเบียบมาตรฐานการติดตั้งสถานีชาร์ต ซึ่งยืนยันว่ามีพลังงานไฟฟ้าที่เพียงพอต่อความต้องการ

 

นอกจากนี้ การเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ต้องมีการปรับวิธีการผลิตบัณฑิตเพื่อให้ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดังกล่าวด้วย

แสดงความคิดเห็น