ฉายภาพประเทศไทย 4 ระยะหลังเผชิญวิกฤตการณ์โควิด-19

SME in Focus
28/04/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 911 คน
ฉายภาพประเทศไทย 4 ระยะหลังเผชิญวิกฤตการณ์โควิด-19
banner

ทุกท่านย่อมทราบว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะถดถอยขั้นรุนแรง ชนิดที่สภาหอการค้าไทยพยากรณ์ว่า (อาจจะ) ร้ายแรงกว่าในวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 โดยวิกฤติคราวนี้มาในรูปของโรคระบาดใหม่ที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ “โควิด-19” ส่งผลให้หลายธุรกิจไม่ทันได้ตั้งตัว ยิ่งไม่ทันในการเตรียมพร้อมรับมือ และหลายธุรกิจประเมินสถานการณ์ผิดคิดว่าอาจเป็นแค่ช่วงสั้นๆ

ซึ่งขณะนี้ก็สามารถยืนยันได้พอสมควรว่าไม่ใช่ผลกระทบในช่วงสั้นๆ อีกต่อไป เพราะโควิดอาจตามติดเราไปอีกไม่ต่ำกว่า 18 เดือน และเศรษฐกิจโลกอาจจะชะลอตัวถึง 5 ปีเลยทีเดียว ที่สำคัญวิกฤติคราวนี้ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษาจัดทำข้อมูลภาพประเทศไทย 4 ระยะภายหลังโควิด-19 พร้อมเสนอร่างประเด็นเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนประเทศหลังสถานการณ์คลี่คลาย

โดย สอวช. ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษาจัดทำข้อมูลประเทศไทย 4 ระยะภายหลังโควิด-19 โดยแบ่งออกเป็น

ระยะที่ 1 หรือ Restriction (เดือนที่ 1-6)  ระยะพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของโลก ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระยะนี้ และกำลังจะเข้าสู่ระยะที่ 2 หรือ Reopening (เดือนที่ 7-12)  ระยะผ่อนคลายการควบคุมและเริ่มกลับสู่การประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมระยะที่ 3 หรือ Recovery (เดือนที่ 13-18)  ระยะการฟื้นตัวและปรับตัวภายหลังจากสถานการณ์คลี่คลายและระยะที่ 4 หรือ Restructuring (เดือนที่19-อนาคต 5 ปีข้างหน้า)

ดร. กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. เปิดเผยว่า จากการหารือกับผู้ทรงคุณวุฒิทุกสัปดาห์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สอวช.และมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา จึงได้รวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อร่างประเด็นเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ ในการฟื้นฟูและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ คือ

1. Put Human Security First : ปรับเปลี่ยนจาก “เศรษฐกิจ” เป็นตัวตั้งไปสู่ “ความมั่นคงมนุษย์” เป็นตัวตั้ง ผ่านการสร้างความมั่นคง 4 ด้าน คือ

- ความมั่นคงทางด้านอาหาร รับประกันการเข้าถึงอาหารที่เพียงพอกระจายอย่างทั่วถึง และราคาที่เหมาะสม ตั้งแต่ระดับครัวเรือนชุมชนถึงระดับประเทศ

- ความมั่นคงทางสุขภาพ ยกระดับและเพิ่มศักยภาพของระบบสาธารณสุขและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มีอย่างเพียงพอ พร้อมทั้งส่งเสริมทักษะสุขภาพให้กับประชาชน

- ความมั่นคงทางพลังงานจัดหาพลังงานให้มีอย่างเพียงพอ มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริโภคพลังงาน

- ความมั่นคงทางอาชีพเสริมสร้างทักษะให้คนวัยทำงาน ลงทุนสร้างตำแหน่งงานใหม่รองรับอนาคต และออกแบบระบบตาข่ายทางสังคมใหม่ ให้รองรับแรงงานอิสระและนอกระบบ

2. Moving Beyond GDP : ปรับเปลี่ยนจากมุ่งเน้นการเติบโตของ “GDP” ไปสู่ “Balanced Growth” กล่าวคือสร้างและพัฒนาชุดตัวชี้วัดใหม่ให้กับประเทศที่คำนึงถึงการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน เช่น SDGs ตลอดจนผลักดันการขับเคลื่อนนโยบาย BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) พัฒนาระบบนิเวศเพื่อเข้าสู่การค้าทางดิจิทัลและสังคมไร้เงินสด ในด้านอุตสาหกรรมมุ่งเน้นเรื่อง High Value, High Production, Job Creation และ Smart & Appropriate Technology มุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่นและพัฒนาเครื่องยนต์ที่จะมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต

3. Reinventing in Education and Human Capital : ยกระดับคุณภาพการศึกษาและทุนมนุษย์ โดยการเพิ่มคุณภาพการศึกษากระจายทั่วถึง ปรับโมเดลการเรียนรู้รองรับอนาคตสร้างความเข้มแข็งให้มหาวิทยาลัย การเรียนการสอนผสมออนไลน์ ออฟไลน์ การฝึกงาน การวิจัย และการพัฒนาปัญญาให้ประเทศและชุมชนมุ่งให้เกิดการลงทุน Reskill, Upskill วัยทำงานให้ตอบโจทย์อนาคต รวมถึงขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

4. Leaving No One Behind : แก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำทุกมิติ ทั้งเรื่องการแก้ไขความยากจนรายบุคคล สร้างศักยภาพให้คนยากจนเปลี่ยนคนด้อยโอกาสเป็นคนได้โอกาส ปรับระบบสวัสดิการใหม่ให้ครอบคลุมใช้ Big Data ปรับใช้ UBI (Universal Basic Income) และ TargetingWelfare ตามความเหมาะสม โดยบัตรประชาชนใบเดียวควรตรวจสอบได้ทุกสิทธิ ตลอดจนมีการพัฒนาระบบช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

5. Create Open & Resilient Society : สร้างสังคมเปิดและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงผ่านการมีระบบข้อมูลเปิด และรัฐบาลที่โปร่งใสเปิดโอกาสให้ใช้พลังภูมิปัญญาทั้งสังคมพัฒนาชาติผ่าน Open Collaboration Platform สร้างความเข้มแข็งให้ PPP รวมถึง Social enterprise, Civil Society, จิตอาสารวมถึงเตรียมระบบบริหารจัดการวิกฤตที่มีประสิทธิภาพ


สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีทุกความเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลต่อภาพรวม ดังนั้นควรมีการปรับเปลี่ยนธุรกิจให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ตลอดจนการรักษาสภาพคล่อง กระแสเงินสด ความจำเป็นในการลงทุนและศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลง นับเป็นแนวทางในเบื้องต้นที่ควรศึกษา เพราะแม้เศรษฐกิจจะสามารถฟื้นตัว ดีมานด์จะกลับมา แต่ก็ไม่สามารถยืนยันอะไรได้ว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


10 ข้อเท็จจริงที่ผู้ประกอบการอาจต้องเผชิญหลังโควิด-19

ต้องรอด! การพยุงธุรกิจไม่ให้ล้มจากพิษโควิด


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจของผู้คนไปทั่วโลก…
147325 | 09/06/2020
Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561…
33581 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน…
20574 | 14/06/2019
ฉายภาพประเทศไทย 4 ระยะหลังเผชิญวิกฤตการณ์โควิด-19