‘โดรน’ เทคโนโลยีทางเลือกภาคเกษตร ตอบโจทย์การทำงานฟาร์ม

SME in Focus
10/07/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 5818 คน
‘โดรน’ เทคโนโลยีทางเลือกภาคเกษตร ตอบโจทย์การทำงานฟาร์ม
banner

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่โลกแห่งเทคโนโลยีดิจิทัล 4.0 ซึ่งเป็นยุคที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทุกภาคส่วนให้ก้าวไกลกว่าทุกยุคที่ผ่านมา เป็นการนำนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตรแบบหลากมิติครอบคลุมทุกด้าน โดยเฉพาะนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอันดีจากกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ เพราะได้ทั้งความประหยัด สะดวกสบาย และสนุกสนานในการทำงานไปในคราวเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ในอนาคตอันใกล้บ้านเราอาจต้องมีข้อกฎหมายเกี่ยวกับโดรนออกมาควบคุมการใช้งานโดรนทุกรุ่นไม่เว้นแม้แต่โดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งปัจจุบันยังมีข้อกฎหมายที่คลุมเครือ โดยในบทความนี้ขอละไว้ที่จะไม่เอ่ยถึงเรื่องข้อกฎหมาย แต่จะขอแนะนำโดรนในมิติของการนำมาใช้งานในภาคการเกษตร เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจจากประสบการณ์จริง และเข้าหาแหล่งจำหน่ายโดรนคุณภาพได้อย่างโดนใจ 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

วิวัฒนาการของโดรนเพื่อการเกษตรไทย

โดรน (Drone) ถูกจัดอยู่ในประเภทอากาศยานไร้คนขับ คนในวงการนิยมเรียกขานกันว่า UAV (Unmanned Aerial Vehicle) ส่วนบุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นเครื่องบินบังคับขนาดเล็กที่ย่อส่วนมาจากเครื่องบินลำใหญ่ โดยจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีนี้ถูกผลิตมาเพื่อใช้กับการทหาร ในงานสอดแนมพื้นที่แวดล้อมข้าศึกไปจนถึงสามารถติดอาวุธเข้าไปถล่มค่ายศัตรูได้

ต่อมามีการพัฒนาเป็นโดรนติดกล้องเพื่อถ่ายภาพในมุมสูง ตรวจสภาพจราจร เก็บข้อมูลภูมิศาสตร์และ ใช้ในการส่งสินค้ากันได้แล้ว โดย Amazon เป็นเจ้าแรกในโลกที่ทดลองนำโดรนมาใช้ส่งสินค้าภายในเมืองเดียวกัน แต่ที่น่าตื่นตากว่านั้นก็คือการนำโดรนมาใช้เพื่อการเกษตร หรือที่เรียกกันว่า "โดรนเพื่อการเกษตร" ที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบัน และจะกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่เข้ามากระเพื่อมวงการเกษตรโลกในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

ศาสตราจารย์ เควิน ไฟร์ซ  ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย รัฐแคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้คาดการณ์ว่า โดรนจะผงาดในภาคการเกษตรมากขึ้นกว่าปัจจุบันอีกหลายเท่าตัว ยอดขายในอุตสาหกรรมโดรน 80% จะมาจากภาคการเกษตร และวงการเกษตรนั้นปัจจุบันยังต้องฉีดพ่นสารเคมี อันเกิดผลร้ายต่อสุขภาพของผู้คนมากขึ้น โดรนจึงถูกนำมาใช้งานในภาคการเกษตรด้วยวัตถุประสงค์หลักดังกล่าวนี้ 

ทั้งนี้ ในต่างประเทศได้นำโดรนไปใช้ทำเกษตรสักระยะหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้พ่นปุ๋ย พ่นยา หรือ หว่านเมล็ดพันธุ์พืชก็ดี ประสิทธิภาพการใช้งานโดรนแทนแรงงานคนในเรื่องนี้นั้นให้ผลคุ้มค่าเกิน 90%

สำหรับในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ.2558 - 2560 ที่ผ่านมา ตื่นตัวเรื่องโดรนกันมากมีการนำโดรนมาใช้เพื่อความบันเทิงอย่างแพร่หลาย ซึ่งต่อมานักวิจัยของไทยได้จับโดรนเหล่านั้นมาเป็นต้นแบบพัฒนาโดรนเพื่อการเกษตร จนกลายเป็นนวัตกรรมที่เกษตรกรสามารถสัมผัสและนำไปใช้ได้จริง จากการพัฒนาโดรนแบบประกอบเอง

ผลงานวิจัยของนักวิชาการผู้ชำนาญงานภาครัฐฯ ที่ได้ทำการทดลองวิจัยและพัฒนากันขึ้นมาจนได้เป็นโดรนตัวต้นแบบ ที่มีราคาย่อมเยากว่าโดรนนำเข้าจากต่างประเทศ สนนราคาขายกันอยู่ที่ลำละประมาณ 300,000 – 500,000 บาทไทย  หลังจากมีการเผยแพร่นวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตรสู่สาธารณะชน ได้มีบริษัทเอกชนสนใจนำไปต่อยอดผลิตจำหน่ายภายในประเทศ เพื่อรองรับการทำเกษตรแบบแม่นยำ กับระบบ Smart Farming ที่จะช่วยลดปัจจัยหรือต้นทุนการผลิตแล้ว

ด้านกรมวิชาการเกษตร โดย นายวีระ  สุขประเสริฐ วิศวะกรการเกษตร ชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโดรนตัวต้นแบบที่เพิ่งได้รับรางวัลการันตรีคุณภาพ "รางวัลชนะเลิศ การประกวด UAV  2017 ด้านการเกษตรโดย วช." ในปีที่ผ่านมาว่า

อากาศยานไร้คนขับพ่นสารพิษ คือ หุ่นยนต์ชนิดหนึ่ง เป็นเทคโนโลยีเพื่อรองรับยุทธศาสตร์  Thailand 4.0 โดยสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม โดยเร่งดำเนินการวิจัยและพัฒนาโดรนเพื่อการเกษตรเป็นเครื่องต้นแบบสำเร็จในปลายปี พ.ศ.2559  ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนา 1 ปี ระหว่างการทำเครื่องต้นแบบได้มีการนำไปทดสอบในแปลงเกษตร เน้นพัฒนาการใช้ด้านเกษตรอินทรีย์ สามารถฉีดพ่นสารชีวภาพ เช่น บีที ปุ๋ยชีวภาพ  น้ำส้มควันไม้ ปุ๋ยและฮอร์โมนพืชต่างๆ ได้ดี มีความง่ายในการควบคุมบังคับ มีคุณสมบัติเด่น ได้แก่

- เป็นโดรนแบบมัลติโรเตอร์

- ควบคุมการทำงานด้วยรีโมทร่วมกับไมโครคอนโทรลเลอร์ 32 บิต และไจโร 6 แกน

- ใช้ต้นกำลังจากแบตเตอรี 16,000 มิลิแอมป์

- มีระยะห่างแกนมอเตอร์ใบพัด 90 เซนติเมตร

- บรรจุสารได้ครั้งละ 4 ลิตร

- หน้ากว้างในการฉีดพ่น 5 – 3.0 เมตร

- ความสูงที่เหมาะต่อยอดพืชเป้าหมาย 5 – 2.5 เมตร

- ขนาดกว้าง 100 x ยาว 160 x สูง 50 เซนติเมตร

- น้ำหนักเครื่อง 5 กิโลกรัม

- ราคาระบบ Manual อยู่ที่ 1.5 – 1.7 แสนบาท / ระบบ Auto ประมาณ 2 แสนบาท

รุ่นนี้จะมีสองรูปแบบ ในการบังคับคือแบบ Manual และ Auto โดยแบบ Manual จะบังคับเหมือนกับการเล่นเกม ส่วนแบบ Auto ผู้ใช้งานจะต้องมีความรู้เรื่องระบบจึงจะทำงานได้ราบรื่น โดยในส่วนของเกษตรกร แนะให้ใช้แบบ Manual  จะเหมาะสมต่อการทำงานมากกว่า เพราะควบคุมง่ายๆ ได้ด้วยมือ สำหรับสมรรถภาพของเครื่องนี้จะทำงานเสร็จภายใน 3-4 นาที ต่อไร่ ใน 1 วัน จึงทำงานได้ประมาณ 40- 50 ไร่ต่อวัน

กล่าวสั้นๆ ก็ได้ว่านี่เป็น “โดรนพ่นสารอินทรีย์รุ่น 50  ไร่” สำหรับหลักในการทำงานก็คือ เมื่อฉีดพ่นน้ำยาหมดแล้วก็บินกลับมาเติมสารใหม่แบบนี้เวียนวนไป ละอองการฉีดพ่นด้วยเครื่องโดรน จะมีความฟุ้งกระจายเลื่อมล้ำและเข้าถึงใต้ใบพืชได้ดีกว่าการใช้เครื่องฉีดพ่นยาทั่วไป ทั้งยังไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานอีกด้วย

ดร.ไชยวัฒน์ กล่ำพล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในทีมงานนักวิจัยนวัตกรรมเพื่อการเกษตรที่จะนำผลงาน “โดรน” ที่พัฒนาต่อยอดมาใช้เพื่อการเกษตรมาแสดงโชว์ในงานวันเกษตรแห่งชาติ ปี 2561 ณ มก. บางเขน กล่าวว่า

“โดรนตัวนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากเฮลิคอปเตอร์บังคับที่นำไปแข่ง UAU ชิงแชมป์โลกที่ออสเตรเลีย เป็นเครื่องบินทำภารกิจกู้ภัยสำรวจในส่วนที่คนหรือเครื่องจักรเข้าไปไม่ถึง ต้องบินไปสำรวจหาผู้ประสบภัยไกล 30  กม. แล้วลงจอดเก็บตัวอย่างเลือดก่อนจะบินกลับมา เป็นตัวต้นแบบของโดรนเพื่อการเกษตร

ส่วนโดรนการเกษตรตัวพ่นยานั้นได้รับการดัดแปลงมาจากตัวต้นแบบ ต่อยอดโดยความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า การทำงานของโดรนพ่นยาจะเป็นเฮลิคอปเตอร์เหมือนกับตัวต้นแบบ แต่มีการออกแบบใบพัดพิเศษ ปรับรูปร่างพิเศษ เพื่อให้สามารถบรรทุกได้มากขึ้นโดยใช้แบตเตอรี่เท่าเดิมหรือน้อยลง  ด้วยลักษณะใบพัดพิเศษและรูปทรงที่ดัดแปลงใหม่นี้ จึงสามารถพ่นน้ำยาให้กระจายได้ฟุ้งกว่าปกติกับรุ่นขนาดถังบรรจุ 10 ลิตรที่นำมาจัดแสดงโชว์นี้ ต่อไปจะพัฒนาให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับพื้นที่ขนาดใหญ่ บังคับการบินด้วยโปรแกรมอัตโนมัติกำหนดตามทิศทางได้ว่าจะไปทางไหนระยะทางเท่าใด ด้วยระบบการทำงานที่ไม่ซับซ้อน จึงบังคับง่าย

ซึ่งฝูงบินอากาศยานอัตโนมัติเพื่อภารกิจฝนหลวงและการบินในครั้งนี้ จะเริ่มตั้งแต่การสำรวจดูสุขภาพพืช ทำแผนที่จากภาพถ่ายในอากาศ เพื่อทำการสำรวจพื้นที่แปลงเกษตรก่อน พอได้ข้อมูลตรงนั้นแล้วก็จะมีส่วนอากาศยานของการให้ปุ๋ยแบบแม่นยำ เพื่อทำการเกษตรแบบแม่นยำตามรูปแบบ Smart Farming  ซึ่งเป็นโดรนตัวนี้ เป็นตัวให้สารได้อย่างแม่นยำ โดยอิงจากข้อมูลความสมบูรณ์ของพืช และต่อไปจะเป็นงานต่อยอดที่ Advance มากขึ้น

ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานในระดับบุคคลทั่วไป ให้สามารถนำไปใช้สำรวจเรื่องโรคแมลง ด้วยราคาที่ไม่สูงมาก หรือประมาณ 2.5 แสนบาท หากท่านใดสนใจจะนำไปใช้งานจริงสามารถติดต่อสอบถามเป็นการส่วนตัวได้ที่ Facebook : Isaaclab.aeroku หรือ โทร.08-4309-1926


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


‘โดรน’ เดลิเวอรี่มาแรง! ยุคเกษตรยุค 4.0 

ตัวอย่างเกษตรกรยุคใหม่ ใช้นวัตกรรมเพิ่มผลผลิต


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจของผู้คนไปทั่วโลก…
pin
151433 | 09/06/2020
ซีเอส ฟาร์ม 'บริหารยืดหยุ่น' ความจัดเจนของฟาร์มปลาเมืองสุพรรณ

ซีเอส ฟาร์ม 'บริหารยืดหยุ่น' ความจัดเจนของฟาร์มปลาเมืองสุพรรณ

"บางระกำ ลำพระยา บางปลา สองพี่น้อง บางปลาม้า เก้าห้อง ลอยละล่องขึ้นสุพรรณ" แว่วเสียงร้องของคนเรือเมล์ วรรคทองจากวรรณกรรมเรื่อง ‘เจ้าพ่อ–เจ้าเมือง’…
pin
63040 | 13/06/2021
Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561…
pin
35636 | 02/07/2019
‘โดรน’ เทคโนโลยีทางเลือกภาคเกษตร ตอบโจทย์การทำงานฟาร์ม