เมียนมา‘ขุมทอง’การค้า-การลงทุน ไทย-เทศร่วมวงไพบูลย์

SME Go Inter
30/03/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 287 คน
เมียนมา‘ขุมทอง’การค้า-การลงทุน ไทย-เทศร่วมวงไพบูลย์
banner
‘เมียนมา’ กลายเป็นขุมทองแห่งใหม่ที่กลุ่มนักลงทุนทั่วโลกเช่นเดียวกับนักลงทุนชาวไทยต่างก็แห่เข้าไปร่วมลงทุนไม่ขาดสายซึ่งข้อได้เปรียบของนักลงทุนไทยนอกจากวัฒนธรรมเมียนมาคล้ายคลึงไทยแล้วทั้งสองประเทศยังมีชายแดนติดกันตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ทำให้มูลค่าชายแดนปี 2561มีมูลค่า 193,326.56 ล้านบาท ทั้งมีอัตราการขยายตัวที่ดีต่อเนื่อง

ภายหลังเปิดสะพานมิตรภาพแม่สอด-เมียวดี สะพานมิตรภาพไทย - เมียนมาแห่งที่ 2 เชื่อม อ.แม่สอด จ.ตาก กับเมือง เมียวดี ที่รัฐกะเหรี่ยงเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านคาดการณ์ว่าจะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ปี 2562 พุ่งทะลุมากกว่า 2 แสนล้านบาทเนื่องจากระบบขนส่งสะดวกสบายมากกว่าสะพานมิตรไทย-เมียนมาแห่งที่ 1

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme


นางออง ซาน ซู จี ผู้นำเมียนมา กล่าวระหว่างร่วมพิธีเปิดสะพานมิตรภาพแห่งใหม่ ว่า เมียนมาพร้อมที่จะทำงานร่วมกับไทย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ดีนับตั้งแต่เริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันครบ 70 ปี

เมื่อปี 2561 หลังเปิดให้บริการสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 อย่างถาวรจะส่งเสริมการค้า การลงทุน และ การท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้มูลค่าชายแดนเพิ่มมากขึ้น  นอกจากนี้สะพานมิตรภาพจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจแม่โขง และเชื่อด้วยว่าจะช่วยเชื่อมโยงประเทศสมาชิกอาเซียนตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก

สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เชื่อม EWEC

สำหรับโครงการสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 นี้ได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. 2555 การก่อสร้างมูลค่า 3.9 พันล้านบาท สะพานยาว 270 เมตร ใช้เวลาสร้างแล้วเสร็จ 4 ปี โดยสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา จะเชื่อมทอดตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC)  ส่วนหนึ่งของกรอบความ ร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขงกับญี่ปุ่น แผนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในภูมิภาค ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตกเชื่อมเมืองดงฮา ประเทศเวียดนามกับเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา ของนครย่างกุ้งผ่านทางประเทศกัมพูชาและประเทศไทย

แผนมุ่งที่พัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพฯ และย่างกุ้งตามแนวระเบียงตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งจะช่วยภาคธุรกิจที่มี ฐานอยู่ในกรุงเทพฯ ขยายห่วงโซ่การผลิตไปยังนครย่างกุ้งที่เขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา โดยที่ส่วนของระเบียงตะวันออก และตะวันตกยังไม่เป็นทางหลวงระหว่างประเทศเพราะปัญหาคอขวด เช่น ขาดถนนคอนกรีต ปัญหาการจราจรในฤดูฝนและการจำกัดน้ำหนัก

ขณะเดียวกันทางญี่ปุ่นวางแผนที่จะลดระยะเวลาเดินทางให้สั้นลงโดยสร้างสามสะพานในรัฐกะเหรี่ยง มอญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งระเบียงตะวันออก-ตะวันตกคาดว่า จะลดเวลาขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นระยะทาง 870 กิโลเมตรจากติละวาถึงกรุงเทพมหานคร(กทม.)ให้เหลือหนึ่งวันครึ่ง

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแม่สอด-เมียวดี

นายสมศักดิ์ สุขสมโสตร์ นายด่านศุลกากรแม่สอด ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวถึงมูลค่าการค้าชายแดน ตามสถิติการค้าชายแดน ด่านศุลกากรแม่สอด-เมียวดี ปี 2561 มีการส่งออก มูลค่า 72,065.146 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้า 6,222.952 ล้านบาท มีมูลค่ารวม 78,288.098 ล้านบาท

สินค้าส่งออกที่สำคัญอันดับต้นๆ ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลัง,รถจักรยานยนต์,โทรศัพท์พร้อมอุปกรณ์, น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล, น้ำตาล

ส่วนสินค้านำเข้ามูลค่าสูงอันดับต้นๆ ได้แก่ โคและกระบือ,เมล็ดถั่วลิสง,เศษเหล็ก,โทรศัพท์มือถือ,แร่พลวงและสิ่งประดิษฐ์ทำด้วยไม้

นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนคร(ทน.)แม่สอด จ.ตาก  กล่าวว่า ปัจจัยบวกที่ทำให้ค้าชายแดนเพิ่มขึ้นไม่หยุด เนื่องจากแม่สอดอยู่ติดกับ รัฐของเมียนมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐมอญ, กะเหรี่ยง, ว้า, คะฉิ่น ซึ่งประชากรร่วม 30 ล้านคน ดังนั้นแม่สอดเป็นเซ็นเตอร์ที่สำคัญในเรื่องการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน ทำให้ตรงนี้เป็นประตูAECที่สำคัญและเส้นทางสำคัญในการพัฒนาประเทศ เป็นเกตเวย์ และเป็นเส้นทางจากประเทศไทยที่แม่สอด ออกไปเมียนมา ไปอินเดีย และถึงยุโรปได้ด้วย หลังจากรัฐบาลไทยได้ยกฐานแม่สอดเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ(แม่สอด) แม่สอดจึงเป็นอำเภอที่สำคัญของไทยในด้านธุรกิจการค้าและการส่งออก

จีน-ญี่ปุ่นทะลักลงทุนเมียวดี

ปัจจุบัน เมียนมาได้เปิดเขตเศรษฐกิจเมียวดีเช่นกัน โดยใช้เขตพิเศษเมียวดีเป็นเซ็นเตอร์ ของแม่สอดมี 3 อำเภอเป็นเซ็นเตอร์ ฝั่งเมียวดีค่อนข้างบริหารจัดการในการใช้ประโยชน์ของที่ดินค่อนข้างจะรวดเร็วและเบ็ดเสร็จ การอนุมัติ อนุญาตง่าย ทำให้นักลงทุนไม่ว่าจะเป็นคนไทย จีน ญี่ปุ่น รวมทั้งพื้นที่อยู่ไกลชายแดนเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดใกล้เคียงกับ จ.เมียวดี, ก่อกะเระ และพะอาน เข้าทำการค้าอย่างคึกคัก ส่งผลให้การลงทุนเมียวดีคึกคักกว่าแม่สอด ในการพัฒนาการก่อสร้างจีนไปลงทุนเมียวดีนับหมื่นล้านบาท มีทั้งโรงแรม คอนโดมิเนียมและศูนย์การค้า

ด้านแม่สอดทางรัฐบาลก็ให้ความสำคัญเช่นกัน แต่มีข้อจำกัดเรื่องข้อกฎหมายหลายอย่าง ทางสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าฯ อยากให้มีกฎหมายเฉพาะเกิดขึ้นที่เขตพิเศษนี้ คือ แม่สอด, แม่ละมาด, พบพระ เพื่อให้กฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารแบบเบ็ดเสร็จ เพราะบ้านเราหน่วยราชการเยอะ ถือกฎหมายคนละฉบับ ควรจะมีเจ้าภาพหลักในการบริหารจัดการเบ็ดเสร็จที่แม่สอดเลย เพราะว่าบางอย่างการอนุมัติ อนุญาต การสัมปทานต่างๆ ต้องส่งไปที่กระทรวงที่เกี่ยวข้อง บางขณะก็ล่าช้า ทำให้การใช้ประโยชน์ที่ดิน เรื่องของผังเมือง การใช้สิ่งแวดล้อมอะไรต่างๆ มีปัญหา เป็นไปลักษณะที่ไม่สามารถบริการให้ถูกใจนักลงทุน ไม่เหมือนฝั่งเมียวดี

ทั้งนี้หน่วยงานด้านการกำกับดูแลการลงทุนและการจดทะเบียนบริษัทของเมียนมา หรือ DICA (Directorateof Investment and Company Registration)คาดการณ์ว่าในปี 2018-2019 (2561-2562) เมียนมาจะสามารถดึงดูดการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI: Foreign Direct Investment) ได้สูงถึง 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับ FDI ในปี 2017-2018 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากโครงการลงทุนทั้งสิ้น 222 โครงการ

อย่างไรก็ดี FDI มีมูลค่าลดลงจากในปีงบประมาณ 2016-2017 ซึ่งมีการลงทุนจากต่างชาติจำนวน 135 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 6.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯเมื่อเปรียบเทียบในช่วง 5-6 เดือนตั้งแต่เดือนเม.ย.-ส.ค. 2561 มีมูลค่า 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ในขณะช่วงเดือนเม.ย. - ก.ย. 2560 มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ นักลงทุนในกลุ่มประเทศเอเชีย เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และไทยนั้นไม่ได้มีการหยุดชะงักมากนัก

เมียนมา

ทุนไทยแห่ปักฐานเมียนมามูลค่า 3.7แสนล้าน

นายปณิธาน  ปวโรฬารวิทยา ประธานสภาธุรกิจไทยเมียนมา กล่าวว่า การลงทุนของบริษัทต่างชาติที่ได้รับใบอนุญาตการลงทุนในเมียนมา วันที่ 31 ส.ค. 2560 มีทั้งสิ้น 1,366 รายจาก 49 ประเทศ มูลค่าการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 74,046.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.34 ล้านล้านบาท คำนวณที่ 31.6 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยนักลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน สิงคโปร์ ไทย ฮ่องกง และ สหราชอาณาจักร

ในส่วนของไทยมีทั้งสิ้น 112 ราย มูลค่าการลงทุน 11,013.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(ประมาณ 3.74 แสนล้านบาท) โดยการลงทุนของต่างชาติในเมียนมาที่มีจำนวนผู้ลงทุนมากที่สุด 5 อันดับแรกอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต (801 ราย) น้ำมันและก๊าซ  (154 ราย) โรงแรมและท่องเที่ยว และกิจการเหมืองแร่ (กิจการละ 71 รายเท่ากัน) ขนส่งและโทรคมนาคม (52ราย) และปศุสัตว์และประมง (44 ราย)

อย่างไรก็ตามการลงทุนสะสมของไทยในเมียนมาอยู่อันดับ 3 ทั้งในแง่การได้รับใบอนุญาตและมีการลงทุนจริง จากก่อนหน้านี้ในแง่การลงทุนที่เกิดขึ้นจริงไทยเคยหล่นลงไปอยู่อันดับ 6 แต่ตอนนี้ก็ขึ้นมาอันดับ 3 โดยเป็นรองจากจีน และสิงคโปร์

ในภาคของการลงจีนเราพอเข้าใจได้เพราะเป็นนักลงทุนรายใหญ่อยู่แล้ว ส่วนสิงคโปร์ มันซับซ้อนมากกว่านั้น เพราะส่วนหนึ่งเป็นนอมินีของหลายประเทศที่ไปเปิดบริษัทที่สิงคโปร์แล้วใช้ชื่อไปลงทุนในเมียนมา ซึ่งสามารถได้สิทธิพิเศษจากการลงทุนภายในอาเซียนด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตาม ภาพการลงทุนของเมียนมาในปัจจุบันนี้ นับว่าคึกคักมากที่สุดในอาเซียน
Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
229411 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
78735 | 12/06/2019
Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร SME Go Inter

Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร

ยุคสมัยนี้ เป็นที่รู้กันว่า “นักช็อปปิ้งชาวจีน” จะให้น้ำหนักกับคำว่า “ของแท้” (Genuine Product Guarantee) อยู่เหนือปัจจัยด้านราคาและระยะเวลาขนส่งเวลา...
19740 | 02/07/2019
banner
banner