การค้าขายออนไลน์ที่ธุรกิจโลจิสติกส์เข้าไปมีบทบาทมากขึ้น

ธุรกิจโลจิสติกส์หนึ่งในบทบาทสำคัญสำหรับการค้าออนไลน์

ยุค 4.0 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก การค้าขายจากร้านค้าปลีกส่วนใหญ่จำเป็นต้องเพิ่มช่องทางการจำหน่ายมาเป็นบนออนไลน์มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้มี 1 ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีการพลิกโฉมในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาชนิดที่เรียกได้ว่าก้าวกระโดด นั่นคือ ธุรกิจโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้า เพราะเมื่อตลาดการค้าขายออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้คนมากยิ่งขึ้น ทำให้รูปแบบการค้าปลีกพลิกไปสู่การซื้อขายและชำระเงินผ่านเทคโนโลยีบนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ได้ประเมินมูลค่าการซื้อขายออนไลน์ในปี 2561 ว่าจะมีมูลค่าพุ่งทะลุเกิน 3 ล้านล้านบาท อย่างแน่นอน ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ในระดับ 2.4 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ธุรกิจโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้า กลายเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจและความนิยมเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว เนื่องจากการจัดส่งสินค้าจากผู้ขายไปจนถึงมือผู้ซื้อยังต้องพึ่งพาการขนส่งเป็นหลัก ด้วยอานิสงส์ของธุรกิจออนไลน์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดนี้เองได้ส่งผลให้ธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าเติบโตตามมาติดๆ ยิ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่การค้าขายในออนไลน์ขยายตัวมากยิ่งขึ้น ก็จะยิ่งส่งผลให้ธุรกิจโลจิสติกส์ และการขนส่ง เป็นที่ต้องการมากขึ้นกว่าเดิมตามความต้องการในการใช้บริการขนส่งสินค้าไปยังผู้รับ ทำให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ในไทยหลายเจ้าที่เริ่มกระโจนเข้าสู่ตลาด E-Commerce ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็น Extreme Red Ocean

ปัจจุบันการขนส่งสินค้าของผู้ขายไม่ได้จำกัดอยู่ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย อย่างเดียวอีกต่อไป เนื่องจากมีคู่แข่งสำคัญที่เกิดขึ้นได้ในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Kerry Express สัญชาติฮ่องกง, SCG Express ที่จับมือกับบริษัทขนส่งสัญชาติญี่ปุ่น “แมวดำ”, นิ่มซี่เส็ง ขาใหญ่แห่งการขนส่งทางภาคเหนือที่รุกไปทั่วทุกภูมิภาค

หรือแม้แต่การรถไฟ และบริษัทขนส่งวันนี้ต่างหันมาปรับปรุงระบบรองรับการขนส่งพัสดุเพื่อสร้างรายรับเพิ่มมากขึ้นไม่เว้นแม้แต่ “ม้าเร็ว” เดลิเวอรี่ หรือ “แมสเซ็นเจอร์” ที่เคยให้บริการรับส่งสินค้าขนาดย่อมๆ วันนี้ก็ต้องปรับตัวขนานใหญ่จากการก้าวรุกของ “ไลน์แมน” “อูเบอร์อีท” และเจ้าอื่นๆในอนาคต

การค้าขายออนไลน์ ที่ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ร้านค้าปลีกส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีช่องทางออนไลน์เป็นตัวเสริมและเพื่อทำให้สะดวกต่อผู้บริโภค ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งมีร้านค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเท่าใด การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ และการขนส่งก็พุ่งตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะที่ปัจจุบันการแข่งในตลาดโลจิสติกส์เริ่มมีความดุเดือดจากการแย่งส่วนแบ่งการตลาดเพื่อให้คนหันมาใช้บริการของตนเอง อย่างเช่น ในอดีตการขนส่งสินค้าทางออนไลน์จากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ อาจจะผูดขาดอยู่แค่ไปรษณีย์ไทย แต่ปัจจุบันกลับมีการขนส่งที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่าง Kerry Express ที่เป็นคู่แข่งสำคัญ และเริ่มมีคู่แข่งอื่นๆเพิ่มมากขึ้น และขาดว่าในอนาคตจะมีผู้ให้บริการขนส่งเพิ่มมากยิ่งขึ้นทุกๆปีเพื่อให้ทันและตอบสนองต่อการค้าออนไลน์มากยิ่งขึ้น

แสดงความคิดเห็น