ผู้ค้าตลาดนัด-ออนไลน์ รู้ไหม..ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

SME Update
04/03/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 4679 คน
ผู้ค้าตลาดนัด-ออนไลน์ รู้ไหม..ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?
banner

‘อาชีพขายของออนไลน์ - ตลาดนัด’ ช่วยสร้างรายได้งาม ไม่ต้องลาออกจากงานประจำก็ทำได้ อาชีพนี้จึงกลายเป็นแหล่งรายได้ยอดนิยม เมื่อมีรายได้หน้าที่สำคัญตามมาก็คือ ‘การเสียภาษี’ ซึ่งปีนี้กรมสรรพากรเริ่มเอาจริงเอาจังกับพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายที่มีรายได้แต่ไม่ยื่นภาษีให้ถูกต้อง ดังนั้นมาดูกันว่าสิ่งจำเป็นต้องรู้สำหรับพ่อค้า-แม่ค้าตลาดนัดหรือขายของออนไลน์เกี่ยวกับการเสียภาษีมีอะไรบ้าง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ขายของออนไลน์-ตลาดนัดต้องเสียภาษีแบบไหน?

หากไม่ได้มีการเปิดหรือจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท จะถือเป็นการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งถูกจัดอยู่ในเงินได้ประเภทที่ 8 คือเงินได้จากการค้าขาย และช่วงเวลาที่พ่อค้าแม่ค้าต้องยื่นภาษีจะมีอยู่ 2 ช่วงคือ

- ยื่นภาษีสิ้นปี (ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90) ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม เป็นการสรุปรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา

- ยื่นภาษีกลางปี (ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94) ช่วงเดือนกรกฏาคม-กันยายน เป็นการสรุปรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีภาษีแรกที่ผ่านมา โดยที่ค่าลดหย่อนบางรายการจะถูกหักเหลือครึ่งหนึ่งด้วย เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัวจะลดลงจาก 30,000 บาท เหลือ 15,000 บาท

 

ขายของตลาดนัด-ออนไลน์เสียภาษีเงินได้อย่างไร รายได้เท่าไหร่ถึงเสียภาษี?

(ตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายเหมา 60% และมีเฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท)

- มีรายได้ทั้งปีเกิน 60,000 บาท ถึง 525,049 บาท ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้ แต่ไม่มีภาษีต้องเสีย

- มีรายได้ทั้งปี 525,050 บาทขึ้นไป ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้ และต้องเสียภาษี เริ่มต้น 1 บาท

- มีรายได้ทั้งปี 1,000,001 บาท ต้องเสียภาษี 11,500 บาท

- มีรายได้ทั้งปี 2,000,000 บาท ต้องเสียภาษี 63,500 บาท

อย่างไรก็ตาม หากมีเอกสารค่าใช้จ่ายจริง เช่น ค่าวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิต ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ค่าจ้างลูกจ้าง หรือค้าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขาย และพิสูจน์ได้ว่ามีค่าใช้จ่ายจริงมากกว่าการหักค่าใช้จ่ายเหมา เมื่อนำไปคำนวณภาษีแล้ว สามารถลดจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียได้

 

ค่าใช้จ่ายที่นำมาคิดภาษีร้านค้าออนไลน์มีกี่แบบ?

1. หักค่าใช้จ่ายตามอัตรา 60% สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ซื้อมา ขายไป ไม่ได้ผลิตเอง

2. หักค่าใช้จ่ายตามจริง สำหรับร้านค้าที่ผลิตสินค้าเอง แต่กรณีนี้ต้องมีเอกสารที่ต้องใช้ยื่นเพื่อยันยืนความถูกต้อง

3. หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา คือคิดภาษี 0.5% หากมีรายได้จากการขายของออนไลน์มากกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)

 

ร้านค้าตลาดนัด-ออนไลน์ มีรายได้เกินปีละ 1-1.8 ล้านบาท ต้องเสียภาษี

เมื่อเปิดร้านค้าออนไลน์ขึ้นมาแล้วและเกิดรายได้ขึ้นมา ผู้ประกอบการจะเกี่ยวข้องกับการเสียภาษี 2 ประเภทก็คือ ภาษีเงินได้ และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หากเป็นร้านค้าธรรมดาต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยการคำนวณจากเงินได้สุทธิ แต่ถ้าจดทะเบียนเป็นบริษัท นิติบุคคล เป็นห้างหุ้นส่วนหรือในรูปแบบของบริษัท ก็ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ

หากมีรายได้จากการขายทั้งปี 1,800,000 บาทขึ้นไป ซึ่งรายรับจากการขายนี้หรือยังไม่ได้รับยกเว้นจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ต้องยื่นคำขอร้องจดทะเบียนภาษี และยื่นในรูปแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) และจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)

เงินได้จากการขายของออนไลน์ตลาดนัดถือเป็นเงินประเภทที่ 8 (เงินได้ประเภทอื่นๆ) สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธีคือ แบบเหมารวมในอัตรา 80% ของรายได้ และแบบตามความจำเป็น/ตามสมควร โดยส่วนที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่าย ให้นำมาหักค่าลดหย่อนตามกฎหมายเพื่อคำนวณเงินได้สุทธิในขั้นต่อไป

ข้อควรรู้เรื่องภาษีออนไลน์ ‘อี-เพย์เมนต์’ (e-Payment)

กรมสรรพากรรู้ว่ามีการขายของออนไลน์เกิดขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีกฎหมายออกมารองรับให้ทางสถาบันการเงินต้องส่งข้อมูลการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า “อี-เพย์เมนต์ (e-Payment)” ที่เริ่มมีผลบังคับใช้จริงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 63 เพื่อให้ทางสรรพากรตรวจสอบแต่ไม่ได้ตรวจสอบทุกบัญชี โดยจะมีเงื่อนไขที่เข้าข่ายโดนสรรพากรตรวจสอบดังนี้

- เมื่อมีการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชี 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป ไม่ว่ายอดรวมทั้งหมดจะกี่บาทก็ตาม

- ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกัน 400 ครั้งขึ้นไป และมียอดเงินรวมเกิน 2 ล้านบาท

*หากทางธนาคารพบว่าบัญชีใดเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งจะมีสิทธิ์ถูกตรวจสอบ และทำการส่งข้อมูลเข้าระบบให้กรมสรรพากรต่อไป

 

การเสียภาษีถือเป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้ ซึ่งผู้เป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ตลาดนัดก็ถือว่าเป็นผู้มีรายได้เช่นกัน หากไม่ทำการยื่นภาษีก็อาจโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง และต้องเสียค่าปรับอีกด้วย ดังนั้นการทำให้ถูกต้องตามกฎหมายจึงเป็นการดีที่สุด

 

แหล่งอ้างอิง :

https://www.rd.go.th/   



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<

 

 

 


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

จัดอบรมพนักงานอย่างไร? ให้ได้ประสิทธิภาพแต่ต้นทุนต่ำสุด

จัดอบรมพนักงานอย่างไร? ให้ได้ประสิทธิภาพแต่ต้นทุนต่ำสุด

หลายคนคงทราบกันดีว่า การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และช่วยให้องค์กรมีโอกาสที่จะเติบโตได้ดีขึ้นก็คือ การจัดงานสัมมนา หรือการจัดอบรมเวิร์คช็อปให้กับพนักงานในองค์กรเพื่อเป็นการเพิ่มความรู้…
pin
173 | 15/08/2022
Bnomics | จับตาการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบสองปีในสัปดาห์หน้า

Bnomics | จับตาการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบสองปีในสัปดาห์หน้า

สภาวะทางเศรษฐกิจโดยรวมและการส่งสัญญาณจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บ่งชี้ว่า จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินสัปดาห์หน้า โดยการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้…
pin
230 | 05/08/2022
พรุ่งนี้วันจันทร์!! วิธีง่ายๆ เตรียมตัวอย่างไร? ให้พร้อมทำงานอย่างมีความสุข

พรุ่งนี้วันจันทร์!! วิธีง่ายๆ เตรียมตัวอย่างไร? ให้พร้อมทำงานอย่างมีความสุข

‘พรุ่งนี้วันจันทร์’ ประโยคสุดฮอตในวันอาทิตย์ของเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่เป็นโรคเกลียดวันจันทร์ เพราะวันจันทร์คือวันที่ต้องเริ่มต้นทำงานของสัปดาห์…
pin
320 | 31/07/2022
ผู้ค้าตลาดนัด-ออนไลน์ รู้ไหม..ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?