กระจายความเสี่ยง! คาเฟ่ อเมซอน-สตาร์บัคส์ เจาะตลาดยุค New Normal

SME in Focus
31/08/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 4269 คน
กระจายความเสี่ยง! คาเฟ่ อเมซอน-สตาร์บัคส์ เจาะตลาดยุค New Normal
banner

ร้านกาแฟในเมืองไทยเป็นตลาดที่มีผู้เล่นเป็นจำนวนมาก แต่แบรนด์ที่อยู่ในระดับ “ทรงอิทธิพล” ยังมีไม่มาก และที่เห็นชัดขณะนี้คือ “คาเฟ่ อเมซอน” แบรนด์ท้องถิ่นที่ถือว่า “ยืนหนึ่ง” ในตลาดร้านกาแฟระดับกลางและ “สตาร์บัคส์” แบรนด์ระดับโลกที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในกลุ่มร้านกาแฟพรีเมี่ยม

ทั้งสองแบรนด์มีฐานกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันซึ่งอาจจะมองได้ว่าไม่ใช่คู่แข่งขันทางตรง แต่หากมองถึงการวางเกมตลาดจะพบว่าขณะนี้ต่างฝ่ายต่างมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน คือ ‘Place Strategy’ ด้วยการเร่งปักหมุดพื้นที่ขายให้ได้มากที่สุด เพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากความแน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


คาเฟ่ อเมซอน ยึดส่วนแบ่งตลาดแล้วกว่า 40%

คาเฟ่ อเมซอน ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในธุรกิจร้านกาแฟด้วยการปูพรมสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ขายได้มากที่สุด ด้วยการต่อยอดจากพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และขณะนี้ถือว่ามีสาขามากที่สุดในตลาดคือกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ โดย 62.8% (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563) เป็นสาขาอยู่ในสถานีบริการน้ำมันปตท.

โดยสัดส่วนที่เหลือจะกระจายสาขาสู่พื้นที่ในโมเดิร์นเทรด มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงานและร้านค้าเดี่ยว (Stand alone) โดยราว 80% ของเป็นการลงทุนผ่านแฟรนไชส์ ทำให้ คาเฟ่ อเมซอน ขยายพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และด้วยจำนวนสาขามากที่สุดทำให้ครองส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจร้านกาแฟไปกว่า 40% ขึ้นแท่นผู้นำตลาดเบ็ดเสร็จ

ปัจจุบัน คาเฟ่ อเมซอน พยายามยกระดับ Place Strategy ให้เทียบเท่าแบรนด์จากต่างประเทศ เพื่อไต่ระดับไปให้ถึงกลุ่มลูกค้าระดับบนผ่านการพัฒนาภาพลักษณ์ของสาขา ด้วยการให้ความสำคัญกับ “อัตลักษณ์” หรือ Concept Store เพื่อสร้างความแตกต่างและแปลกใหม่ โดยจะขับเคลื่อนผ่านมิติของสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น สาขาหาดเตยงาม จังหวัดชลบุรี ที่มีทหารผ่านศึกเป็นบาริสต้า หรือ คาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ (Café Amazon for Chance) ซึ่งให้บริการโดย ผู้พิการทางการได้ยิน” ซึ่งขณะนี้มีสาขาเพิ่มเป็น 8 สาขาทั่วประเทศ

รวมถึงสาขาต้นแบบเซอร์คูลาร์ ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์ ภายใต้แนวคิด Circular Living ซึ่งเป็นร้านกาแฟแห่งแรกของ คาเฟ่ อเมซอน ที่วัสดุอุปกรณ์กว่า 70% ของร้าน ไม่ว่าจะเป็นแก้วกาแฟ หลอดดูด ฝ้าเพดาน โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ และวัสดุตกแต่งร้านอื่นๆ เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากขยะรีไซเคิล

 

เล่นเกมเร็วส่งไซส์เล็ก เจาะฐานลูกค้าใหม่

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์โควิด 19 ที่ส่งผลให้ร้านภายในศูนย์การค้าต้องหยุดให้บริการ ขณะที่สาขาในสถานีบริการน้ำมันต้องให้บริการแบบซื้อกลับเท่านั้น ทำให้ คาเฟ่ อเมซอน ต้องทบทวนกลยุทธ์ด้านสาขาเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต

โดยล่าสุด คาเฟ่ อเมซอน ใช้ยุทธการเปิดเกมเร็วด้วยการโฟกัสสาขาขนาดเล็ก ผ่านโมเดล “คาเฟ่ อเมซอนทูโก” ซึ่งจะมุ่งสู่ทำเลบนสถานีรถไฟฟ้า เบื้องต้นเปิดให้บริการ 3 สาขา คือ บีทีเอสสยาม บีทีเอสชิดลม เป็นต้น ซึ่งโมเดลนี้เน้นตอบโจทย์ความสะดวกสบาย รวดเร็ว และการเข้าถึงของผู้บริโภคที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า

ล่าสุดยังได้เลือกใช้กลยุทธ์แบบ Shop in Shop ด้วยการเปิดสาขาในพื้นที่ธนาคาร ซึ่งเริ่มเมือปีที่แล้ว โดยจะใช้พื้นที่เฉลี่ยไม่เกิน 30 ตารางเมตรต่อสาขา และ คาเฟ่ อเมซอน เป็นผู้ลงทุนเอง

สำหรับสาขาในธนาคารถือว่าต่างฝ่ายได้ประโยชน์ หรือ win-win โดยร้านกาแฟจะได้โอกาสในการขายเพิ่มขึ้นในงบประมาณลงทุนที่ต่ำ ขณะที่ผู้บริโภคก็สามารถเข้าถึงร้านกาแฟได้ง่ายมากขึ้น ส่วนธนาคารถือเป็นว่าได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของสาขาได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการชดเชยกับการที่ผู้บริโภคไปใช้บริการในสาขาลงลด  

ขณะเดียวกันร้านกาแฟสามารถที่ดึงให้ลูกค้าใช้เวลาในธนาคารได้มากขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการทำตลาดในธุรกรรมการเงินได้ดีขึ้น คาดว่าภายในสิ้นปี 2563 นี้ จะมีร้าน คาเฟ่ อเมซอน เปิดในธนาคารประมาณ 10 กว่าสาขา

สตาร์บัคส์ ยังเป็นหนึ่งแห่ง “Concept Store

สำหรับเชนร้านกาแฟระดับโลกอย่าง สตาร์บัคส์ ซึ่งเข้ามาเปิดวัฒนธรรมกาแฟในไทยถึง 22 ปี ที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ มีความโดดเด่นอย่างมากในการขยายช่องทางขายในพื้นที่ศูนย์การค้า, ร้านเดี่ยว, อาคารสำนักงาน ซึ่งชูธงด้วยการสร้างอัตลักษณ์ หรือ Concept Store ผ่านโทนของสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ซึ่งหลายแห่งในไทยติดอันดับสาขาที่สวยที่สุด

โดยตัวเลขสาขาของ สตาร์บัคส์ ณ เดือนมีนาคม 2563 อยู่ที่ 402 สาขา สำหรับอัตราเร่งในการขยายสาขาช่วงแรกเฉลี่ย 10-15 สาขาต่อปี แต่ในช่วง 3 ปีหลังมานี้ได้เร่งขึ้นเป็นปีละ 40 สาขาและขยายสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น ขณะเดียวจะเห็นได้ชัดว่า สตาร์บัคส์ เองได้ปรับยุทธวิธีในการเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น เปิดช่องทางไดร์ฟ ทรู รวมถึงการนำแบรนด์ สตาร์บัคส์ เข้าสู่พื้นที่สถานีบริการน้ำมัน

เริ่มจากปี 2561 ด้วยการร่วมกับเอสโซ่ ซึ่งปัจจุบันมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง และแม้ว่าจะเป็นสาขาในสถานีบริการน้ำมัน สตาร์บัคส์ ยังคงให้ความสำคัญกับการออกแบบและการสร้างอัตลักษณ์ที่แตกต่าง เช่น สถานบริการน้ำมันเอสโซ่ ปาร์ค บางบัวทองแห่งใหม่ ที่ออกแบบอาคารสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย ตัวอาคารสร้างจากวัสดุที่ใช้ในอดีตอย่างอิฐดินเผา มีการ “ย่อมุม” อาคารเพื่อสะท้อนภูมิปัญญาของสถาปัตยกรรมไทยเพื่อลดทอนความแข็งของอาคาร

สำหรับปีนี้ สตาร์บัคส์ มีคาลเท็กซ์เข้ามาเป็นพันธมิตรใหม่ โดยเริ่มเปิดให้บริการสาขาแบบไดร์ฟ ทรูที่สาขารังสิต คลอง 3 โดย สตาร์บัคส์ จะเข้ามาสนับสนุนแนวความคิดของคาลเท็กซ์สาขานี้ให้เป็น Community Place แห่งใหม่ในย่านรังสิต ซึ่งสาขาไดร์ฟ ทรูออกแบบเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน ตกแต่งอาคารด้วยโทนสีเข้ม เพื่อขับให้ตัวอาคารของทั้งสองแบรนด์โดดเด่นมากขึ้น  

 

จับมือ 3 แอปฯ เสริมแกร่ง Delivery 

ด้วยจำนวนสาขาของ สตาร์บัคส์ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ศูนย์การค้าหรือช้อปปิ้งมอลล์ ซึ่งต้องใช้เวลาเพื่อเดินทาง รวมถึงข้อจำกัดด้านที่จอดรถไม่เพียงพอหรือหายาก ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่มีทางเลือกในการซื้อหาสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งยังต้องการความสะดวก รวดเร็ว ประกอบกับการสถานการณ์โควิด 19 ในไทยแม้ว่าจะดีขึ้นแต่ยังอยู่ในมาตรการที่ต้องจับตาทุกระยะ

ปัจจัยเหล่านี้ระยะยาวอาจมีผลกระทบต่อความถี่ในการใช้บริการในร้าน แม้ว่า สตาร์บัคส์ จะสร้างความแข็งแกร่งจากแนวคิด “บ้านหลังที่ 3” หรือ Third Place แต่ในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความต้องการ เป็นมาตรการที่ต้องเร่งให้ความสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบ

ทำให้ที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ ได้ขยายความร่วมมือเพื่อเสิร์ฟกาแฟผ่านช่องทางเดลิเวอรี่หนักขึ้น เริ่มจากแกร็บ ฟู้ด โดยให้บริการสั่งซื้อกาแฟและเครื่องดื่มแก้วโปรดผ่านแอปพลิเคชันของแกร็บ เบื้องต้นครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑลผ่าน สตาร์บัคส์ กว่า 75 สาขา  

ในปีนี้ได้ขยายบริการด้วยการเพิ่มบริการผ่านไลน์ แมนโดยให้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์แมน ซึ่งให้บริการใน 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา และชลบุรี สามารถสั่งได้จาก 133 สาขา รวมถึงมีการทำแคมเปญร่วมกัน อาทิ ค่าส่งฟรีสำหรับ 3 กิโลเมตรแรก นอกจากนี้สามารถสั่งเครื่องดื่มผ่าน Official Account ของ สตาร์บัคส์ ในแอปฯ ไลน์แมนได้เช่นเดียวกัน

ล่าสุดคือฟู้ด แพนด้า ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้เป็นการขยายพื้นบริการในต่างจังหวัดให้มากที่สุด โดยจะครอบคลุมพื้นที่จัดส่งมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 40 จังหวัด

การเข้ามารุกหนักในช่องทางเดลิเวอรี่ในช่วงที่นี้ ด้วยการจับมือกับแบรนด์ใหญ่ในตลาดฟู้ด เดลิเวอรี่ ครบทุกราย และครอบคลุมพื้นที่ได้ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ด้านหนึ่งนั้นจะทำให้ สตาร์บัคส์ ลดทอนจุดอ่อนของการมีจำนวนสาขาลงได้ระดับหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นคือการเพิ่มโอกาสขายที่สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ซึ่งน่าจะคงอยู่ในเมืองไทยไปอีกระยะหนึ่ง


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


Netflix – WeTV เปิดศึกชิงเจ้าแห่งวีดิโอสตรีมมิ่ง

‘ซิซซ์เล่อร์ & บาร์บีคิว พลาซ่า’ ฝ่ากระแส New Normal


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจของผู้คนไปทั่วโลก…
147352 | 09/06/2020
Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561…
33590 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน…
20578 | 14/06/2019
กระจายความเสี่ยง! คาเฟ่ อเมซอน-สตาร์บัคส์ เจาะตลาดยุค New Normal