Remote Working ฝันหวานมนุษย์เงินเดือน

Edutainment
28/11/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 1712 คน
Remote Working ฝันหวานมนุษย์เงินเดือน
banner

เรื่องของการทำงานทางไกลแบบ Remote Working เป็นที่นิยมมากขึ้นในต่างประเทศทั้ง สหรัฐอเมริกา ยุโรป ในเอเชียก็มีหลายประเทศ ตัวอย่างเอกชน อาทิ  Dell Amazon Toyota Apple และบริษัทชั้นนำของโลก คือทำงานแบบที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ สามารถทำงานที่บ้านได้เลย ขอแค่มีงานมาส่งเท่านั้นพอ มันเป็นความฝันของมนุษย์เงินเดือนในประเทศไทยมาอย่างช้านาน  

เป็นการการันตีให้รู้ว่าจริงๆ แล้ว การทำงานทางไกลก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป ไม่อย่างนั้นบริษัทใหญ่ๆ คงไม่ปรับตัวและยอมรับความเสี่ยงตรงนี้แน่ๆ แต่มันจะมีข้อดี ข้อเสียยังไงบ้างนั้น ไปศึกษาหาคำตอบพร้อมกันเลยดีกว่า

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


Remote Working คืออะไร

การทำงานแบบ Remote Working เป็นการทำงานยุคใหม่ที่แตกต่างจากสมัยก่อนโดยสิ้นเชิง เพราะมันเป็นการทำงานโดยที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ สามารถทำงานทางไกลจากที่ไหนก็ได้เลยที่คุณสบายใจ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องไม่เสียงาน เพราะสามารถคุยกัน ติดต่อ สื่อสาร หรือพูดคุยประชุม ผ่านออนไลน์ได้หมด หรือนานๆ ทีอาจจะมีนัดเจอกันเพื่อสรุปงานบ้าง แต่ทุกกระบวนการต้องนำมาสู่ผลงานที่มีคุณภาพ และตรวจเช็คได้ตลอดเวลา นี่คือคอนเซปต์ของการทำงานแบบ Remote Working ที่องค์กรใหม่ๆ ให้ความสนใจ

 

ทำงานออฟฟิศวันละ 8 ชั่วโมงไม่ใช่คำตอบ

จากการศึกษาของวารสาร Journal of Environment Psychology เค้าได้ทำการศึกษาพนักงาน 40,000 คน จาก 300 บริษัท และคำตอบที่ได้ก็ออกมาในทิศทางเดียวกันว่า การทำงานในออฟฟิศทำให้พวกเค้าโดนรบกวนตลอดเวลา ทำให้สมาธิในการทำงานหายไป ทำให้คิดอะไรไม่ออก ซึ่งเป็นฝันร้ายที่สุดของคนทำงานเลยก็ว่าได้

สมัยก่อนเราจะต้องเข้างาน 9 โมง เลิกงาน 6 โมง ซึ่งแน่นอนว่ามันกินเวลาชีวิตไปเยอะมาก ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาทำงานเท่านั้น แต่ทั้งการที่ต้องเผชิญหน้ากับรถติดทั้งไปและกลับ วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1-2 ชั่วโมง

การบังคับให้คนเข้าไปนั่งในออฟฟิศวันละ 8 ชั่วโมง หรือสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง ไม่ได้การันตีว่า Productivity จะดีตลอด เพราะสุดท้ายเมื่อพนักงานรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะคิดงานออก พวกเขาก็จะเสียเวลาไปกับการนั่งเล่นอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย ยูทูป เพื่อฆ่าเวลาให้หมดไปในแต่ละวัน

การกำหนดให้คนเข้างานเช้า เข้างาน 9 โมง ส่วนมากก็จะมากันให้ถึงตอนใกล้ๆ 9 แบบไม่ให้สาย แต่ก็ไม่ได้ไว มาถึงแล้วก็ใช่ว่าจะเริ่มงานเลย แต่จะมีการเอาข้าวเอาปลามากินกันก่อน เปิดคอมฯทิ้งไว้ และนั่งหาอะไรดู ซึ่งกว่าจะเริ่มจริงๆ ก็อาจจะ 10 โมง

เป็นเพราะการทำงานแบบนี้มันเป็นเหมือนกฎระเบียบที่คอยบังคับเอาไว้เท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนมายด์เซ็ตในการทำงานของคนคนหนึ่งให้มีความขยันเพิ่มมากขึ้นแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นการทำงานแบบ Remote Working จึงเป็นตัวแปรที่จะช่วยให้ทั้งเจ้าของออฟฟิศ และคนทำงานทุกคน Win-Win ได้ทั้ง 2 ฝ่าย

 

Remote Working นายจ้างวิน ลูกจ้างก็แฮปปี้

1. ประหยัดค่าเดินทาง : ข้อนี้คงไม่มีใครปฏิเสธแน่ๆ เพราะมันเป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องทำงานในเมือง แทบจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนั่งรถหลายต่อเพื่อให้มาทันเวลาทำงาน ไหนจะค่ารถไฟฟ้า ค่าแท็กซี่ ค่ารถตู้ ค่าทางด่วน ซึ่งถ้าทำงานแบบ Remote Working อยู่บ้านคุณจะไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ลูกทีมแฮปปี้ คุณก็แฮปปี้

2. มีเวลาเพิ่มมากขึ้น : การเดินทางในแต่ละวันนี่เป็นตัวทำลายกำลังใจในการทำงานมาก ตื่นมาตอนเช้าแค่คิดภาพว่าต้องไปเผชิญกับรถติด คนแน่นขนัดบน BTS ก็ทำให้หมดพลังใจแล้ว บางคนเดินทางไปกลับวันละไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งมันทำให้ทุกอย่างพังไปหมด ถ้าคุณได้ลอง Remote Working ดูจะรู้ว่าเวลาที่เพิ่มขึ้นมาในวันวันหนึ่งมันเยอะมากจริงๆ

3. ต้นทุนบริษัทลดลง: อย่าลืมว่าในฐานะผู้ประกอบการ เราเองก็ต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟ ยิ่งคนเยอะ ก็ยิ่งต้องจ่ายเยอะ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ทำงานแบบ Remote Working คุณจะรู้เลยว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้มันลดลงอย่างเห็นได้ชัด และตัวพนักงานเองก็ไม่ต้องเสียค่าเดินทาง ไม่ต้องเปลืองปริมาณน้ำหอม ไม่ต้องใช้ไดร์เป่าผมออกไปเจอใครให้ดูดี ปัจจัยเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้พอรวมกันทุกวันก็ประหยัดค่าสาธารณูปโภคไปได้เยอะมาก แบบไม่น่าเชื่อเลย

4. งานออกมามีประสิทธิภาพ : เมื่อพนักงานไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเครียดรถติด สภาพจิตใจก็จะดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งการทำงานในออฟฟิศก็อาจจะมีการรบกวนกัน ชวนคุย หรือมีคนเข้ามาแทรกอยู่ตลอดเวลา ทำให้งานไม่เดินอย่างที่ควรจะเป็น การมีสมาธิอยู่กับตัวเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

ปัญหาที่ต้องเจอแน่นอนในการทำ Remote Working

1. สื่อสารยาก เข้าใจไม่ตรงกัน : แน่นอนว่าการสื่อสารต้องเป็นปัญหาอยู่แล้ว เพราะอาจไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน เวลาทักไลน์ไปถามเรื่องงาน ก็อาจจะต้องรอเวลาสักนิดกว่าจะได้รับคำตอบ แต่แก้ไขได้ด้วยการ กำหนดช่วงเวลาแห่งการสอบถามขึ้นมา ว่าวันหนึ่งจะต้องมีช่วงที่สแตนด์บายรอคนติดต่อสอบถามตอนช่วงกี่โมงถึงกี่โมง เป็นต้น

2. มองไม่เห็นความเคลื่อนไหว : เพราะการทำงานที่แบ่งคนไปทำแต่ละหน้าที่ บางคนก็อาจจะไม่ได้อัปเดตความเคลื่อนไหวให้รับทราบ มารู้อีกทีก็เสร็จแล้ว ซึ่งบางครั้งก็อาจทำพลาด ทำผิด ทำให้ต้องแก้ไขโดยไม่จำเป็นและเสียเวลา แต่ปัญหานี้ก็แก้ไขได้ด้วยการกำหนดวันนัดหมายประชุมอัปเดตความเคลื่อนไหวของแต่ละคน

 

หลักในการทำงานแบบ Remote Working ให้ได้ประสิทธิภาพ

1. มีการติดตามความเคลื่อนไหวผ่านอีเมล หรือช่องทางการสื่อสารงานในออฟฟิศทุกสัปดาห์ ประเมินรายเดือน

2. กำหนดเวลาเข้างานให้ชัดเจน เช่น 10 โมงทุกคนต้องติดต่อพูดคุยเรื่องงานได้ งานด่วน งานเร่ง ทวงได้ไม่จำกัดเวลา

3. อธิบายให้ชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องการ อยากได้อะไร เมื่อไหร่ ตอนไหน เพราะการทำงานในแต่ละวันของแต่ละคนไม่เท่ากัน

4. ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบ สิ่งนี้ไม่สามารถสอนกันได้ เพียงแต่คุณต้องเลือกคนที่เหมาะสมกับองค์กรเข้ามาตั้งแต่แรกในวันสัมภาษณ์ได้ แม้จะเลือกผิดพลาดก็ยังเวลาปฏิเสธได้ถึง 3 เดือนช่วงทดลองงาน


สุดท้ายแล้วเราไม่จำเป็นต้อง Remote Working ทุกวัน ไม่จำเป็นต้องสุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง แต่สามารถปรับใช้ได้ตามสถานการณ์ เช่น อาทิตย์ไหนที่มีงานน้อย ก็สามารถทำงานแบบ Remote working ได้ หรือวันไหนที่มีรถติดมาก มีรับปริญญา มีฝุ่น PM2.5 หรือเหตุการณ์ที่มันกระทบกับคุณภาพชีวิตของพนักงาน ก็สามารถทำ Remote Working ได้เช่นกัน เป็นเหมือนสวัสดิการให้พนักงานผูกพันกับองค์กรนั่นเอง ทุกอย่างต้องปรับใช้ตามความเหมาะสม 


โอกาสทองสร้างทีม “ทริปท่องเที่ยวประจำปี”

สร้างสุขให้พนักงาน เท่ากับสร้างกำไรให้บริษัท


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า…
323900 | 02/07/2019
10 เรื่องต้องรู้เพื่อเอาตัวให้อยู่รอดปลอดจากโควิด-19

10 เรื่องต้องรู้เพื่อเอาตัวให้อยู่รอดปลอดจากโควิด-19

หลังมีการปกปิดข้อมูลจากบุคคลที่กลับมาจากการเดินทางในประเทศเสี่ยง จนเกิดการแพร่ระบาดในประเทศไทยบานปลาย และคาดว่าจะมีผู้คนเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการปกปิดข้อมูลในครั้งนี้กว่าสองพันคน…
279299 | 06/03/2020
เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

เหตุผลที่คนเราควรหางานอดิเรกทำ

คำถามปลายเปิด... งานอดิเรก ก็คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งานหลัก ไม่ต้องนับว่ามันเป็นงานด้วยซ้ำ เพราะเป็นรูปแบบการพักผ่อนอย่างหนึ่งในยามว่าง หรือแม้ยามไม่ว่าง…
267360 | 12/06/2019
Remote Working ฝันหวานมนุษย์เงินเดือน