คอกาแฟควรรู้ ‘คาเฟอีน’ ระดับไหนจึงเหมาะสมต่อวัน

Edutainment
01/09/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 13705 คน
คอกาแฟควรรู้ ‘คาเฟอีน’ ระดับไหนจึงเหมาะสมต่อวัน
banner

“คาเฟอีน” เป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารประกอบที่เรียกว่าเมทิลแซนไทน์ พบได้ในพืชกว่า 60 ชนิดทั่วโลกรวมทั้งเมล็ดกาแฟ ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งในสมอง มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง มีผลทางบวกคือทำให้ร่างกายเกิดความตื่นตัวและลดความง่วงได้ โดยปกติกาแฟถือเป็นเครื่องดื่มที่ใช้กระตุ้นการตื่นตัวของคนทั่วไป

โดยอาหารและเครื่องดื่มทั่วไปหลายอย่างมีคาเฟอีนตามธรรมชาติ เช่น กาแฟ ชา (ทั้งชาดำและชาเขียว) และช็อกโกแลต นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มคาเฟอีนลงในเครื่องดื่มต่างๆ ได้ เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำอัดลม ทั้งชาและกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลก

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

คาเฟอีนมีผลต่อร่างกายและหัวใจอย่างไร ?

คาเฟอีนมีผลทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ประโยชน์หลักๆ ของคาเฟอีนที่มี คือเมื่อร่างกายเหนื่อยต้องการการตื่นตัว คาเฟอีนจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า และเพิ่มสมาธิ อย่างไรก็ตามอาจมีผลข้างเคียงที่เป็นลบสำหรับบางคน เนื่องจากคาเฟอีนส่งผลกระทบต่อทุกคนแตกต่างกัน และบางคนอาจไวต่อคาเฟอีนมากกว่าคนทั่วไป

คาเฟอีนส่งผลต่อการทำงานของเอมไซม์ในหัวใจ รวมถึงสามารถกระตุ้นการหลั่งสารอะดรีนาลีน ทำให้หัวใจบีบตัวแรงเร็วขึ้น ดังนั้นในบางครั้งผู้ที่ทานคาเฟอีนจึงรู้สึกกระวนกระวายใจ หงุดหงิด ใจสั่น มีอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้น จากการศึกษาส่วนใหญ่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างโรคหัวใจกับการดื่มกาแฟ บางการศึกษาเห็นประโยชน์เล็กน้อย เมื่อพิจารณาถึงการบริโภคกาแฟในระดับปานกลาง ปัญหาอื่นที่พบได้บ่อย เช่น การรบกวนการนอนหลับ ถ้าดื่มคาเฟอีนใกล้เวลาเข้านอนมากเกินไป

แต่หากในกรณีดื่มกาแฟมากๆ เช่นมากกว่า 3 แก้วต่อวัน หรือมากกว่า 250 มก. สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้หลายชนิด เช่น หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ, หัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว หรือ Atrial Fibrillation ในบางรายอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะได้ แต่มักพบในรายที่ได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่สูงมาก เช่นมากกว่า 10 แก้วต่อวัน ดังนั้นถ้ามีอาการใจสั่น หายใจไม่อิ่ม รู้สึกหัวใจสะดุด หัวใจเต้นเร็ว แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

สำหรับผลกระทบของคาเฟอีนต่อความดันโลหิตอาจเกิดขึ้นได้ชั่วคราว ในกรณีคนที่ไม่ได้บริโภคคาเฟอีนเป็นประจำ อาจมีความดันโลหิตเพิ่มขึ้น แต่เป็นแค่ช่วงเวลานั้นใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมงเท่านั้น อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อความดันโลหิตจะพบได้น้อยกว่าในคนที่บริโภคคาเฟอีนเป็นประจำ

 

ดื่มกาแฟ หรือรับคาเฟอีนแค่ไหนที่มากเกินไป ?

ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ปริมาณคาเฟอีนสูงสุด 400 มก. ต่อวัน และไม่เกิน 200 มก. ในการดื่มครั้งเดียว เนื่องจากแหล่งอาหารและเครื่องดื่มของคาเฟอีนอาจแตกต่างกันไปปริมาณคาเฟอีนก็เช่นกัน ตัวอย่างเช่นกาแฟหนึ่งถ้วยมักจะมีคาเฟอีนมากกว่าชา 1 ถ้วย คาเฟอีนในกาแฟชงโดยปกติจะมีปริมาณคาเฟอีนประมาณอยู่ 95–200 มก. ต่อถ้วย กาแฟสำเร็จรูปมีปริมาณประมาณ 27–173 มก. ต่อถ้วย ชาดำมีประมาณ 40–120 มก. ต่อถ้วย ชาเขียวประมาณ 25-29 มก. ต่อถ้วย

ทั้งนี้สำหรับชา ปริมาณคาเฟอีนขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ชง ระยะเวลาในการชง และคุณภาพของชาอีกด้วย การดื่มคาเฟอีนในระดับที่สูงเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะกังวล กระสับกระส่าย ตื่นกลัวง่าย ความดันโลหิตสูง กรดในกระเพาะหลั่งเพิ่มขึ้น ภาวะลำไส้ปั่นป่วน และนอนไม่หลับ อย่างไรก็ดีอาการดังกล่าวสามารถหายไป เมื่อระดับคาเฟอีนในร่างกายลดลง และยังไม่มีรายงานการเกิดผลกระทบในระยะยาว

 

การดื่มคาเฟอีนในระดับปานกลาง

บางครั้งการดื่มคาเฟอีนอาจเพิ่มขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป การดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะต่อวัน สามารถช่วยให้รู้สึกดี และเพื่อป้องกันผลข้างเคียงของการดื่มคาเฟอีนที่มากเกินไปต่อวัน สามารถลดปริมาณคาเฟอีนต่อวันได้ดังนี้ เปลี่ยนกาแฟปกติเป็น Decaf และชาดำ Decaf เปลี่ยนชาปกติเป็นชาสมุนไพรที่ปราศจากคาเฟอีน เช่น เปปเปอร์มินต์ คาโมไมล์ เบอร์รี่

คำแนะนำจากแพทย์

คาเฟอีนไม่สามารถทดแทนการออกกำลังกาย การนอนหลับ หรือการรับประทานให้เหมาะสมมีประโยชน์ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหัวใจที่ดีได้ คาเฟอีนในปริมาณปานกลางควรเป็นประโยชน์สำหรับคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ผู้บริโภคโปรดจำไว้ว่าขีดจำกัดที่แนะนำคือ 400 มก. ต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่เป็นลบ สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าเราทุกคนแตกต่างกันและพวกเราบางคนมีความไวต่อคาเฟอีนมากกว่าคนอื่นๆ ความไวเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดอาการเชิงลบหลายประการดังกล่าวข้างต้น

หากคุณพบว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้ ให้จดบันทึกปริมาณคาเฟอีนที่คุณบริโภคและค่อยๆ ลดปริมาณลงทีละน้อยในการดื่มคาเฟอีนแต่ละครั้ง คาเฟอีนยังคงอยู่ในระบบร่างกายประมาณหกชั่วโมงหลังจากการดื่มถ้วยสุดท้าย การนอนหลับอย่างมีคุณภาพมีความสำคัญต่อการรักษาสุขภาพและการป้องกันโรค ระวังว่าการดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือเย็นจะทำให้คุณนอนหลับช้ากว่าปกติ

 

แหล่งอ้างอิง : โรงพยาบาลสุขุมวิท


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


ส่องแนวโน้มตลาดกาแฟไทยช่วงโควิด-19

ส่องเทรนด์ธุรกิจร้านคาเฟ่ในกัมพูชา


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า…
323863 | 02/07/2019
10 เรื่องต้องรู้เพื่อเอาตัวให้อยู่รอดปลอดจากโควิด-19

10 เรื่องต้องรู้เพื่อเอาตัวให้อยู่รอดปลอดจากโควิด-19

หลังมีการปกปิดข้อมูลจากบุคคลที่กลับมาจากการเดินทางในประเทศเสี่ยง จนเกิดการแพร่ระบาดในประเทศไทยบานปลาย และคาดว่าจะมีผู้คนเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการปกปิดข้อมูลในครั้งนี้กว่าสองพันคน…
279253 | 06/03/2020
เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

คำถามปลายเปิด... งานอดิเรก ก็คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งานหลัก ไม่ต้องนับว่ามันเป็นงานด้วยซ้ำ เพราะเป็นรูปแบบการพักผ่อนอย่างหนึ่งในยามว่าง หรือแม้ยามไม่ว่าง…
267296 | 12/06/2019
คอกาแฟควรรู้ ‘คาเฟอีน’ ระดับไหนจึงเหมาะสมต่อวัน