อยู่บ้านเพิ่มยอดขายด้วย ‘วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง’

SME in Focus
13/05/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 249 คน
อยู่บ้านเพิ่มยอดขายด้วย ‘วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง’
banner

จากมาตรการ “อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ” ของรัฐบาล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องตัดสินใจหยุดกิจกรรมจนกว่าภาวะวิกฤตนี้จะดีขึ้น ตามด้วยการปรับตัวสู่ New Normal หรือความปกติแบบใหม่ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ พฤติกรรม การปฏิบัติต่างๆ ที่เราไม่คุ้นเคย หรือเคยเป็นสิ่งที่ผิดปกติก่อนหน้านี้ แต่กลายมาเป็นมาตรฐานปกติในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้โควิด-19 กลับมาระบาดซ้ำอีกรอบและจนกว่าวงการแพทย์จะสามารถคิดค้นยารักษาและวัคซีนป้องกันได้ เข้าใจกันง่ายๆ ว่า ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจจะต้องหยุดชะงักแบบชั่วคราว แต่ก็ใช่ว่าจะต้องหยุดทำทุกสิ่งทุกอย่างตามไปด้วย ในช่วงเวลานี้ผู้ประกอบการหลายรายได้เดินตามโมเดล อยู่บ้านให้เกิดยอดขายทั้งการคิดแผนการตลาด กลยุทธ์ใหม่ในการฟื้นฟูธุรกิจ การเชื่อมต่อกับช่องทางออนไลน์ การหาองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อให้หลังผ่านพ้นภาวะวิกฤตนี้จะกลับมาฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ปัจจุบันธุรกิจหลายประเภทได้หันมาให้ความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับการทำตลาดอย่าง วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง ที่ถือเป็นกลยุทธ์ขั้นเทพสำหรับการสร้างแบรนด์ สินค้าและผลิตภัณฑ์ เพราะสามารถเข้าถึงประชากรกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลกที่ใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน จึงถือเป็นเครื่องมือทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่ครองใจผู้บริโภคแถมยังช่วยสร้างการจดจำและจูงใจให้เข้าถึงแบรนด์สินค้าและผลิตภัณฑ์ได้ง่ายอีกด้วย

อ้างอิงจากข้อมูลโครงการของ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA ที่ได้ดำเนินโครงการอบรมให้ความรู้ในหลักสูตรเรียนออนไลน์ วิชาวิดีโอมาร์เก็ตติ้ง (Video Marketing) ITE002’ จากแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ ที่เรียกว่า ‘E-Academy’ สำหรับผู้ประกอบการไทยให้เตรียมความพร้อม และเพิ่มทักษะการลงมือทำวิดีโอมาร์เก็ตติ้ง เพื่อต่อยอดกลยุทธ์การขายออนไลน์ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

3 เรื่องที่ต้องรู้และเตรียมตัวก่อนใช้วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง 

1. เหตุผลที่ต้องใช้วิดีโอในธุรกิจ : ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันผ่านมือถือ ชอบดู ชอบแชร์ วิดีโอมากขึ้น เมื่อคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งและวิดีโอมาเจอกัน จึงสามารถเข้าถึงความคิดของผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน โดยผู้บริโภคจะแชร์คอนเทนต์ที่โดนใจ ซึ่งจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้พวกเขาเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของแบรนด์ได้บ่อยขึ้น และยังง่ายขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายต่อการค้นหา และสามารถสร้างการรับรู้ของสินค้าและผลิตภัณฑ์ได้

2. เตรียมพร้อมก่อนผลิตคอนเทนต์ : ต้องวางคอนเซ็ปต์ของวิดีโอให้ถูกต้อง เพื่อจะได้วางแผนระยะยาวถึงการเลือกช่องทางการเผยแพร่ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ต้องเข้าใจกลุ่มลูกค้าไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ พฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ และรายได้ของกลุ่มเป้าหมาย หากกลุ่มเป้าหมายชัดและเคลียร์ การผลิตวิดีโอจะง่ายมากขึ้น และตรงโจทย์ ตรงจุด ตรงใจคนดู โดยกระบวนการวางแผนก่อนจะผลิตวิดีโอคอนเทนต์นั้น จะสามารถแบ่งคอนเซ็ปต์ออกเป็น 3 แบบ ดังนี้

- Hero Video  เป็นการผลิตวิดีโอที่เน้นไปในการสร้าง Awareness ด้วยการดึงอารมณ์ของลูกค้าให้มีส่วนร่วมในความรู้สึก ซึ่งการผลิตวิดีโอรูปแบบนี้ จะมีค่าใช้จ่ายในการผลิตคอนเทนต์สูงกว่าประเภทอื่น เพราะต้องพิถีพิถันในการร่างสตอรี่บอร์ดให้แข็งแรง ที่จะสามารถเข้าถึงอารมณ์ของลูกค้าได้

- Hub Video  เป็นการผลิตคอนเทนต์ที่จะสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าให้ง่าย ผ่านการใช้กิจกรรมที่จะสร้างประสบการณ์ร่วมกันกับกลุ่มลูกค้าโดยตรง เสมือนการสร้างคอมมูนิตี้ระหว่างแบรนด์สินค้ากับลูกค้า

- Help Video  เป็นการผลิตคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่เป็นการแบ่งปันเนื้อหา สาระ เทคนิคต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับแบรนด์และสินค้า เพื่อทำให้ผู้ชมสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น เป็นเหมือนตัวช่วยให้กับลูกค้าที่ใกล้ชิดขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุดในการผลิตวิดีโอคอนเทนต์นั้น คือต้องสามารถวิเคราะห์ความต้องการว่าต้องการสื่อสารอะไร ไปถึงใคร ลูกค้าของเราคือใคร และมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน หากเราศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนแล้วนั้น การผลิตวิดีโอคอนเทนต์ เพื่อนำไปใช้สร้างผลลัพธ์ทางการตลาดนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยาก


3. เลือกช่องทางเผยแพร่ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย : ช่องทางการเผยแพร่วิดีโอสำคัญ คือหากเลือกแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้จำนวนมาก ก็มีโอกาสสูงที่วิดีโอของจะเข้าถึงผู้ชมได้ โดยเฉพาะความนิยมของแต่ละภูมิภาค แต่ละประเทศ รวมถึงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายนั้นๆ ด้วย 

ตัวอย่างเช่น ประเทศในกลุ่มเอเชีย Facebook และ Youtube ยังเป็นช่องทางที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด เมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ ดังนั้นการเจาะลึกถึงเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ในแต่ละแอพพลิเคชั่น ในการเผยแพร่วิดีโอมาร์เก็ตติ้งนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในช่วงเวลานี้ และในกรณีที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช้งานผ่านอุปกรณ์ที่แตกต่าง ก็ควรสร้างวีดีโอที่มีลักษณะเฉพาะสำหรับช่องทางนั้นๆ และไม่ควรใช้วีดีโอชิ้นเดิม เพราะผู้ใช้คนเดียวไม่ได้ใช้โซเชียลมีเดียเพียงแพลตฟอร์มเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้หากสนใจสามารถเข้าไปสมัครเรียนได้ที่ https://e-academy.ditp.go.th/ 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


C-commerce ทางเลือกใหม่ของธุรกิจออนไลน์ 

5 ข้อน่ารู้ก่อนทำธุรกิจขายออนไลน์ปี 2020


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น SME in Focus

Smart City นวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการ ‘เมืองอัจฉริยะอาเซียน’ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการหลังมีข้อมติจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 ณ ประเทศส...
32534 | 02/07/2019
ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์ SME in Focus

ไทย – มาเลเซีย ผสานความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ในประเทศ ที่แข็งแกร่ง จากพัฒนาการที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เริ่มจากการผลิตรถยนต์โปรตอน (Pro...
19621 | 14/06/2019
คัดมาให้แล้ว ! แอปพลิเคชั่นที่ Smart Farm ต้องมี SME in Focus

คัดมาให้แล้ว ! แอปพลิเคชั่นที่ Smart Farm ต้องมี

เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวเร่งและตัวช่วยให้ภาคการเกษตร ปรับเปลี่ยนจากการทำการเกษตรแบบเดิม ๆ ในอดีต สู่การทำการเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Farming ด้วยการนำ...
13293 | 08/12/2019
banner